บทความนี้เป็นตอนที่ 4 ของชุด ISO 9001:2026 ทีละข้อ ซึ่งแต่ละตอนอธิบายสองเรื่อง คือ สาระของข้อกำหนด รวมถึงเอกสารและบันทึกที่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นจากข้อนั้น ตอนนี้ว่าด้วย ข้อ 4.4 ระบบการจัดการคุณภาพ (Quality management system)
สรุปสั้นก่อน
- ข้อ 4.4 ว่าด้วยระบบการจัดการคุณภาพในฐานะกลุ่มกระบวนการที่มีปฏิสัมพันธ์กัน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าประเด็นของข้อนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการ มากกว่าตัวเอกสารที่อธิบายกระบวนการ
- ข้อ 4.4 ไม่ได้บังคับเอกสารชื่อใดชื่อหนึ่ง แต่กำหนดให้มีสารสนเทศที่เป็นเอกสาร (documented information) เท่าที่จำเป็นสำหรับสองจุดประสงค์ และถ้อยคำส่วนนี้ในฉบับ 2026 ต่างจากฉบับ 2015 รายละเอียดอยู่ในส่วนที่ 1
- ผู้เรียบเรียงเห็นว่าสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นคือ ความสอดคล้องระหว่างกระบวนการที่องค์กรกำหนดไว้กับงานที่เกิดขึ้นจริง จุดส่งต่องานระหว่างกระบวนการ และเหตุผลที่องค์กรใช้ตัดสินว่าเอกสารเท่าใดจึง “จำเป็น”
ส่วนที่ 1: สาระของข้อ 4.4
ผู้เรียบเรียงอ่านข้อ 4.4 ว่ามีสองส่วน ส่วนแรกคือข้อ 4.4.1 ซึ่งว่าด้วยตัวระบบการจัดการคุณภาพตลอดวงจรของระบบ โดยมองระบบเป็นกระบวนการที่จำเป็นและปฏิสัมพันธ์ (interaction) ระหว่างกระบวนการ ส่วนที่สองคือข้อ 4.4.2 ซึ่งว่าด้วยสารสนเทศที่เป็นเอกสารของกระบวนการ
ข้อ 4.4.1 กำหนดสิ่งที่องค์กรต้องดำเนินการกับกระบวนการไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน บทความนี้ยกมาอธิบายเพียงรายการเดียว คือรายการเรื่องการประเมินกระบวนการ ผู้เรียบเรียงเห็นว่ารายการนี้ทำให้ข้อ 4.4 ไม่ใช่การจัดทำแผนผังกระบวนการเพียงครั้งเดียว เพราะผูกการมีกระบวนการไว้กับการประเมินว่ากระบวนการยังให้ผลตามที่องค์กรวางไว้หรือไม่
ภาคผนวก A ของฉบับ 2026 เป็นข้อมูลประกอบ (informative) ไม่ใช่ข้อกำหนด และมีภาคผนวก A.4.4 เป็นคำอธิบายประกอบข้อ 4.4 โดยเฉพาะ ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเมื่อองค์กรรวม แยก หรือเปลี่ยนเจ้าของกระบวนการ ข้อ 4.4 อ่านคู่กับข้อ 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง (Planning of changes) ได้
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 2015
ผู้เรียบเรียงเทียบจากฉบับแสดงการแก้ไข (redline) และยกการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับข้อ 4.4 มาสามเรื่อง
เรื่องที่หนึ่ง ชื่อข้อ ฉบับ 2015 ใช้ชื่อข้อว่าระบบการจัดการคุณภาพและกระบวนการของระบบ (Quality management system and its processes) ฉบับ 2026 ตัดส่วน “และกระบวนการของระบบ” (and its processes) ออก เหลือเพียงระบบการจัดการคุณภาพ ผู้เรียบเรียงไม่ได้อ่านการเปลี่ยนชื่อนี้ว่าความสำคัญของกระบวนการลดลง เพราะในฉบับแสดงการแก้ไข ข้อ 4.4.1 ไม่มีถ้อยคำที่ทำเครื่องหมายว่าเพิ่มหรือลบ และยังกล่าวถึงกระบวนการและปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการไว้เช่นเดิม
เรื่องที่สอง ถ้อยคำของข้อ 4.4.2 ฉบับ 2015 เขียนเป็นหน้าที่ขององค์กร โดยใช้คำว่าธำรงรักษา (maintain) กับสารสนเทศด้านที่ใช้ทำงาน และเก็บรักษา (retain) กับสารสนเทศด้านที่ให้ความมั่นใจในการดำเนินงานของกระบวนการ ฉบับ 2026 เขียนประโยคใหม่โดยให้สารสนเทศที่เป็นเอกสารเป็นประธาน ใช้คำว่าต้องมีไว้ (available) เท่าที่จำเป็น ยังคงจุดประสงค์สองด้านไว้ และใช้คำว่าเป็นหลักฐาน (as evidence) แทนคำว่าให้มั่นใจ
ภาคผนวก A.2 โครงสร้างและคำศัพท์ (Structure and terminology) ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ อธิบายความต่างระหว่างถ้อยคำเรื่องการมีสารสนเทศที่เป็นเอกสารไว้ กับถ้อยคำเรื่องการมีสารสนเทศไว้เป็นหลักฐาน ผู้เรียบเรียงจึงอ่านว่าคำ maintain และ retain หายไปจากข้อ 4.4.2 แต่ความต่างระหว่างสองจุดประสงค์ยังอยู่ และคำว่า “เท่าที่จำเป็น” ยังคงอยู่ในทั้งสองจุดประสงค์
เรื่องที่สาม ภาคผนวก A.4.4 ในฉบับแสดงการแก้ไข ภาคผนวก A.4.4 เป็นข้อความที่เพิ่มขึ้นใหม่ในฉบับ 2026 ส่วนที่เกี่ยวกับเอกสารของกระบวนการยกมาอธิบายในหัวข้อถัดไป
เอกสารและบันทึกที่ข้อ 4.4 กำหนด
ข้อ 4.4 ไม่ได้บังคับเอกสารชื่อใดชื่อหนึ่ง ไม่ได้บังคับให้มีแผนผังกระบวนการ (process map) แผนภาพเต่า (turtle diagram) ระเบียบปฏิบัติ หรือคู่มือคุณภาพ สิ่งที่ข้อ 4.4.2 กำหนดคือสารสนเทศที่เป็นเอกสารเท่าที่จำเป็นตามสองจุดประสงค์ที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อน ตัวอย่างของผู้เรียบเรียงคือ วิธีการทำงานเป็นสารสนเทศด้านที่ใช้ทำงาน และบันทึกการปฏิบัติงานเป็นสารสนเทศด้านที่เป็นหลักฐาน
ภาคผนวก A.4.4 อธิบายว่าการตัดสินเรื่องปริมาณและรายละเอียดของสารสนเทศที่เป็นเอกสารเป็นการตัดสินขององค์กร ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อความนี้ไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ต้องมีเอกสาร คำถามที่ตามมาจึงอยู่ที่เหตุผลของการตัดสินนั้น ส่วนการควบคุมสารสนเทศที่เป็นเอกสารอยู่ในข้อ 7.5 สารสนเทศที่เป็นเอกสาร (Documented information)
ภาคผนวก A.2 ยังอธิบายว่าโครงสร้างข้อของมาตรฐานไม่ได้มีไว้เป็นแบบสำหรับจัดทำเอกสารขององค์กร ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อความนี้ทำให้คำถามของข้อ 4.4 อยู่ที่กระบวนการตามงานจริงขององค์กร มากกว่าการเทียบรายชื่อกระบวนการกับเลขข้อของมาตรฐาน
ส่วนที่ 2: สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นจากข้อ 4.4
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการตรวจข้อ 4.4 ไม่ได้จบที่การเห็นแผนผังกระบวนการหรือรายชื่อกระบวนการ เพราะเอกสารเหล่านั้นเป็นเพียงคำอธิบายของระบบ คำถามที่ผู้ตรวจประเมินอาจใช้คือ ระบบที่อธิบายไว้ตรงกับงานที่เห็นระหว่างการตรวจหรือไม่ และกระบวนการส่งต่องานให้กันอย่างไร ด้านล่างเป็นสามมุมที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าใช้ตรวจข้อ 4.4 ได้
มุมที่ 1: กระบวนการที่องค์กรกำหนดกับงานที่เกิดขึ้นจริง
ผู้ตรวจประเมินอาจเลือกงานที่พบระหว่างการตรวจ เช่น การรับคืนผลิตภัณฑ์จากลูกค้า การแก้ไขงานนอกเวลาทำงาน หรือการเปลี่ยนผู้ให้บริการภายนอกเร่งด่วน แล้วถามว่างานนั้นอยู่ในกระบวนการใด คำถามที่ตามมาคือ ถ้างานนั้นไม่อยู่ในกระบวนการใดเลย องค์กรตัดสินแล้วหรือยังว่างานนั้นจำเป็นต่อระบบการจัดการคุณภาพหรือไม่
มุมที่ 2: จุดส่งต่องานระหว่างกระบวนการ
ข้อ 4.4.1 กล่าวถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการไว้ตั้งแต่ประโยคแรก ผู้ตรวจประเมินอาจตามข้อมูลหนึ่งเรื่องข้ามกระบวนการ เช่น ข้อกำหนดของลูกค้าที่ฝ่ายขายรับมา จนถึงจุดที่ฝ่ายผลิตนำไปใช้ คำถามที่ตามมาคือ ข้อมูลที่ส่งต่อเป็นฉบับเดียวกับที่ตกลงกับลูกค้าหรือไม่ เมื่อข้อมูลนั้นเปลี่ยน กระบวนการปลายทางทราบผ่านช่องทางใด และเมื่อกระบวนการปลายทางพบว่าข้อมูลที่ได้รับไม่ครบ เรื่องนั้นย้อนกลับไปถึงกระบวนการต้นทางหรือไม่
มุมที่ 3: เหตุผลของคำว่า “เท่าที่จำเป็น”
เมื่อองค์กรเลือกไม่จัดทำเอกสารสำหรับงานหนึ่ง ผู้ตรวจประเมินอาจถามถึงเหตุผลของการตัดสินนั้น แล้วดูหลักฐานจากการปฏิบัติงานจริง เช่น ผู้ปฏิบัติงานที่เพิ่งย้ายมาทำงานนั้นทำงานได้ตามเกณฑ์เดียวกับผู้ปฏิบัติงานเดิมหรือไม่ คำถามที่ตามมาคือ องค์กรใช้ข้อมูลใดตัดสินว่างานนั้นไม่ต้องมีเอกสารสนับสนุน และเมื่อไม่มีเอกสาร องค์กรใช้สิ่งใดแสดงว่างานนั้นทำตามวิธีที่องค์กรกำหนดไว้
กรณีตัวอย่าง (กรณีสมมติ) — โรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก จังหวัดสมุทรสาคร
โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาครผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกพิมพ์ลายให้ผู้ผลิตอาหารแปรรูป และได้รับการรับรอง ISO 9001 อยู่แล้ว คู่มือคุณภาพมีแผนผังกระบวนการเก้ากระบวนการ ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อจนถึงการจัดส่ง และมีวิธีปฏิบัติงานของเครื่องพิมพ์และเครื่องไดคัท (die-cut) เป็นเอกสาร
ระหว่างการตรวจประเมินเพื่อเปลี่ยนผ่านไปฉบับ 2026 ผู้ตรวจประเมินพบว่าการขออนุมัติแบบพิมพ์ (artwork) จากลูกค้าดำเนินการโดยพนักงานขายผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ และไฟล์แบบที่ลูกค้าอนุมัติแล้วส่งถึงฝ่ายผลิตผ่านโฟลเดอร์ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งไม่ปรากฏในแผนผังกระบวนการ ในเดือนก่อนการตรวจมีกล่องหนึ่งรุ่นพิมพ์ด้วยแบบฉบับก่อนการแก้ไขครั้งสุดท้ายของลูกค้า นอกจากนี้ การตั้งค่าแม่พิมพ์ไดคัทสำหรับกล่องรูปทรงพิเศษทำโดยหัวหน้าแผนกคนเดียว และวิธีปฏิบัติงานที่มีอยู่ไม่ได้กล่าวถึงกล่องรูปทรงนี้
คำถามที่ตามมาคือ การอนุมัติแบบพิมพ์อยู่ในกระบวนการใด และการส่งต่อแบบฉบับที่อนุมัติไปยังฝ่ายผลิตอยู่ในการควบคุมของกระบวนการใด เมื่อพบการพิมพ์ด้วยแบบฉบับเก่า องค์กรประเมินจุดส่งต่องานนี้อย่างไร การตั้งค่าแม่พิมพ์กล่องรูปทรงพิเศษต้องมีสารสนเทศที่เป็นเอกสารสนับสนุนหรือไม่ และองค์กรตัดสินเรื่องนี้จากข้อมูลใด
| สถานการณ์ในกรณีสมมติ | คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมา |
|---|---|
| งานที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่ปรากฏในแผนผังกระบวนการ และเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของลูกค้า | งานนั้นอยู่ในกระบวนการใด และองค์กรรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ส่งต่อเป็นฉบับล่าสุด |
| งานที่อาศัยความรู้ของบุคคลเดียวโดยไม่มีเอกสารสนับสนุน | องค์กรใช้เหตุผลใดตัดสินว่างานนั้นไม่ต้องมีเอกสาร และการตัดสินนั้นยังใช้ได้หรือไม่เมื่อผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยน |
คำถามที่ควรตอบได้
- ถ้าเลือกงานหนึ่งที่เกิดขึ้นในเดือนล่าสุด องค์กรชี้ได้หรือไม่ว่างานนั้นอยู่ในกระบวนการใดและส่งผลต่อไปยังกระบวนการใด
ที่มา: ข้อ 4.4 ระบบการจัดการคุณภาพ - องค์กรอธิบายได้หรือไม่ว่าใช้เหตุผลใดกำหนดปริมาณสารสนเทศที่เป็นเอกสารของแต่ละกระบวนการ
ที่มา: ข้อ 4.4 ระบบการจัดการคุณภาพ - เมื่อองค์กรรวม แยก หรือเปลี่ยนเจ้าของกระบวนการ การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการวางแผนผ่านกระบวนการใด
ที่มา: ข้อ 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง (Planning of changes)
อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง
- ISO 9001:2026 ข้อ 4.1 บริบทขององค์กร (ตอนที่ 1 ของชุดนี้)
- ISO 9001:2026 ข้อ 4.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ตอนที่ 2 ของชุดนี้)
- ISO 9001:2026 ข้อ 4.3 ขอบข่ายของระบบการจัดการคุณภาพ (ตอนที่ 3 ของชุดนี้)
- ISO 9001 ข้อ 4.4 ระบบบริหารคุณภาพและกระบวนการ (บทความอ้างอิงฉบับ 2015)
- ISO 9001 ข้อ 7.5 สารสนเทศที่เป็นเอกสาร
- ISO 9001:2026 ต้องเปลี่ยนผ่านภายในเมื่อไร
- การตรวจรับรอง ISO 9001 กับ EQA
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนดของ ISO 9001:2026 ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 9001
EQA จัดหลักสูตรอบรมข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 9001 และเป็นหน่วยรับรองที่ตรวจรับรอง ISO 9001 หลักสูตรมีเนื้อหาเชิงหลักการ ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)
วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)
- ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
- ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
- ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
- เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
ISO 9001 ระบบบริหารคุณภาพ
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ISO 9001 ระบบบริหารคุณภาพ
ขอการรับรอง ISO 9001 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ISO 9001:2026 ข้อ 4.3 ขอบข่ายของระบบการจัดการคุณภาพ: ข้อกำหนดต้องการอะไร และผู้ตรวจประเมินดูอะไร
ISO 9001:2026 ข้อ 4.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: ข้อกำหนดต้องการอะไร และผู้ตรวจประเมินดูอะไร
ISO 9001:2026 ข้อ 4.1 บริบทขององค์กร: ข้อกำหนดต้องการอะไร และผู้ตรวจประเมินดูอะไร