ISO 45001:2018 ข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร ตีความข้อกำหนดพร้อมกรณีสมมติในบริบทไทย

ISO 45001 ข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร (management review) ของ ISO 45001:2018 ใช้โครงเดียวกับมาตรฐานระบบการจัดการฉบับอื่น แต่มีสองจุดที่ไม่เหมือนใคร จุดแรกคือรายการข้อมูลนำเข้ามีเรื่องผลของการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานรวมอยู่ด้วย จุดที่สองคือมาตรฐานกำหนดให้ผลลัพธ์ของการทบทวนต้องถูกสื่อสารกลับไปยังผู้ปฏิบัติงานและผู้แทนผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่จบอยู่ในห้องประชุมผู้บริหาร สองจุดนี้ทำให้การทบทวนฝ่ายบริหารของระบบอาชีวอนามัยเป็นวงจรปิดที่ตามรอยได้ ไม่ใช่พิธีกรรมประจำปี

การทบทวนฝ่ายบริหารมีไว้ทำอะไร และทำไมจึงต้องเป็นผู้บริหารสูงสุด

ข้อ 9.3 กำหนดให้ผู้บริหารสูงสุด (top management) ทบทวนระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยขององค์กรตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังเหมาะสม เพียงพอ และมีประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง คำสามคำนี้ไม่ได้ซ้ำกัน และการแยกความหมายออกจากกันคือจุดเริ่มต้นของการทบทวนที่มีคุณภาพ

ความเหมาะสม ถามว่าระบบที่ออกแบบไว้ยังเข้ากับสิ่งที่องค์กรเป็นอยู่จริงหรือไม่ ถ้าปีที่แล้วมีสองไลน์ผลิต ปีนี้มีสี่ไลน์และเพิ่มงานเชื่อมโลหะเข้ามา ระบบที่เขียนไว้ตอนมีสองไลน์อาจยังทำงานได้แต่ไม่เหมาะสมแล้ว ความเพียงพอ ถามว่าสิ่งที่มีครอบคลุมสิ่งที่ต้องควบคุมครบหรือไม่ ทั้งในแง่ขอบเขต กำลังคน และงบประมาณ ส่วน ประสิทธิผล ถามว่าสิ่งที่ทำอยู่ให้ผลตามที่ตั้งใจไว้จริงหรือไม่ ซึ่งวัดจากผลลัพธ์ ไม่ใช่จากการมีเอกสารครบ

เหตุผลที่มาตรฐานระบุตัวผู้ทำหน้าที่ไว้ชัดว่าเป็นผู้บริหารสูงสุด ไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย เพราะสิ่งที่การทบทวนต้องตัดสินใจจำนวนหนึ่งอยู่นอกอำนาจของฝ่ายความปลอดภัย เช่น การเพิ่มอัตรากำลัง การอนุมัติงบเปลี่ยนเครื่องจักร หรือการทบทวนเป้าหมายการผลิตที่กดดันจนคนเลือกทางลัด การประชุมที่จบด้วยข้อสรุปว่า “ให้ฝ่ายความปลอดภัยไปติดตามต่อ” โดยไม่มีการจัดสรรทรัพยากรใด ๆ คือสัญญาณว่าการทบทวนยังไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน

ข้อมูลนำเข้า จุดที่ ISO 45001 ต่างจากมาตรฐานฉบับอื่น

ข้อ 9.3 ระบุรายการข้อมูลนำเข้าไว้ยาว และการอ่านทีละบรรทัดทำให้มองไม่เห็นตรรกะที่อยู่เบื้องหลัง วิธีอ่านที่ใช้ได้ดีกว่าคือจัดกลุ่มใหม่ตามคำถามที่แต่ละกลุ่มพยายามตอบ

กลุ่มที่หนึ่ง มองย้อนหลัง ประกอบด้วยสถานะของเรื่องที่ค้างจากการทบทวนครั้งก่อน ผลการตรวจติดตาม สถิติอุบัติการณ์และความไม่สอดคล้อง ผลการเฝ้าระวังและวัดผล และผลการประเมินความสอดคล้องกับกฎหมาย กลุ่มนี้ตอบคำถามว่า “รอบที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

กลุ่มที่สอง มองสถานะปัจจุบัน ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงของประเด็นภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับระบบ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เปลี่ยนไป พันธะทางกฎหมายที่มีการแก้ไข และสถานะของความเสี่ยงและโอกาสที่ชี้บ่งไว้ กลุ่มนี้ตอบคำถามว่า “โลกรอบตัวเราขยับไปทางไหนแล้ว”

กลุ่มที่สาม มองไปข้างหน้า ประกอบด้วยความเพียงพอของทรัพยากร โอกาสในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และผลการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มนี้ตอบคำถามว่า “จะต้องลงทุนหรือเปลี่ยนอะไรต่อ”

สิ่งที่แทรกอยู่ในรายการและไม่ปรากฏในมาตรฐานฉบับอื่นคือ ผลของการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเชื่อมโดยตรงกับ ข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน เจตนาของการใส่เรื่องนี้เข้ามาคือทำให้เสียงจากหน้างานเดินทางไปถึงโต๊ะที่มีอำนาจตัดสินใจได้จริง ไม่ใช่หยุดอยู่ที่คณะกรรมการความปลอดภัย

ในทางปฏิบัติ ข้อมูลนำเข้าข้อนี้ไม่ได้หมายถึงการรายงานว่าจัดประชุมคณะกรรมการไปกี่ครั้ง แต่หมายถึงการสรุปว่าผู้ปฏิบัติงานเสนอเรื่องอะไรเข้ามาบ้าง เรื่องใดถูกดำเนินการ เรื่องใดถูกปฏิเสธและด้วยเหตุผลใด และมีเรื่องใดที่ต้องการการตัดสินใจระดับผู้บริหารจึงจะเดินต่อได้ รูปแบบที่เป็นตัวเลขล้วนตอบข้อนี้ได้ไม่ครบ

กรณีสมมติ — โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่งในระยอง (เป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ลูกค้าจริง) เตรียมวาระทบทวนฝ่ายบริหารประจำปี ฝ่ายความปลอดภัยเสนอสไลด์ที่มีสถิติอุบัติเหตุ จำนวนชั่วโมงอบรม และผลการตรวจติดตามภายใน ครบตามที่เคยทำมาทุกปี

สิ่งที่ยังขาดคือข้อมูลนำเข้าเรื่องผลการปรึกษาหารือ ในรอบปีนั้นมีเรื่องที่ผู้ปฏิบัติงานแผนกปั๊มขึ้นรูปเสนอซ้ำสามครั้งว่าแสงสว่างบริเวณจุดตรวจชิ้นงานไม่พอจนต้องก้มเข้าใกล้เครื่อง แต่เรื่องค้างอยู่เพราะการเดินระบบไฟใหม่ต้องหยุดไลน์และต้องใช้งบนอกแผน

ถ้าวาระการทบทวนไม่มีช่องให้เรื่องแบบนี้ปรากฏ ผู้บริหารสูงสุดจะไม่มีทางรู้ และการประชุมจะจบด้วยข้อสรุปว่าระบบยังมีประสิทธิผลดี ทั้งที่มีความเสี่ยงที่ชี้บ่งไว้แล้วค้างอยู่เพราะติดข้อจำกัดที่มีแต่ผู้บริหารเท่านั้นที่ปลดได้ การเพิ่มวาระ “เรื่องที่ผู้ปฏิบัติงานเสนอและยังไม่ได้ข้อยุติ” จึงเป็นการแก้ที่ตรงกับเจตนาของข้อ 9.3 มากกว่าการเพิ่มกราฟ

ผลลัพธ์ของการทบทวน ต้องเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่บันทึกการประชุม

มาตรฐานกำหนดว่าผลลัพธ์ของการทบทวนฝ่ายบริหารต้องรวมข้อสรุปเรื่องความเหมาะสม ความเพียงพอ และประสิทธิผลของระบบ ต้องรวมโอกาสในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงระบบ ทรัพยากรที่ต้องใช้ การดำเนินการที่ต้องทำถ้าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โอกาสในการปรับปรุงการบูรณาการระบบเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจอื่น และนัยต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

รายการนี้อ่านแล้วดูมาก แต่ถ้าย่อลงเหลือแก่น จะได้เพียงสองอย่าง คือ คำตัดสินว่าระบบอยู่ในสภาพใด และ สิ่งที่จะทำต่อพร้อมทรัพยากรที่รองรับ บันทึกการประชุมที่มีแต่การรายงานตัวเลขและความเห็นทั่วไป โดยไม่มีข้อความที่ระบุว่าใครทำอะไร ภายในเมื่อไร ด้วยงบเท่าไร ยังไม่ตอบข้อ 9.3 แม้จะมีลายเซ็นผู้บริหารครบ

ข้อความในบันทึก ตอบข้อ 9.3 หรือยัง เหตุผล
“ที่ประชุมรับทราบสถิติอุบัติเหตุ” ยัง เป็นการรับทราบ ไม่ใช่ข้อสรุปหรือการตัดสินใจ
“ระบบยังมีประสิทธิผล” ยังไม่ครบ เป็นข้อสรุปแต่ไม่ระบุว่าสรุปจากหลักฐานใด และไม่แยกความเหมาะสมกับความเพียงพอ
“มอบฝ่ายความปลอดภัยไปพิจารณา” ยัง ไม่มีการจัดสรรทรัพยากรและไม่มีกำหนดเวลา
“อนุมัติงบ X บาท เดินระบบไฟจุดตรวจชิ้นงานใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่สอง ผู้รับผิดชอบคือฝ่ายวิศวกรรม” ตอบได้ มีการตัดสินใจ ทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา ตามรอยผลได้ในรอบถัดไป

เงื่อนไขปิดท้ายของข้อ 9.3 คือการสื่อสารผลกลับ

ข้อ 9.3 ปิดท้ายด้วยเงื่อนไขสองอย่าง อย่างแรกคือองค์กรต้องเก็บรักษาเอกสารสารสนเทศเป็นหลักฐานของผลการทบทวน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกมาตรฐาน อย่างที่สองคือ ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องของการทบทวนฝ่ายบริหารต้องถูกสื่อสารไปยังผู้ปฏิบัติงาน และไปยังผู้แทนผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่มี เงื่อนไขข้อหลังนี้ไม่ปรากฏในข้อ 9.3 ของมาตรฐานคุณภาพ สิ่งแวดล้อม หรือความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

เจตนาของเงื่อนไขนี้ต่อเนื่องมาจากตรรกะเดียวกับข้อ 5.4 คือถ้าองค์กรขอให้ผู้ปฏิบัติงานเสนอเรื่องเข้ามา แล้วเรื่องนั้นเดินไปถึงการทบทวนฝ่ายบริหาร ผู้เสนอควรได้รู้ว่าเรื่องจบอย่างไร การไม่สื่อสารกลับทำให้ช่องทางการมีส่วนร่วมค่อย ๆ เงียบลงเอง เพราะคนที่เคยเสนอแล้วไม่ได้ยินอะไรกลับมาจะไม่เสนออีก

คำว่า “ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง” เปิดให้องค์กรใช้ดุลยพินิจได้ ไม่ได้แปลว่าต้องแจกบันทึกการประชุมทั้งฉบับ ข้อมูลบางส่วนเช่นตัวเลขงบประมาณหรือประเด็นเชิงกลยุทธ์อาจไม่จำเป็นต้องเผยแพร่ แต่ข้อสรุปเรื่องสภาพของระบบ การตัดสินใจที่กระทบต่อการทำงานหน้างาน และสถานะของเรื่องที่ผู้ปฏิบัติงานเสนอเข้ามา เป็นสามส่วนที่ตอบเจตนาของข้อนี้ได้ตรงที่สุด ช่องทางที่ใช้ก็อยู่ภายใต้กลไกเดียวกับ ข้อ 7.4 การสื่อสาร ซึ่งกำหนดให้คำนึงถึงความหลากหลายของผู้รับสารด้วย

ความถี่ และการเชื่อมกับรอบตรวจประเมิน

มาตรฐานใช้คำว่า “ตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้” โดยไม่กำหนดตัวเลข องค์กรจึงเป็นผู้กำหนดเอง สิ่งที่ต้องอธิบายได้ต่อผู้ตรวจประเมินคือเหตุผลว่าทำไมความถี่นั้นจึงเพียงพอสำหรับความเสี่ยงที่องค์กรมีอยู่ สถานประกอบการที่มีงานเสี่ยงสูงและมีอัตราการเปลี่ยนแปลงสูงย่อมอธิบายรอบปีละครั้งได้ยากกว่าสำนักงานที่มีความเสี่ยงจำกัด

อีกจุดที่ควรวางให้สัมพันธ์กันคือลำดับเวลาระหว่างการตรวจติดตามภายในกับการทบทวนฝ่ายบริหาร เพราะข้อมูลนำเข้าข้อหนึ่งคือผลการตรวจติดตาม ถ้าจัดทบทวนก่อนแล้วตรวจติดตามทีหลัง ข้อมูลนำเข้าส่วนนั้นจะเป็นของรอบเก่า ซึ่งอธิบายได้ยากว่าการทบทวนสะท้อนสภาพปัจจุบันของระบบ ผู้ที่ดูแลหลายระบบพร้อมกันสามารถเทียบเคียงตรรกะเดียวกันได้จากบทความ การทบทวนฝ่ายบริหารของ ISO 14001 ซึ่งใช้โครงข้อมูลนำเข้าคล้ายกันแต่ไม่มีเงื่อนไขเรื่องการสื่อสารกลับไปยังผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับองค์กรที่รวมการประชุมของหลายระบบไว้ในวาระเดียวกัน มาตรฐานไม่ได้ห้าม แต่ต้องระวังว่าข้อมูลนำเข้าและข้อสรุปเฉพาะของระบบอาชีวอนามัยยังต้องปรากฏครบ ไม่ถูกกลืนหายไปในวาระรวม โดยเฉพาะเรื่องผลการปรึกษาหารือกับผู้ปฏิบัติงานและสถานะของอุบัติการณ์ตาม ข้อ 10.2

คำถามที่ควรตอบได้

  1. วาระการทบทวนฝ่ายบริหารรอบล่าสุดของเรามีข้อมูลนำเข้าเรื่องผลการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ และนำเสนอในรูปแบบใด (ที่มา: ข้อ 9.3 ในส่วนข้อมูลนำเข้า ประกอบกับข้อ 5.4)
  2. ข้อสรุปในบันทึกของเราแยกความเหมาะสม ความเพียงพอ และประสิทธิผลออกจากกันหรือไม่ หรือรวบเป็นประโยคเดียว (ที่มา: ข้อ 9.3 ในส่วนวัตถุประสงค์ของการทบทวน)
  3. การตัดสินใจที่ออกจากการทบทวนครั้งก่อน มีกี่เรื่องที่ระบุทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลาไว้ครบ และรอบนี้เรารายงานสถานะของเรื่องเหล่านั้นอย่างไร (ที่มา: ข้อ 9.3 ในส่วนผลลัพธ์ และในส่วนสถานะของการดำเนินการจากการทบทวนครั้งก่อน)
  4. ผลการทบทวนรอบล่าสุดถูกสื่อสารไปยังผู้ปฏิบัติงานด้วยวิธีใด และเราเลือกสื่อสารส่วนใดบ้าง ด้วยเหตุผลอะไร (ที่มา: ข้อ 9.3 ในส่วนการสื่อสารผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง)
  5. ความถี่ของการทบทวนที่เรากำหนดไว้ อธิบายได้อย่างไรว่าเพียงพอกับระดับความเสี่ยงและอัตราการเปลี่ยนแปลงขององค์กร (ที่มา: ข้อ 9.3 ในส่วนช่วงเวลาที่วางแผนไว้)

สำหรับผู้ที่ดูแลหลายระบบพร้อมกัน ผลการดำเนินการเทียบกับวัตถุประสงค์เป็นข้อมูลนำเข้าของการทบทวนฝ่ายบริหารในทุกมาตรฐาน ส่วนวิธีที่ฝั่งสิ่งแวดล้อมกำหนดเรื่องการตั้งวัตถุประสงค์และการวางแผนไว้ อธิบายไว้ในบทความ ISO 14001:2026 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและการวางแผนเพื่อบรรลุ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตร ISO 45001:2018 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand