ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 9.2 การตรวจประเมินภายในของ ISMS ตีความให้ใช้ได้จริง

ภาพปกบทความ ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 9.2 การตรวจประเมินภายในของ ISMS
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 9.2 ของ ISO/IEC 27001:2022 แบ่งเป็นสองส่วนคือ ข้อ 9.2.1 ที่บอกว่าการตรวจประเมินภายในมีไว้เพื่ออะไร และข้อ 9.2.2 ที่บอกว่าโปรแกรมการตรวจประเมินต้องมีอะไร จุดที่ทำให้บทนี้ต่างจากมาตรฐานระบบบริหารตัวอื่นคือคำว่า “ข้อกำหนดขององค์กรเอง” ซึ่งในบริบทของ ISMS หมายรวมถึงประกาศการประยุกต์ใช้ (Statement of Applicability) และแผนการจัดการความเสี่ยงที่องค์กรตัดสินใจไว้เอง ไม่ใช่แค่ข้อ 4 ถึง 10 ของตัวมาตรฐาน

สองคำถามที่การตรวจประเมินภายในต้องตอบ

ข้อ 9.2.1 วางเป้าหมายไว้สองชั้น ชั้นแรกคือความสอดคล้อง ซึ่งแยกย่อยอีกเป็นสองทาง คือสอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรกำหนดไว้เอง และสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ชั้นที่สองคือระบบถูกนำไปปฏิบัติและคงไว้อย่างสัมฤทธิ์ผลหรือไม่

ชั้นที่สองคือชั้นที่รายงานการตรวจประเมินภายในมักตอบไม่ครบ เพราะการตอบว่ามีเอกสารครบและทำตามขั้นตอนแล้วตอบได้แค่ชั้นแรก การตอบชั้นที่สองต้องดูว่ามาตรการที่ประกาศว่าใช้อยู่นั้นทำงานจริงหรือไม่ เช่น การทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงเกิดขึ้นตามรอบจริงหรือไม่ และผลการทบทวนนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นจริงหรือไม่

เกณฑ์การตรวจของ ISMS กว้างกว่าที่หลายทีมตั้งไว้

ข้อ 9.2.2 กำหนดให้ระบุเกณฑ์และขอบเขตของการตรวจประเมินในแต่ละครั้ง สำหรับ ISMS เกณฑ์ที่ครบควรประกอบด้วยตัวมาตรฐาน นโยบายและขั้นตอนที่องค์กรออกเอง ผลการประเมินความเสี่ยงและการตัดสินใจจัดการความเสี่ยง ประกาศการประยุกต์ใช้ และข้อกำหนดตามกฎหมายหรือสัญญาที่องค์กรระบุไว้ว่าเกี่ยวข้อง

ถ้าเกณฑ์ตั้งไว้แค่ตัวมาตรฐาน การตรวจจะไม่มีวันไปแตะว่ามาตรการที่ประกาศว่าใช้อยู่ถูกนำไปปฏิบัติจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ตรวจประเมินจากหน่วยรับรองจะเข้าไปดูแน่นอน

กรณีสมมติ ผู้ให้บริการด้านไอทีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) จัดการตรวจประเมินภายในปีละครั้ง โดยใช้แบบตรวจที่ไล่ตามข้อ 4 ถึง 10 ของมาตรฐาน ผลออกมาไม่พบข้อบกพร่อง

เมื่อหน่วยรับรองเข้าตรวจ กลับพบว่ามาตรการเรื่องการจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้ที่องค์กรประกาศว่าใช้อยู่ ไม่ได้ถูกทบทวนมาสองปี

สาเหตุไม่ได้อยู่ที่ผู้ตรวจภายในทำงานไม่ดี แต่อยู่ที่เกณฑ์การตรวจไม่ได้รวมประกาศการประยุกต์ใช้ไว้ตั้งแต่ต้น แบบตรวจจึงไม่มีคำถามใดที่จะพาไปเจอเรื่องนี้ได้เลย

โปรแกรมการตรวจประเมินไม่ใช่ตารางนัดหมาย

ข้อ 9.2.2 ระบุองค์ประกอบของโปรแกรมไว้ชัด คือความถี่ วิธีการ หน้าที่ความรับผิดชอบ ความต้องการในการวางแผน และการรายงานผล ที่สำคัญคือเมื่อกำหนดโปรแกรม องค์กรต้องพิจารณาความสำคัญของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และผลของการตรวจประเมินครั้งก่อน

สองเงื่อนไขนี้แปลว่าโปรแกรมที่ให้น้ำหนักทุกกระบวนการเท่ากันทุกปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงเลย ยังไม่ตอบข้อกำหนด กระบวนการที่มีความเสี่ยงสูงกว่า หรือกระบวนการที่ปีก่อนพบข้อบกพร่อง ควรถูกตรวจถี่กว่าหรือลึกกว่า และควรเห็นร่องรอยการปรับโปรแกรมตามผลที่ผ่านมา

องค์ประกอบตามข้อ 9.2.2 สิ่งที่ควรเห็นในทางปฏิบัติ
ความถี่ ต่างกันตามความเสี่ยงของแต่ละกระบวนการ ไม่ใช่ปีละครั้งเท่ากันหมด
วิธีการ สัมภาษณ์ ดูหลักฐานในระบบ สุ่มตัวอย่างบันทึก หรือทดสอบการตั้งค่า
หน้าที่ความรับผิดชอบ ระบุผู้จัดโปรแกรม ผู้ตรวจ และผู้อนุมัติแผน แยกจากกันชัดเจน
เกณฑ์และขอบเขตแต่ละครั้ง ระบุไว้ในแผนการตรวจแต่ละรอบ รวมประกาศการประยุกต์ใช้ด้วย
การรายงานผล ถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมเข้าสู่การทบทวนของผู้บริหารตามข้อ 9.3
หลักฐาน สารสนเทศเป็นลายลักษณ์อักษรของทั้งตัวโปรแกรมและผลการตรวจ

ความเป็นกลางในองค์กรที่ทีมไอทีมีไม่กี่คน

ข้อกำหนดให้เลือกผู้ตรวจและดำเนินการตรวจในลักษณะที่รักษาความเป็นกลางของกระบวนการไว้ ในทางปฏิบัติหมายถึงผู้ตรวจไม่ควรตรวจงานที่ตัวเองทำ ซึ่งเป็นโจทย์จริงสำหรับองค์กรที่มีคนดูแลระบบเพียงหนึ่งถึงสองคน

ทางออกที่ใช้ได้มีหลายแบบ เช่น ให้คนจากสายงานอื่นที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ตรวจในหัวข้อที่ไม่ต้องใช้ความลึกทางเทคนิคมาก จับคู่ตรวจไขว้ระหว่างหน่วยงาน หรือใช้ผู้ตรวจจากภายนอกที่มีคุณสมบัติมาทำในนามขององค์กร สิ่งที่ต้องมีคือเหตุผลที่บันทึกไว้ว่าเลือกวิธีใดและวิธีนั้นรักษาความเป็นกลางได้อย่างไร

เส้นทางของผลการตรวจหลังจบงาน

ข้อกำหนดให้รายงานผลไปยังผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง คำว่าเกี่ยวข้องหมายถึงผู้ที่มีอำนาจสั่งการแก้ไขในเรื่องนั้นจริง ไม่ใช่ส่งเข้าแฟ้มกลางแล้วจบ จากนั้นผลการตรวจจะไหลต่อไปเป็นข้อมูลนำเข้าของการทบทวนของผู้บริหารตามข้อ 9.3 และข้อบกพร่องที่พบจะเข้าสู่กระบวนการตามข้อ 10.2

อ่านต่อเรื่องต้นทางของเกณฑ์การตรวจได้ที่บทความ ISO/IEC 27001 ข้อ 6.1.3 การจัดการความเสี่ยงและ Statement of Applicability

คำถามที่ควรตอบได้

  • โปรแกรมการตรวจประเมินกำหนดความถี่ วิธีการ ผู้รับผิดชอบ และการรายงานไว้อย่างไร (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • ความสำคัญของกระบวนการและผลการตรวจครั้งก่อน ถูกนำมาใช้ปรับโปรแกรมอย่างไร (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • เกณฑ์การตรวจในแต่ละรอบครอบคลุมประกาศการประยุกต์ใช้และข้อกำหนดตามสัญญาหรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • รักษาความเป็นกลางของผู้ตรวจอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อทีมมีขนาดเล็ก (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • ผลการตรวจถูกรายงานถึงใคร และเชื่อมเข้าสู่การทบทวนของผู้บริหารอย่างไร (ที่มา ข้อ 9.2.2 ประกอบข้อ 9.3)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO/IEC 27001:2022

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Jeerasak Muangchin

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)

ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)

  • ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
  • Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
  • ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
  • ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO/IEC 27001 ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS)

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO/IEC 27001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO/IEC 27001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE