องค์กรจำนวนหนึ่งเข้าใจว่าเมื่อได้ใบรับรอง ISO จากหน่วยรับรองแห่งใดแล้ว ต้องอยู่กับหน่วยรับรองนั้นจนกว่าใบจะหมดอายุ หรือถ้าจะย้าย ต้องเริ่มตรวจใหม่ตั้งแต่ Stage 1 ความเข้าใจนี้ไม่ตรงกับหลักการ International Accreditation Forum มีเอกสารบังคับฉบับ IAF MD 2:2023 ที่กำหนดวิธีโอนย้ายใบรับรองระหว่างหน่วยรับรองไว้โดยเฉพาะ เพื่อให้องค์กรเปลี่ยนหน่วยรับรองได้โดยรอบการรับรองไม่ขาดตอน บทความนี้อธิบายว่าใบรับรองแบบใดโอนย้ายได้ หน่วยรับรองใหม่ต้องทบทวนอะไร และผลต่อรอบการรับรองเดิม
การโอนย้ายใบรับรองคืออะไร
IAF MD 2 นิยามการโอนย้าย (certification transfer) ว่าเป็นการที่หน่วยรับรองแห่งหนึ่งซึ่งได้รับการรับรองระบบงาน ยอมรับใบรับรองระบบการจัดการที่ยังมีผลซึ่งออกโดยหน่วยรับรองอีกแห่งที่ได้รับการรับรองระบบงานเช่นกัน แล้วออกใบรับรองของตนเองให้แทน โดยไม่ต้องดำเนินการตรวจเพื่อการรับรองครั้งแรกใหม่ทั้งหมด
ใบรับรองแบบใดโอนย้ายได้
เอกสารกำหนดเงื่อนไขขั้นต่ำไว้ชัดเจน
- ใบรับรองต้องออกภายใต้การรับรองระบบงานของหน่วยรับรองระบบงานที่เป็นสมาชิก IAF MLA หรือข้อตกลงระดับภูมิภาคที่เทียบเท่า ใบรับรองจากหน่วยรับรองที่ไม่มีการรับรองระบบงาน ไม่เข้าข่ายการโอนย้าย และองค์กรต้องเข้ากระบวนการรับรองครั้งแรกตามปกติ
- ใบรับรองต้องยังมีผล และไม่อยู่ในสถานะพักใช้ (suspended) หรือถูกเพิกถอน
- กรณีหน่วยรับรองเดิมเลิกดำเนินการ การโอนย้ายต้องเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากวันที่เลิกดำเนินการ หรือก่อนใบรับรองหมดอายุ แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน
การทบทวนก่อนโอนย้าย (pre-transfer review)
หน่วยรับรองที่รับโอนต้องทบทวนก่อนออกใบรับรองของตน การทบทวนนี้ทำจากเอกสารและอาจรวมการเยี่ยมสถานประกอบการ ประเด็นที่ IAF MD 2 กำหนดให้ทบทวน ได้แก่ ขอบข่ายของใบรับรองว่าตรงกับกิจกรรมจริงและอยู่ในขอบข่ายการรับรองระบบงานของหน่วยรับรองใหม่ สถานะการรับรองระบบงานของหน่วยรับรองเดิม เหตุผลที่องค์กรขอโอนย้าย ความถูกต้องของใบรับรอง รายงานการตรวจครั้งล่าสุด ความไม่สอดคล้องที่ยังเปิดอยู่ ประวัติข้อร้องเรียน และการมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานกำกับดูแล
ประเด็นสำคัญสำหรับองค์กรคือรายงานการตรวจครั้งล่าสุดและความไม่สอดคล้องที่ยังเปิดอยู่ หน่วยรับรองใหม่จะขอเอกสารเหล่านี้จากองค์กรโดยตรง หากองค์กรไม่มีรายงานการตรวจของหน่วยรับรองเดิม การทบทวนจะทำไม่ได้
ความไม่สอดคล้องที่ยังเปิดอยู่มีผลอย่างไร
IAF MD 2 กำหนดว่าหน่วยรับรองใหม่ต้องไม่ออกใบรับรองจนกว่าความไม่สอดคล้องระดับหลัก (major) ที่ยังเปิดอยู่จะได้รับการแก้ไขและทวนสอบแล้ว และแผนการแก้ไขความไม่สอดคล้องระดับรอง (minor) ได้รับการยอมรับ กล่าวคือ การย้ายหน่วยรับรองไม่ใช่วิธีหลบประเด็นที่ยังปิดไม่ได้ ประเด็นเหล่านั้นตามไปกับใบรับรอง
รอบการรับรองเดิมยังคงอยู่
ผลที่องค์กรได้จากการโอนย้ายอย่างถูกต้องคือ รอบการรับรองไม่เริ่มใหม่ หากการทบทวนก่อนโอนย้ายไม่พบปัญหา หน่วยรับรองใหม่ดำเนินโปรแกรมการตรวจต่อจากกำหนดการเดิม ได้แก่ การตรวจติดตามและการตรวจต่ออายุตามวันที่วางไว้ และอาจอ้างอิงวันที่ได้รับการรับรองครั้งแรกในใบรับรองใหม่ พร้อมระบุประวัติการรับรองก่อนหน้า เอกสารยังกำหนดให้หน่วยรับรองใหม่ตัดสินให้การรับรองก่อนที่จะเริ่มการตรวจติดตามหรือการตรวจต่ออายุใด ๆ
ในทางกลับกัน หากการทบทวนพบปัญหา เช่น ขอบข่ายไม่ตรง หรือใบรับรองเดิมไม่ได้ออกภายใต้การรับรองระบบงาน หน่วยรับรองใหม่จะปฏิเสธการโอนย้าย และองค์กรจะถูกดำเนินการเป็นลูกค้าใหม่ คือเข้ากระบวนการตรวจเพื่อการรับรองครั้งแรกตามขั้นตอนการขอรับรองตามปกติ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการโอนย้าย
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าจังหวะที่การโอนย้ายราบรื่นคือหลังปิดประเด็นจากการตรวจครั้งล่าสุดแล้ว และก่อนถึงกำหนดการตรวจติดตามครั้งถัดไป เพราะการทบทวนก่อนโอนย้ายจะไม่มีความไม่สอดคล้องค้าง และหน่วยรับรองใหม่มีเวลาวางแผนการตรวจครั้งถัดไปตามกำหนดเดิม การโอนย้ายในช่วงใกล้วันหมดอายุทำได้แต่มีเวลาน้อย เพราะการตรวจต่ออายุต้องเสร็จก่อนใบหมดอายุ
เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อขอโอนย้ายมา EQA
EQA รับโอนย้ายใบรับรองตามหลักเกณฑ์ IAF MLA และ IAF MD 2 ที่อธิบายไว้ข้างต้น กล่าวคือ ใบรับรองเดิมต้องออกภายใต้การรับรองระบบงานของหน่วยรับรองระบบงานที่เป็นสมาชิก IAF MLA และต้องผ่านการทบทวนก่อนโอนย้ายก่อนออกใบรับรองของ EQA
- สำเนาใบรับรองปัจจุบัน พร้อมขอบข่ายและวันหมดอายุ
- รายงานการตรวจครั้งล่าสุด (การตรวจครั้งแรก การตรวจติดตาม หรือการตรวจต่ออายุ) และรายงานความไม่สอดคล้องพร้อมหลักฐานการปิด
- ข้อมูลเดียวกับใบสมัครขอรับรองตามปกติ เพื่อให้ EQA ทวนสอบขอบข่ายและกำหนดจำนวนวันตรวจของการตรวจครั้งถัดไป
องค์กรที่ต้องการทราบว่าใบรับรองของตนเข้าเงื่อนไขการโอนย้ายหรือไม่ สามารถติดต่อทีม EQA พร้อมสำเนาใบรับรอง หรือกรอกใบสมัครท้ายหน้ามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุในช่อง “หน่วยรับรองปัจจุบัน” ว่าต้องการโอนย้าย
บทความนี้เรียบเรียงจาก IAF MD 2:2023 ด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเอง ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเอกสารต้นฉบับ เงื่อนไขที่ใช้จริงเป็นไปตามเอกสารฉบับปัจจุบันและผลการทบทวนของหน่วยรับรอง EQA ให้บริการตรวจรับรองและฝึกอบรมเท่านั้น ไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำหรือแก้ไขระบบ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)
ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)
- ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
- Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
- ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
- ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
มาตรฐานที่ EQA ให้บริการตรวจรับรอง: ISO 9001 · ISO 14001 · ISO 45001 · ISO/IEC 27001 · ISO 22000 · GHPs/HACCP

ISO/IEC 27001 สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการ: ตรวจอะไร กำหนดขอบข่ายอย่างไร และเวลาตรวจคิดจากอะไร
เครื่องหมายรับรอง ISO ใช้บนผลิตภัณฑ์และเอกสารได้หรือไม่: หลักการจาก ISO/IEC 17021-1 ข้อ 8.3
ใบรับรอง ISO จะเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศหรือไม่: วิธีตรวจสอบการรับรองระบบงานของหน่วยรับรอง และการเปลี่ยนจาก IAF MLA สู่ Global Accreditation Cooperation