เครื่องมือวัด ตอนที่ 3

เครื่องมือวัด ตอนที่ 3 | EQA Thailand
หมายเหตุฉบับมาตรฐาน: บทความนี้เขียนตาม ISO 9001:2015 ฉบับปัจจุบันคือ ISO 9001:2026 ประกาศใช้เมื่อ 16 กันยายน 2026 หลักการในบทความยังใช้ได้ แต่หมายเลขข้อและถ้อยคำบางส่วนต่างจากฉบับ 2026 ใบรับรองรุ่น 2015 ใช้ได้ถึง 30 กันยายน 2029 ดู ศูนย์รวมความรู้ ISO 9001 และ แบบประเมินความพร้อมก่อนตรวจ

หลังจากเราได้เรียนรู้ คำศัพท์และ คำจำกัดความต่างๆ ของเครื่องมือวัดแล้ว ในครั้งนี้เรา มาทำความรู้จัก ความไม่แน่นนอนของการวัด (Uncertainty of measurement)

ในการทดสอบ (Testing) หรือ สอบเทียบ (Calibration) ทุกครั้งนั้นๆ จะมีค่าความไม่แน่นอนของการวัด ติดมาด้วยทุกครั้ง เมื่อการวัด และทดสอบ ครั้งนั้นๆ มีความละเอียดมากขึ้นเท่าใด ความไม่แน่นอนนี้ ก็ จะเพิ่มความสำคัญในการพิจารณามากขึ้นด้วย

ในการประเมินค่าความไม่แน่นอนของการวัดนั้น เราจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ Type A และ Type B

Type A นั้น จะได้มาจากการที่เรา ทำการวัดซ้ำๆ โดยใช้เครื่องมือ วิธีการ และ ผู้ทดสอบ เดิม โดยจะดูค่า Replete ability ใช้หลักสถิติ และการกระจายตัวแบบ Normal Curve (กระจายตัวแบบระฆังคว่ำ) โดยเริ่มประเมินดังนี้

สูตรคำนวณค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน SD และค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของค่าเฉลี่ย SE

โดย SE นี้จะเป็นค่าที่ใช้ คำนวณ ค่าความไม่แน่นนอน ของ Type A ณ จุดวัดนั้นๆ มีค่าความน่าจะเป็นที่ 1s (K=1) หรือ ~68%
กราฟการแจกแจงปกติ Normal Distribution Curve แสดงสัดส่วนข้อมูล 68 95 และ 99.7 เปอร์เซ็นต์ที่ 1 2 และ 3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

  1. ทำซ้ำข้อ 1-3 ต่อที่จุดวัดอื่นๆ ที่ต้องการสอบเทียบ หรือ ทดสอบ

Type B นั้นจะได้จากการประเมิน ค่าความไม่แน่นอน ของเครื่องมือวัดนั้นๆ โดยจะประเมินต่างกันไปตาม ชนิดของการสอบเทียบ (โดยในที่นี้จะเน้นถึงการสอบเทียบ) รวมถึง Standard ที่นำมาใช้ด้วย โดย สามารถดูเพิ่มเติมได้จาก

  1. EA-4/02 Evaluate of the uncertainty of measurement in calibration.
  2. คู่มือของเครื่องวัด ที่ใช้งาน
  3. ผลการสอบเทียบ ของเครื่องมือวัด ครั้งล่าสุด

โดยก่อนทำการประเมิน เราต้องรู้จักการกระจายตัวของข้อมูลตามหลัก สถิติก่อน โดยปกติจะแบ่งเป็น 3แบบ คือ

  1. แบบ Normal Curve ถ้าคำนวณหาพื้นที่ จากส่วนกลาง (ค่าเฉลี่ย) ให้ได้ 68% ของทั้งหมด เราจะได้ 1s โดยใช้ 2หาร จากการรายผลค่า Uncertainty ของ Certificate (การกระจายตัวแบบนี้ จะประมาณได้จาก การรายงานค่า Uncertainty ใน Calibration Certificate)
    กราฟการแจกแจงแบบเกาส์เซียนหรือการแจกแจงปกติ Gaussian Normal Distribution
  2. แบบ Rectangular Curve ถ้าคำนวณหาพื้นที่ จากส่วนกลาง (ค่าเฉลี่ย) ให้ได้ 68% ของทั้งหมด เราจะใช้ Ö3 หาร จะได้พื้นที่ 68% (การกระจายตัวแบบนี้ จะประมาณได้จาก ค่า Resolution ของเครื่องมือวัด)
    กราฟการแจกแจงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือการแจกแจงสม่ำเสมอ Rectangular Uniform Distribution
  3. แบบ Triangle Curve ถ้าคำนวณหาพื้นที่ จากส่วนกลาง (ค่าเฉลี่ย) ให้ได้ 68% ของทั้งหมด เราจะใช้ Ö6 หาร จะได้พื้นที่ 68% (การกระจายตัวแบบนี้ จะประมาณได้จาก ค่า อุณหภูมิ ที่มีการควบคุม)
    กราฟการแจกแจงแบบสามเหลี่ยม Triangle Distribution

ในที่ นี้ เราอาจสามารถประเมิน ค่าความไม่แน่นอน Type B เบื้องต้นได้จาก

  1. ค่า Uncertainty ที่ครอบคลุมจุดทดสอบของเครื่องมือวัดนั้น (ตัว Standard: STD)
  2. ค่า Resolution ของเครื่องมือที่ถูกสอบเทียบ (Unit Under Calibration: UUC)

โดยค่า Uncertainty ของ STD ที่ได้จาก การอ่านค่าใน Certificate นั้น ทาง Lab จะรายงานความเชื่อมั่นของการวันที่ k=2 หรือ 95% ดังนั้น เมื่อเราได้ค่ามาแล้ว เราจึงต้อง นำมา หาร 2 ก่อน เพราะ Type A ที่เราประเมินไว้นั้น มีค่าความเชื่อมั่น 68%

และ ค่า Resolution ของเครื่องมือที่ถูกสอบเทียบ นั้น ต้องนำมาหาร ด้วย Ö3 เนื่องจากการกระจายตัวของข้อมูลเป็น แบบ Rectangular ก็จะได้ค่าความเชื่อมั้น 68%

ในการรวม ค่าความไม่แน่นอนนี้ เราจะใช้การรวมแบบ Root Sum Square
สูตรคำนวณค่าความไม่แน่นอนรวม Total Uncertainty จากการรวมค่าความไม่แน่นอน Type A และ Type B

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการคำนวณค่าความไม่แน่นอนของการสอบเทียบเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ แยกเป็น Type A และ Type B

ดังนั้น จุดสอบเทียบนี้ จะมีความไม่แน่นอนของการวัด @ Confidential 95% = 0.032146 x 2 = 0.064291 mm โดยการปัดเศษในทางเครื่องมือวัดจะปัดขึ้นเท่านั้น จึงรายงานความไม่แน่นอนของการวัดเป็น 0.07 mm

จากตัวอย่าง จะพบว่า ถ้าเรานำ Vernier Caliper อันนี้ไปใช้วัด งานละเอียดสุด ต้องมีค่า Tolerance +/- ไม่ต่ำกว่า 0.7mm (0.07mm x 10 เท่า) หรือ อาจ จะยอมรับที่ +/- 0.5 ได้ สามารถย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 ได้นะครับ

และครั้งหน้าจะเป็น ตอนที่ 4 ซึ่งเราจะนำความรู้ ตั้งแต่ตอนที่ 1-3 นั้นไป ประยุกต์ใช้งาน ให้เข้ากับระบบบริหารคุณภาพ ISO9001:2015 ให้เกิดความมั่นใจใน การเลือก เครื่องมือวัด, การทวนสอบเครื่องมือวัด และ การกำหนด ข้อกำหนด ในแบบวัตถุดิบ ค่าควบคุมในกระบวนการผลิต ครับ

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 9001 ระบบบริหารคุณภาพ

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 9001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 9001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE