ISO 45001 ข้อ 10.1 ทั่วไป: จุดเชื่อมจากผลการประเมินสมรรถนะสู่การตัดสินใจปรับปรุง

ISO 45001 ข้อ 10.1 ทั่วไป: จุดเชื่อมจากผลการประเมินสมรรถนะสู่การตัดสินใจปรับปรุง

บทความนี้อธิบาย ISO 45001:2018 ข้อ 10.1 ทั่วไป (General) ซึ่งเป็นข้อแรกของหมวด 10 การปรับปรุง (Improvement) โดยนำเสนอมุมมองของผู้เรียบเรียงที่เห็นว่าข้อนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างผลของการประเมินสมรรถนะในหมวด 9 กับการตัดสินใจขององค์กร และอธิบายเส้นแบ่งระหว่างข้อ 10.1 กับข้อ 6.1.2.3 ข้อ 10.2 และข้อ 10.3 พร้อมกรณีสมมติของโรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บรายการข้อสังเกตจากการตรวจติดตามภายในไว้ในแฟ้มโดยไม่มีร่องรอยของการตัดสินใจ

สรุปสั้นก่อน

  • ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 10.1 ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างข้อมูลขาออกของหมวด 9 การประเมินสมรรถนะ (Performance evaluation) กับการตัดสินใจขององค์กรว่าจะดำเนินการเรื่องใดต่อ
  • ผู้เรียบเรียงเห็นว่าโอกาสที่พบจากผลการประเมินในข้อ 10.1 เป็นคนละเส้นทางกับโอกาสที่ประเมินไว้ตอนวางแผนตามข้อ 6.1.2.3 และคนละเส้นทางกับการปฏิบัติการแก้ไข (corrective action) ตามข้อ 10.2
  • ผู้เรียบเรียงเห็นว่าสิ่งที่บอกเล่าการทำงานของข้อ 10.1 ได้ชัดเจนกว่าความยาวของรายการข้อสังเกต คือร่องรอยการตัดสินใจว่ารายการใดถูกหยิบขึ้นมา รายการใดถูกพักไว้ และด้วยเหตุผลใด

ตำแหน่งของข้อ 10.1 ระหว่างการประเมินสมรรถนะกับการดำเนินการ

หมวด 10 ของ ISO 45001:2018 ประกอบด้วยสามข้อ ได้แก่ ข้อ 10.1 ทั่วไป (General) ข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข (Incident, nonconformity and corrective action) และข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continual improvement) ข้อ 10.1 เป็นข้อกำหนดสั้น ๆ ไม่มีรายการ a), b), c) ให้ไล่ตาม สาระของข้อนี้โดยย่อคือ องค์กรระบุโอกาสในการปรับปรุง (opportunity for improvement) โดยอ้างอิงหมวด 9 แล้วนำการดำเนินการที่จำเป็นไปปฏิบัติ เพื่อไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ (intended outcomes) ของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 10.1 มีบทบาทเป็นจุดหมุนของระบบ ผลจากข้อ 9.1.1 ทั่วไป (General) ภายใต้ข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง การวัด การวิเคราะห์ และการประเมินสมรรถนะ (Monitoring, measurement, analysis and performance evaluation) ผลจากข้อ 9.1.2 การประเมินความสอดคล้อง (Evaluation of compliance) และผลจากข้อ 9.2 การตรวจประเมินภายใน (Internal audit) เป็นข้อมูลขาออกที่บอกว่าระบบอยู่ตรงไหน แต่ลำพังตัวข้อมูลเองยังไม่ได้บอกว่าองค์กรเลือกจะทำอะไรต่อ ส่วนข้อ 9.3 การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร (Management review) มีข้อมูลขาออกที่เป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหารอยู่ในตัว ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดรายการจากตัวมาตรฐาน ช่องว่างระหว่าง “รู้แล้ว” กับ “ตัดสินใจแล้ว” คือพื้นที่ที่ข้อ 10.1 ครอบคลุมอยู่ ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเกิดในการทบทวนโดยฝ่ายบริหารหรือในเวทีอื่นขององค์กร

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 10.1 ไม่ได้สร้างแหล่งข้อมูลใหม่ขึ้นมา แต่ใช้ผลจากกระบวนการประเมินที่องค์กรมีอยู่แล้ว สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือขั้นของการเลือก องค์กรที่มีข้อมูลการเฝ้าระวังครบถ้วน มีรายงานการตรวจติดตามภายในที่ละเอียด และมีรายงานการประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหาร อาจยังไม่มีขั้นของการเลือกนี้ปรากฏให้เห็นเลยก็ได้ หากข้อมูลเหล่านั้นไหลไปจบที่แฟ้มโดยไม่มีใครบันทึกว่าได้พิจารณาแล้วอย่างไร

ข้อ 1 ขอบเขต (Scope) ระบุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของระบบไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ตัวอย่างหนึ่งคือการปรับปรุงสมรรถนะด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง คำเดียวกันนี้ปรากฏในข้อ 4.1 การเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร (Understanding the organization and its context) ด้วย ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการผูกข้อ 10.1 เข้ากับผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ ทำให้คำถามเรื่องการปรับปรุงไม่ได้หยุดอยู่ที่ “ทำแล้วหรือยัง” แต่ไปถึง “สิ่งที่ทำนั้นขยับระบบเข้าใกล้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้หรือไม่”

เส้นแบ่งระหว่างข้อ 10.1 กับข้อ 6.1.2.3

คำว่าโอกาส (opportunity) ปรากฏใน ISO 45001:2018 มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับข้อ 10.1 มากคือข้อ 6.1.2.3 การประเมินโอกาสด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและโอกาสอื่น ๆ ต่อระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Assessment of OH&S opportunities and other opportunities for the OH&S management system) ซึ่งอยู่ในหมวด 6 การวางแผน (Planning) ภายใต้ข้อ 6.1 การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงและโอกาส (Actions to address risks and opportunities)

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าความต่างของสองข้อนี้อยู่ที่ทิศทางการมอง ข้อ 6.1.2.3 มองไปข้างหน้าจากขั้นวางแผน โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่องค์กรวางแผนไว้เป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาพิจารณา ข้อ 6.1.2.3 กำหนดประเด็นของการประเมินโอกาสไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ผลของการประเมินนี้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนการดำเนินการในข้อ 6.1.4 การวางแผนการดำเนินการ (Planning action) ส่วนข้อ 10.1 มองย้อนกลับจากผลที่วัดหรือตรวจพบแล้วในหมวด 9 แหล่งที่มาของโอกาสจึงต่างกัน แม้ลักษณะของการดำเนินการที่ตามมาอาจคล้ายกันมาก

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าโอกาสเรื่องเดียวกันสามารถปรากฏได้ทั้งสองเส้นทาง ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนสารทำความสะอาดแผงวงจรเป็นสูตรที่ระเหยน้อยลง อาจถูกประเมินไว้ตั้งแต่ขั้นวางแผนเมื่อองค์กรรู้ว่าจะเปลี่ยนผู้ขายสารเคมี หรืออาจปรากฏขึ้นจากผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่แสดงแนวโน้มสูงขึ้น คำถามที่ตามมาคือ เมื่อเรื่องเดียวกันมาจากสองทาง บันทึกขององค์กรแสดงว่าเรื่องนั้นมาจากทางใด และการตัดสินใจถูกบันทึกไว้ที่จุดใด ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการรู้ที่มาของโอกาสมีผลต่อการทบทวนภายหลัง เพราะโอกาสที่มาจากผลการประเมินอาจมีตัวเลขหรือข้อค้นพบตั้งต้นให้เทียบ ขณะที่โอกาสจากขั้นวางแผนอาจยังไม่มี

เส้นแบ่งระหว่างข้อ 10.1 กับข้อ 10.2 และข้อ 10.3

ข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข มีจุดเริ่มต้นที่เหตุการณ์ คือเมื่อเกิดอุบัติการณ์ (incident) หรือพบความไม่สอดคล้อง (nonconformity) และมีกระบวนการของตนเอง ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 10.1 เป็นข้อที่กว้างกว่า และครอบคลุมโอกาสที่ไม่ได้มีความไม่สอดคล้องเป็นตัวตั้ง เช่น การปรับวิธีการที่ยังเป็นไปตามเกณฑ์อยู่แล้วให้ดีขึ้น

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเส้นแบ่งนี้มีผลในทางปฏิบัติ หากข้อค้นพบใดเข้าข่ายความไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์กรเอง แต่ถูกเขียนไว้ในรายงานว่าเป็น “ข้อสังเกต” หรือ “โอกาสในการปรับปรุง” ข้อค้นพบนั้นอาจไม่ได้เดินผ่านขั้นตอนของข้อ 10.2 เช่น การหาสาเหตุและการทบทวนประสิทธิผลของการปฏิบัติการแก้ไข ข้อ 10.2 กำหนดขั้นตอนเหล่านี้ไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน คำถามที่ตามมาคือ ผู้ตรวจติดตามภายในขององค์กรใช้เกณฑ์ใดแยกสองประเภทนี้ออกจากกัน และเกณฑ์นั้นเขียนไว้ที่ใด

ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง กำหนดแนวทางของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าความสัมพันธ์ของสามข้อในหมวด 10 อ่านได้เป็นโครงร่ม ข้อ 10.1 เป็นร่มที่บอกทิศ ข้อ 10.2 เป็นเส้นทางเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์หรือความไม่สอดคล้อง และข้อ 10.3 เป็นพันธะที่ไม่มีจุดจบของรอบ

ข้อสังเกตเชิงโครงสร้างอีกประการหนึ่งคือ ตัวข้อ 10.1 ไม่มีการระบุการเก็บรักษาเอกสารสารสนเทศ (documented information) เป็นการเฉพาะ ต่างจากข้อ 10.2 และข้อ 10.3 ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ทำให้การตัดสินใจภายใต้ข้อ 10.1 มองไม่เห็น เพราะการตัดสินใจเหล่านั้นอาจไปปรากฏในข้อมูลขาออกของการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร ในแผนการดำเนินการ หรือในบันทึกของเวทีที่องค์กรใช้พิจารณา คำถามที่ตามมาคือ องค์กรเลือกให้การตัดสินใจเหล่านี้ไปปรากฏที่ใด

ข้อสังเกตกับร่องรอยการตัดสินใจ

ผู้เรียบเรียงเห็นว่ารายการข้อสังเกตเป็นเพียงข้อมูลนำเข้า ไม่ใช่การตัดสินใจ รายงานการตรวจติดตามภายในที่ระบุโอกาสในการปรับปรุงไว้เป็นรายการยาว ยังบอกได้น้อยเกี่ยวกับการทำงานของข้อ 10.1 หากไม่ปรากฏว่าองค์กรพิจารณารายการเหล่านั้นแล้วอย่างไร ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 10.1 ไม่ได้หมายความว่ารายการใด ๆ ที่ถูกเขียนว่าเป็นโอกาสต้องถูกนำไปทำ การพักรายการไว้ก็เป็นผลของการพิจารณาเช่นกัน คำถามที่ตามมาคือ เหตุผลของการพักไปปรากฏอยู่ที่ใด

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าโอกาสในการปรับปรุงที่หน่วยรับรองเขียนไว้ในรายงานการตรวจประเมินมีสถานะเป็นข้อมูลนำเข้าอีกแหล่งหนึ่งเช่นกัน หน่วยรับรองไม่ได้ระบุวิธีแก้ไข และไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจแทนองค์กรว่าจะหยิบเรื่องใดขึ้นมาดำเนินการ การชั่งน้ำหนักเรื่องเหล่านี้เป็นขององค์กรเอง

อีกมิติหนึ่งคือผู้ที่มีส่วนในการตัดสินใจ ข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน (Consultation and participation of workers) กำหนดเรื่องที่ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่ระดับบริหารมีส่วนเกี่ยวข้องไว้เป็นรายการ ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเมื่อโอกาสในการปรับปรุงเกี่ยวกับหน้างานโดยตรง คำถามว่าผู้ปฏิบัติงานที่อยู่หน้างานได้รับรู้หรือมีส่วนในการพิจารณาหรือไม่ เป็นคำถามที่เชื่อมสองข้อนี้เข้าด้วยกัน

กรณีสมมติ — โรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกอบแผงวงจรสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และได้รับการรับรอง ISO 45001:2018 ทีมตรวจติดตามภายในตรวจระบบในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 รายงานการตรวจมีหัวข้อ “ข้อสังเกตและโอกาสในการปรับปรุง” ซึ่งมีรายการหลายเรื่อง ในจำนวนนั้นมีสามเรื่องที่เกี่ยวกับหน้างานโดยตรง ได้แก่ เส้นแบ่งทางเดินรถยกในคลังวัตถุดิบที่สีจางจนแยกจากทางเดินเท้าได้ยาก ฮูดดูดควันบัดกรีที่สายการผลิตที่สองซึ่งไม่ปรากฏในแผนการตรวจวัดความเร็วลม และแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (near miss) ที่มีเฉพาะภาษาไทย ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานบางส่วนในกะกลางคืนอ่านภาษาเมียนมา

รายงานฉบับนี้เก็บอยู่ในแฟ้มที่ห้องของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ รายงานการประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหารเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 บันทึกในวาระนี้เพียงว่า “รับทราบผลการตรวจติดตามภายใน” ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2026 ฝ่ายซ่อมบำรุงทาสีเส้นแบ่งทางเดินในคลังใหม่ตามแผนซ่อมบำรุงประจำปี ใบสั่งงานไม่ได้อ้างถึงรายงานการตรวจติดตามภายใน ส่วนเรื่องฮูดดูดควันและแบบฟอร์มรายงาน ยังไม่มีบันทึกใดที่กล่าวถึง ผู้จัดการฝ่ายผลิตอธิบายว่าเรื่องฮูดดูดควัน “คุยกันแล้วในที่ประชุมฝ่าย” แต่ไม่มีรายงานการประชุมของฝ่าย

คำถามที่ตามมาคือ ข้อความ “รับทราบ” ในรายงานการทบทวนโดยฝ่ายบริหารบอกอะไรได้บ้างเกี่ยวกับการพิจารณารายการทั้งสามเรื่อง การทาสีเส้นแบ่งทางเดินที่เกิดจากแผนซ่อมบำรุง นับเป็นการตอบสนองต่อข้อสังเกตได้หรือไม่ เมื่อไม่มีเอกสารใดเชื่อมสองเรื่องเข้าหากัน และฮูดดูดควันที่ไม่อยู่ในแผนการตรวจวัด เป็นโอกาสในการปรับปรุง หรือเป็นช่องว่างของแผนการเฝ้าระวังที่องค์กรกำหนดไว้เองภายใต้ข้อ 9.1.1

ประเด็นที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเกี่ยวข้อง คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมา
แฟ้มรายงานการตรวจติดตามภายในที่มีรายการข้อสังเกต แต่ไม่มีบันทึกว่ารายการใดผ่านการพิจารณาแล้ว ใครเป็นผู้พิจารณา ในเวทีใด และผลการพิจารณา ทั้งรายการที่หยิบขึ้นมาและรายการที่พักไว้ ไปปรากฏที่ใด
งานปรับปรุงหน้างานที่เกิดขึ้นจริงจากแผนซ่อมบำรุง โดยไม่อ้างกลับไปยังผลการประเมินสมรรถนะ องค์กรแยกอย่างไรระหว่างงานตามรอบซ่อมบำรุงกับงานที่เกิดจากผลการประเมิน และความต่างนี้มีผลต่อการติดตามผลภายหลังหรือไม่

คำถามที่ควรตอบได้

  1. เมื่อมีโอกาสในการปรับปรุงจากมากกว่าหนึ่งแหล่งในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น จากการตรวจติดตามภายในและจากผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน องค์กรอธิบายได้อย่างไรว่าเรื่องใดถูกหยิบขึ้นมาก่อน
    ที่มา: ข้อ 10.1 ทั่วไป
  2. ข้อค้นพบที่ถูกบันทึกเป็น “ข้อสังเกต” ในรายงานการตรวจติดตามภายใน มีรายการใดที่เมื่อเทียบกับเกณฑ์ขององค์กรเองแล้วอาจเข้าข่ายความไม่สอดคล้อง
    ที่มา: ข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข
  3. แผนการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานฉบับปัจจุบันขององค์กร ครอบคลุมอุปกรณ์ที่ติดตั้งหรือย้ายตำแหน่งหลังการจัดทำแผนครั้งล่าสุดหรือไม่
    ที่มา: ข้อ 9.1.1 ทั่วไป

ข้อความเต็มของข้อกำหนดที่อ้างถึงข้างต้น ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ISO 45001:2018

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนดของ ISO 45001:2018 ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001

EQA จัดหลักสูตรอบรมข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001:2018 และเป็นหน่วยรับรองที่ตรวจรับรอง ISO 45001 หลักสูตรมีเนื้อหาเชิงหลักการ ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ดูหลักสูตรอบรม ISO 45001 ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง ISO 45001

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Jeerasak Muangchin

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)

ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)

  • ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
  • Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
  • ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
  • ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 45001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 45001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE