ข้อ 8.1.2 ของ ISO 45001:2018 ว่าด้วยการขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีมาตรการควบคุม แต่อยู่ที่ ลำดับ ของการเลือกมาตรการ ข้อกำหนดต้องการให้ไล่พิจารณาจากมาตรการที่จัดการกับตัวอันตรายโดยตรงก่อน แล้วค่อยลงมาหามาตรการที่พึ่งพาพฤติกรรมของคน องค์กรที่กระโดดไปที่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเป็นคำตอบแรกคือองค์กรที่ยังไม่ได้ทำตามเจตนาของข้อนี้
ทำไมลำดับจึงสำคัญกว่าตัวมาตรการ
มาตรการควบคุมแต่ละแบบมีความทนทานต่างกัน มาตรการที่จัดการกับตัวอันตรายเองจะได้ผลตลอดเวลาโดยไม่ขึ้นกับว่าใครทำงานกะไหน ส่วนมาตรการที่พึ่งการปฏิบัติของคนจะได้ผลเท่าที่คนทำตาม ซึ่งลดลงเมื่อคนเหนื่อย เร่งงาน หรือเป็นพนักงานใหม่
ด้วยเหตุนี้ผู้ตรวจประเมินจึงไม่ได้ถามแค่ว่ามีมาตรการอะไร แต่ถามว่า ทำไมถึงเลือกมาตรการระดับนั้น และเคยพิจารณาระดับที่สูงกว่าแล้วหรือยัง ถ้าพิจารณาแล้วทำไม่ได้ เหตุผลคืออะไร คำตอบนี้คือหลักฐานว่าองค์กรใช้ลำดับขั้นจริง ไม่ใช่เลือกตามความสะดวก
ไล่จากบนลงล่างหมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ
ขจัดอันตราย คือทำให้อันตรายนั้นหายไปจากงาน เช่น ออกแบบกระบวนการใหม่ให้ไม่ต้องมีคนขึ้นไปทำงานบนที่สูง หรือเลิกใช้ขั้นตอนที่ต้องเปิดฝาเครื่องขณะเครื่องทำงาน
ทดแทน คือเปลี่ยนไปใช้สิ่งที่อันตรายน้อยกว่า เช่น เปลี่ยนตัวทำละลายเป็นชนิดที่ระเหยน้อยกว่าและมีค่าความเป็นพิษต่ำกว่า โดยยังทำงานเดิมได้
การควบคุมทางวิศวกรรมและการจัดระเบียบงานใหม่ คือการใส่สิ่งกั้นระหว่างคนกับอันตราย หรือจัดงานใหม่ให้คนอยู่ห่างจากจุดเสี่ยง เช่น ติดตั้งการ์ดครอบจุดหมุน ระบบดูดอากาศเฉพาะที่ หรือย้ายจุดควบคุมออกไปนอกพื้นที่เสียงดัง
การควบคุมเชิงบริหาร รวมถึงการฝึกอบรม คือขั้นตอนการทำงาน ใบอนุญาตทำงาน การสลับหมุนเวียนงาน ป้ายเตือน และการอบรม ทั้งหมดนี้ได้ผลเมื่อมีการปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ
อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล คือด่านสุดท้าย ใช้เมื่อระดับที่สูงกว่ายังลดความเสี่ยงลงไม่พอ หรือใช้ประกอบระหว่างที่มาตรการระดับสูงกว่ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
มาตรการนี้ไม่ผิด แต่ยังไม่ครบตามเจตนาของข้อ 8.1.2 เพราะไม่มีบันทึกว่าเคยพิจารณาระดับที่สูงกว่าหรือไม่ เช่น การหุ้มลดเสียงที่ตัวเครื่อง การเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง หรือการย้ายจุดปฏิบัติงานออกจากรัศมี
สิ่งที่ทำให้ผ่านคือการแสดงว่าได้ไล่พิจารณาตามลำดับแล้ว ระบุว่าระดับใดทำได้ ระดับใดทำไม่ได้เพราะเหตุใด และมีแผนเวลาสำหรับมาตรการที่ต้องใช้งบลงทุน
ข้อ 8.1.2 ไม่ได้ทำงานลำพัง
ต้นทางของข้อนี้คือข้อ 6.1.2 การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง ถ้าอันตรายไม่ถูกชี้บ่ง ก็ไม่มีอะไรให้ขจัดหรือลด ส่วนปลายทางเชื่อมกับข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง เพราะการใส่มาตรการควบคุมใหม่คือการเปลี่ยนแปลงที่อาจสร้างอันตรายใหม่ขึ้นมาได้เอง
ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อยในทางปฏิบัติคือการติดตั้งการ์ดครอบเครื่องเพื่อลดความเสี่ยงจากจุดหมุน แล้วทำให้พนักงานต้องเอื้อมในท่าที่ผิดธรรมชาติเวลาป้อนชิ้นงาน ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ที่ยังไม่ถูกประเมิน
| สิ่งที่ต้องแสดง | หลักฐานที่ใช้ได้ |
|---|---|
| ได้ไล่พิจารณาตามลำดับ | บันทึกการพิจารณาที่ระบุเหตุผลของแต่ละระดับ ไม่ใช่แค่ผลสรุปสุดท้าย |
| มาตรการถูกนำไปใช้จริง | การตรวจพื้นที่ ภาพถ่าย บันทึกการติดตั้ง หรือผลตรวจวัดซ้ำ |
| มาตรการยังได้ผลอยู่ | แผนบำรุงรักษาการ์ดและระบบระบายอากาศ พร้อมบันทึกการตรวจสอบ |
| มาตรการใหม่ไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ | การประเมินความเสี่ยงที่ทบทวนใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง |
| ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วม | บันทึกการปรึกษาหารือกับผู้ทำงานหน้างานก่อนเลือกมาตรการ |
บทบาทของผู้ปฏิบัติงานในการเลือกมาตรการ
มาตรฐานให้น้ำหนักกับการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานไว้ในข้อ 5.4 ซึ่งมาบรรจบกับข้อ 8.1.2 ตรงจุดเลือกมาตรการ เหตุผลเชิงปฏิบัติคือคนที่ทำงานหน้างานรู้ว่ามาตรการแบบใดจะถูกเลี่ยงในสถานการณ์จริง มาตรการที่ออกแบบโดยไม่ถามคนใช้งานมักจบลงด้วยการถูกถอดออกหรือถูกข้าม
ทบทวนความเข้าใจข้อกำหนดของมาตรฐานนี้เพิ่มเติมได้ที่ ข้อสอบข้อกำหนด ISO 45001
คำถามที่ควรตอบได้
- อันตรายที่พบจากข้อ 6.1.2 ถูกส่งต่อมาที่การเลือกมาตรการควบคุมอย่างไร (ที่มา ข้อ 8.1.2 ประกอบข้อ 6.1.2)
- มีบันทึกใดแสดงว่าได้พิจารณามาตรการระดับที่สูงกว่าก่อนเลือกระดับที่ใช้อยู่ (ที่มา ข้อ 8.1.2)
- สำหรับมาตรการที่ทำไม่ได้ในตอนนี้ เหตุผลคืออะไร และมีแผนเวลาหรือไม่ (ที่มา ข้อ 8.1.2)
- เมื่อใส่มาตรการใหม่ ได้ทบทวนว่ามีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ (ที่มา ข้อ 8.1.3)
- ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมในการเลือกมาตรการอย่างไร (ที่มา ข้อ 5.4)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรฝึกอบรม ISO 45001:2018
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)
ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)
- ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
- Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
- ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
- ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ขอการรับรอง ISO 45001 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ISO 45001 ข้อ 10.1 ทั่วไป: จุดเชื่อมจากผลการประเมินสมรรถนะสู่การตัดสินใจปรับปรุง
ISO 45001 ข้อ 6.1.1 ทั่วไป: ความเสี่ยงสองความหมายในข้อเดียว และการประเมินก่อนการเปลี่ยนแปลง
ISO 45001 ข้อ 7.1 ทรัพยากร: การกำหนดมาก่อนการจัดหา และหลักฐานอยู่ที่การตัดสินใจ