เครื่องมือฟรี · ไม่ต้องกรอกข้อมูล

FSSC 22000 Version 7 Gap Checker ตรวจช่องว่างของระบบด้วยตัวเอง

คำถาม 34 ข้อ ใน 9 ด้าน ตอบ ใช่ / บางส่วน / ยังไม่ คะแนนอัปเดตทันทีที่ตอบ ผลลัพธ์แสดงด้านที่มีช่องว่างมากที่สุด พร้อมลิงก์ไปหัวข้อในคู่มือฉบับรวมและหลักสูตรที่สอนเรื่องนั้น หน้านี้เป็นคำถามเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำวิธีจัดทำหรือแก้ไขระบบ

โครงสร้างระบบและกำหนดเวลาเปลี่ยนผ่านสู่ Version 7
  1. องค์กรมีเอกสาร FSSC 22000 Version 7 ฉบับจริง (Part 1–2 และ Annex ที่เกี่ยวข้อง) และรู้ว่า (sub)category ของตนคืออะไร เพราะข้อกำหนดส่วนเพิ่มหลายข้อใช้เฉพาะบางหมวด
  2. เทียบระบบปัจจุบันกับ 3 ส่วนของ V7 แล้ว คือ ISO 22000:2018, ISO 22002-x:2025 ของภาคตน และข้อกำหนดส่วนเพิ่ม 2.5.1–2.5.18 และบันทึกช่องว่างพร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จ
  3. ทราบว่าการตรวจตาม V6 ทำได้ถึง 30 เมษายน 2027 การตรวจยกระดับสู่ V7 ทำระหว่าง 1 พฤษภาคม 2027 – 30 เมษายน 2028 และตกลงกับหน่วยรับรองแล้วว่าจะยกระดับในรอบตรวจใด
  4. ขอบเขตการรับรอง (สถานที่ กระบวนการ ผลิตภัณฑ์ หมวดหมู่) ตรงกับสิ่งที่ทำอยู่จริง และบุคคลที่เป็น FSSC contact ติดตาม BoS decision list และ interpretation articles ของ FSSC
โปรแกรมพื้นฐาน ISO 22002-x:2025, การทวนสอบ PRP และอุปกรณ์ (2.5.12, 2.5.11, 2.5.15)
  1. PRP ทุกโปรแกรมถูกเทียบกับโครงสร้างใหม่ของ ISO 22002-1:2025 (หรือ 22002-4:2025 สำหรับบรรจุภัณฑ์) ร่วมกับ ISO 22002-100:2025 แล้ว และเอกสารอ้างอิงเปลี่ยนจาก ISO/TS เป็น ISO ครบ
  2. มีการตรวจสภาพสถานที่ / PRP check ตามรอบ (เช่น รายเดือน) ครอบคลุมภายใน ภายนอก สภาพแวดล้อมการผลิต และเครื่องจักร โดยกำหนดความถี่และเนื้อหาจากความเสี่ยง (2.5.12)
  3. มีการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดว่าต้องใช้อุปกรณ์ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมชนิดใด (แม่เหล็ก เครื่องตรวจโลหะ X-ray ตะแกรง) หรือมีเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าไม่ใช้ พร้อมขั้นตอนจัดการการแตกหักของวัสดุ (2.5.11 d)
  4. เครื่องจักรใหม่หรือที่เปลี่ยนแปลงมีสเปกการจัดซื้อที่ระบุ hygienic design และหลักฐานจากผู้ขายก่อนติดตั้ง และมีกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงพร้อมบันทึก commissioning (2.5.15)
การวิเคราะห์อันตราย แผนควบคุมอันตราย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ISO 22000 ข้อ 8.5, 2.5.13)
  1. การวิเคราะห์อันตรายมีหลักฐานรองรับ (ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ กฎหมาย ประวัติ) ไม่ใช่เพียงความเห็นของทีม
  2. แยก CCP กับ OPRP ได้ชัดเจน และแต่ละจุดมีเกณฑ์ การเฝ้าระวัง และการแก้ไขระบุไว้ พร้อมบันทึก validation และ verification
  3. มีขั้นตอนออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่และการเปลี่ยนกระบวนการ ที่ประเมินผลกระทบต่อ FSMS (รวมสารก่อภูมิแพ้ใหม่) ผัง ทรัพยากร การฝึกอบรม และเครื่องจักร (2.5.13)
  4. มีการทดลองผลิตและทดสอบอายุการเก็บ (shelf-life trial) เพื่อรับรองสูตรและกระบวนการ และทวนสอบอายุการเก็บต่อเนื่องตามความเสี่ยง และถ้ามีผลิตภัณฑ์ ready-to-cook คำแนะนำการปรุงบนฉลากได้รับการรับรองความใช้ได้ (2.5.13 e, f)
แผนการจัดการสารก่อภูมิแพ้ (2.5.6)
  1. มีแผนการจัดการสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีรายการสารก่อภูมิแพ้ทั้งหมดในสถานประกอบการ ทั้งในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และการประเมินความเสี่ยงครอบคลุมทุกแหล่งปนเปื้อนข้าม
  2. มาตรการควบคุมได้รับการ validation และ verification เป็นเอกสาร และเมื่อผลิตหลายผลิตภัณฑ์ที่มีโปรไฟล์สารก่อภูมิแพ้ต่างกันในพื้นที่เดียวกัน มีการทดสอบทวนสอบ (พื้นผิว อากาศ หรือผลิตภัณฑ์) ตามความถี่จากความเสี่ยง
  3. ใช้ฉลากเตือน (precautionary label) เฉพาะเมื่อการประเมินความเสี่ยงยังพบความเสี่ยงต่อผู้บริโภคแม้ควบคุมแล้ว และพนักงานทุกคนได้รับการอบรมความตระหนักและมาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ในพื้นที่ของตน
  4. แผนทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ การเรียกคืนหรือถอนคืนจากสารก่อภูมิแพ้ หรือแนวโน้มในอุตสาหกรรม โดยใช้ข้อมูลทวนสอบที่วิเคราะห์แนวโน้มเป็นข้อมูลเข้า
Food Defense และ Food Fraud (ISO 22002-100 ข้อ 16, 2.5.3, 2.5.4)
  1. การประเมินภัยคุกคามและแผน Food Defense จัดทำและดูแลโดยบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถเหมาะสม และแผนครอบคลุมกระบวนการและผลิตภัณฑ์ในขอบเขต สอดคล้องกฎหมาย และเป็นปัจจุบัน (2.5.3)
  2. การประเมินความเปราะบางต่ออาหารปลอมและแผนลดความเสี่ยงจัดทำโดยบุคลากรที่มีความสามารถ นำไปใช้จริง และเป็นส่วนหนึ่งของ FSMS (2.5.4)
  3. มีบันทึกการทบทวนทั้งสองแผนตามรอบที่กำหนด และ (สำหรับผู้ค้า FII) มั่นใจว่าซัพพลายเออร์มีแผน Food Defense และ Food Fraud ของตนเอง
การเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม (2.5.7 — หมวด BIII, C, I, K)
  1. มีโปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมตามความเสี่ยง ครอบคลุมเชื้อก่อโรค เชื้อทำให้เสื่อมเสีย และเชื้อดัชนีที่เกี่ยวข้อง
  2. มีขั้นตอนเป็นเอกสารสำหรับประเมินประสิทธิผลของมาตรการป้องกันการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมการผลิต อย่างน้อยครอบคลุมมาตรการด้านจุลินทรีย์ และมีข้อมูลผลตรวจพร้อมการวิเคราะห์แนวโน้มเป็นประจำ
  3. โปรแกรมทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง และเมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์/กระบวนการ/กฎหมาย ไม่พบผลบวกเป็นเวลานาน ผลจุลินทรีย์ของผลิตภัณฑ์เกินเกณฑ์ พบเชื้อก่อโรคซ้ำ หรือมีการเรียกคืน
วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ การควบคุมคุณภาพ และ Food Loss & Waste (2.5.8, 2.5.9, 2.5.16)
  1. ผู้บริหารระดับสูงกำหนดวัตถุประสงค์ด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ ครอบคลุมการสื่อสาร การฝึกอบรม ข้อเสนอแนะและการมีส่วนร่วมของพนักงาน และการวัดผล พร้อมแผนที่มีเป้าหมายและกำหนดเวลา และนำเข้าการทบทวนของฝ่ายบริหาร (2.5.8)
  2. มีนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านคุณภาพ พารามิเตอร์คุณภาพตามสเปกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปรวมการปล่อยผลิตภัณฑ์ และผลวิเคราะห์เป็นข้อมูลเข้าการทบทวนของฝ่ายบริหารและอยู่ในขอบเขตการตรวจติดตามภายใน (2.5.9 a)
  3. มีขั้นตอนควบคุมปริมาณ (หน่วย น้ำหนัก ปริมาตร) พร้อมโปรแกรมสอบเทียบและทวนสอบอุปกรณ์ และขั้นตอนเริ่มเดินสายและเปลี่ยนรุ่นที่มั่นใจว่าฉลากและบรรจุภัณฑ์ของรุ่นก่อนถูกนำออกจากสายแล้ว (2.5.9 b, c)
  4. มีนโยบายและวัตถุประสงค์ลด Food Loss & Waste พร้อมเป้าหมายวัดได้และกำหนดเวลา และควบคุมผลิตภัณฑ์ที่บริจาคหรือส่งเป็นอาหารสัตว์ให้ปลอดภัย (2.5.16 — ยกเว้นหมวด I)
บริการและวัตถุดิบที่จัดซื้อ ฉลากและสิ่งพิมพ์ การขนส่งและคลังสินค้า (2.5.1, 2.5.2, 2.5.10)
  1. ห้องปฏิบัติการที่ใช้ทวนสอบหรือรับรองค่าที่วิกฤตต่อความปลอดภัยอาหาร (ภายในหรือภายนอก) มีหลักฐานความสามารถ เช่น proficiency testing หรือการรับรองระบบงาน ISO/IEC 17025 และทำการวิเคราะห์ตามข้อกำหนดของ ISO/IEC 17025 ที่เกี่ยวข้อง (2.5.1 a)
  2. มีขั้นตอนเป็นเอกสารสำหรับการจัดซื้อในภาวะฉุกเฉิน และกระบวนการทบทวนสเปกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้ยังสอดคล้องกับความปลอดภัยอาหาร คุณภาพ กฎหมาย และลูกค้า (2.5.1 b, d)
  3. ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปติดฉลากตามกฎหมายของประเทศที่จำหน่ายรวมสารก่อภูมิแพ้ คำกล่าวอ้างบนฉลากมีหลักฐาน validation และระบบทวนสอบรวม traceability และ mass balance และถ้าพิมพ์ฉลากเอง มีขั้นตอนควบคุม artwork และงานพิมพ์ (2.5.2)
  4. มีขั้นตอนบริหารสต็อกและระบบหมุนเวียนที่ใช้ FEFO ร่วมกับ FIFO และถ้าใช้รถแทงก์ มีแผนการล้างรถแทงก์ตามความเสี่ยงพร้อม cleaning validation และตรวจความสะอาดก่อนบรรจุ (2.5.10)
การตรวจติดตามภายใน การสอบย้อนกลับ การเรียกคืน การสื่อสารกับหน่วยรับรอง และโลโก้ (ISO 22000 ข้อ 9.2, 8.3, 8.9.5, 2.5.17, 2.5.5)
  1. แผนการตรวจติดตามภายในครอบคลุม ISO 22000, PRP ตาม ISO 22002-x และข้อกำหนดส่วนเพิ่ม 2.5.1–2.5.18 ครบภายในรอบ และผู้ตรวจภายในผ่านการอบรมที่ครอบคลุมสามส่วนนี้
  2. ความไม่สอดคล้องจากการตรวจครั้งก่อนปิดแล้วพร้อมหลักฐานการวิเคราะห์สาเหตุ และระบบสอบย้อนกลับทดสอบแล้วทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับภายในเวลาที่กำหนด
  3. มีการซ้อมถอนคืนหรือเรียกคืนผลิตภัณฑ์พร้อมบันทึกผล และมีขั้นตอนแจ้งหน่วยรับรองภายใน 3 วันทำการเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง เช่น การเรียกคืนสาธารณะ คำสั่งของหน่วยงานรัฐ ภัยพิบัติ หรือการทุจริต (2.5.17)
  4. โลโก้ FSSC 22000 (ถ้าใช้) ใช้เฉพาะสื่อการตลาด ไม่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ ฉลาก บรรจุภัณฑ์ หรือ CoA/CoC และใช้สีตามที่โครงการกำหนด (2.5.5)

บริการของ EQA

ฝึกอบรมและตรวจรับรอง จากหน่วยรับรองเดียวกัน

ฝึกอบรม

หลักสูตร Public และ In-house สอนไทยหรืออังกฤษ

ระบบ ISO, GHPs/HACCP, FSSC 22000, BRCGS (Approved Training Partner), PCQI/PCHF และ Automotive Core Tools

ตรวจรับรอง (Certification Body)

ตรวจประเมินและออกใบรับรอง 6 มาตรฐาน

EQA เป็นหน่วยรับรอง (CB) การเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน และหลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

แชตทาง LINE