ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ — เส้นแบ่งเดินตามคน ไม่ใช่ตามรั้ว

ภาพปกบทความ ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 4.3 ของ ISO 45001:2018 ว่าด้วยการกำหนดขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S management system) สิ่งที่ข้อนี้ต้องการไม่ใช่ประโยคสั้น ๆ ที่เขียนไว้บนใบรับรอง แต่เป็นการตัดสินใจว่าระบบจะรับผิดชอบต่อกิจกรรมใดและต่อผู้ปฏิบัติงานกลุ่มใดบ้าง จุดที่ทำให้ข้อนี้ต่างจากข้อเดียวกันในมาตรฐานระบบอื่นคือ เส้นแบ่งของระบบนี้เดินตามตัวคนที่ทำงานภายใต้การควบคุมขององค์กร ไม่ได้เดินตามรั้วโรงงานหรือตามนิติบุคคล

ขอบเขตคือคำสัญญา ไม่ใช่คำอธิบายธุรกิจ

เมื่ออ่านข้อ 4.3 แล้วย้อนกลับไปดูข้อ 4.1 (การทำความเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร) และข้อ 4.2 (การทำความเข้าใจความต้องการและความคาดหวังของผู้ปฏิบัติงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น) จะเห็นว่าสามข้อนี้ทำงานต่อกันเป็นลำดับ ข้อ 4.1 กับ 4.2 ให้ภาพว่ามีอะไรอยู่รอบตัวองค์กรบ้าง ส่วนข้อ 4.3 ให้องค์กรตัดสินใจว่าจะขีดเส้นล้อมสิ่งใดเข้ามาไว้ในระบบ

เมื่อสิ่งใดอยู่ในเส้นแล้ว สิ่งนั้นจะถูกลากเข้าไปในทุกข้อที่ตามมา คือต้องถูกชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6.1.2 ต้องอยู่ในการควบคุมการปฏิบัติงานตามข้อ 8.1 ต้องอยู่ในการเฝ้าระวังและวัดตามข้อ 9.1 และต้องอยู่ในการตรวจติดตามภายในตามข้อ 9.2 ขอบเขตจึงไม่ใช่ข้อความประชาสัมพันธ์ แต่เป็นคำสัญญาว่าองค์กรจะบริหารจัดการอะไรบ้าง

ผลที่ตามมาคือ ขอบเขตที่กว้างเกินความสามารถจะทำให้ระบบมีช่องโหว่ทันทีในวันแรก ส่วนขอบเขตที่แคบเกินจริงจะทำให้ระบบไม่ตอบโจทย์ที่ตัวมาตรฐานตั้งใจ และเป็นประเด็นที่ผู้ตรวจประเมินต้องหยิบขึ้นมาถาม

เส้นแบ่งเดินตามคน ไม่ได้เดินตามรั้ว

นี่คือจุดที่ทำให้ข้อ 4.3 ของมาตรฐานฉบับนี้ต่างจากข้อ 4.3 ของ ISO 9001 หรือ ISO 14001 อย่างมีนัยสำคัญ ตัวมาตรฐานให้ความสำคัญกับคำว่า “ผู้ปฏิบัติงาน” (worker) ในความหมายที่กว้างกว่าคำว่า “พนักงาน” และให้ความสำคัญกับเงื่อนไข “ทำงานภายใต้การควบคุมขององค์กร”

เมื่ออ่านด้วยเลนส์นี้ คำถามที่ต้องตอบจึงเปลี่ยนจาก “สถานที่ใดเป็นของเรา” ไปเป็น “กิจกรรมใดที่เราตัดสินใจแทนคนทำงานได้ หรือกำหนดเงื่อนไขการทำงานให้เขาได้” ถ้าคำตอบคือได้ กิจกรรมนั้นควรอยู่ในเส้น แม้จะเกิดขึ้นนอกพื้นที่ของบริษัทก็ตาม

กลุ่มที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษจึงได้แก่ ผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ พนักงานจ้างเหมาช่วง แรงงานที่มาจากบริษัทจัดหางาน พนักงานขับรถส่งของ ช่างที่ออกไปติดตั้งหรือซ่อมบำรุงที่หน้างานของลูกค้า พนักงานขายที่เดินทางเป็นหลัก และผู้ที่ทำงานจากที่พักอาศัย การตัดสินใจว่าจะรวมหรือไม่รวมกลุ่มใด ต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ ไม่ใช่ตัดออกเพราะจัดการยาก

กรณีสมมติ — โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ในระยอง
บริษัทสมมติแห่งหนึ่งผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูป มีพนักงานประจำ 420 คน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

บริษัทเขียนขอบเขตของระบบไว้ว่า “การผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ณ สำนักงานและโรงงานเลขที่ … จังหวัดระยอง” ซึ่งเป็นข้อความชุดเดียวกันกับที่ใช้ในระบบบริหารคุณภาพ

เมื่อไล่ดูกิจกรรมจริง พบว่ามีสามส่วนที่ข้อความนี้ไม่ได้ตอบ หนึ่งคือโรงอาหารในพื้นที่ซึ่งดำเนินการโดยผู้รับจ้างภายนอกและมีพนักงานของผู้รับจ้าง 12 คนทำงานกับเตาแก๊สและอ่างล้างทุกวัน สองคือคลังสินค้าเช่าที่อยู่ห่างออกไปประมาณสามกิโลเมตร ซึ่งมีรถยกทำงานอยู่และไม่ได้อยู่ในเลขที่ที่ระบุไว้ สามคือทีมช่างสี่คนที่เดินทางไปติดตั้งแม่พิมพ์ที่โรงงานของลูกค้าเป็นครั้งคราว

ประเด็นที่กรณีนี้แสดงคือ ข้อความขอบเขตถูกยืมมาจากระบบที่มีตรรกะคนละแบบ ระบบบริหารคุณภาพขีดเส้นรอบผลิตภัณฑ์และสถานที่ผลิต ส่วนระบบนี้ต้องขีดเส้นรอบกิจกรรมและผู้ปฏิบัติงานที่องค์กรควบคุมได้ ทั้งสามส่วนข้างต้นมีอันตรายที่ชัดเจนและองค์กรมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขการทำงานได้ในระดับหนึ่ง จึงต้องมีคำอธิบายว่าอยู่ในหรืออยู่นอกเส้น และเพราะเหตุใด

การไม่รวมเข้ามาต้องอธิบายได้ ไม่ใช่แค่เงียบไว้

มาตรฐานเปิดให้องค์กรกำหนดขอบเขตเองได้ แต่เจตนาที่อยู่เบื้องหลังคือขอบเขตต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำให้ตัวเลขสมรรถนะดูดีขึ้น การตัดหน่วยงานที่มีสถิติการบาดเจ็บสูงออกจากขอบเขต ทั้งที่หน่วยงานนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กร เป็นการใช้ข้อ 4.3 ผิดวัตถุประสงค์

เกณฑ์ที่ใช้ตรวจสอบตัวเองได้ง่ายมีสองข้อ ข้อแรกคือ ถ้าเกิดอุบัติการณ์ขึ้นกับกิจกรรมที่ตัดออกไป องค์กรจะยังต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือตามสัญญาหรือไม่ ถ้ายังต้อง การตัดออกก็ไม่ได้ลดความรับผิดชอบจริง เพียงแต่ทำให้ระบบมองไม่เห็น ข้อที่สองคือ ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในกิจกรรมนั้นจะเข้าใจได้หรือไม่ว่าทำไมตนเองจึงไม่ได้อยู่ในระบบ ถ้าอธิบายให้เขาฟังแล้วฟังไม่ขึ้น ก็ควรทบทวน

สถานการณ์ คำถามที่ต้องตอบก่อน เหตุผลที่คำถามนี้ชี้ขาด
ผู้รับเหมาทำงานในพื้นที่ของเรา เรากำหนดเงื่อนไขการเข้าพื้นที่และวิธีทำงานของเขาได้หรือไม่ อำนาจกำหนดเงื่อนไขคือรูปแบบหนึ่งของการควบคุม
ช่างของเราไปทำงานที่หน้างานลูกค้า เราสั่งงาน จัดอุปกรณ์ และกำหนดวิธีทำงานให้เขาหรือไม่ การอยู่นอกพื้นที่ไม่ได้ทำให้อำนาจสั่งการหายไป
คลังเช่าที่อยู่คนละที่ตั้ง กิจกรรมในคลังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของเราหรือไม่ ที่อยู่ในทะเบียนไม่ใช่เกณฑ์ กิจกรรมต่างหากที่เป็นเกณฑ์
พนักงานทำงานจากที่พัก เราจัดอุปกรณ์ กำหนดชั่วโมงทำงาน หรือให้คำแนะนำด้านการยศาสตร์หรือไม่ ระดับการควบคุมที่มีจริงเป็นตัวกำหนดระดับความรับผิดชอบ
บริษัทในเครือที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน อันตรายจากกิจกรรมของเขากระทบผู้ปฏิบัติงานของเราหรือไม่ อันตรายเดินข้ามเส้นนิติบุคคลได้เสมอ

ตารางนี้เป็นกรอบคำถามที่ผู้เรียบเรียงจัดทำขึ้นเพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่การสรุปหรือแปลตัวบทของมาตรฐาน

เขียนขอบเขตอย่างไรให้ใช้งานได้จริง

ข้อความขอบเขตที่ใช้งานได้ควรตอบสามเรื่องพร้อมกัน คือกิจกรรมและกระบวนการที่ครอบคลุม สถานที่หรือหน่วยงานที่ครอบคลุม และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่ครอบคลุม เรื่องที่สามเป็นเรื่องที่มาตรฐานระบบอื่นไม่ได้เรียกร้อง แต่ในระบบนี้เป็นหัวใจ

ถ้ามีการไม่รวมสิ่งใดเข้ามา ควรเขียนไว้ให้เห็นพร้อมเหตุผล เพราะการเขียนไว้ทำให้การตัดสินใจนั้นถูกทบทวนได้ในภายหลัง ต่างจากการเงียบไว้ซึ่งทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเคยตัดสินใจอะไรไป และเมื่อบริบทเปลี่ยน เช่น เปิดคลังใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน หรือรับงานติดตั้งนอกสถานที่เพิ่ม ขอบเขตควรถูกหยิบขึ้นมาทบทวนพร้อมกัน

อ่านประกอบ: ISO 45001 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย · ISO 45001 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อและผู้รับเหมา · ISO 45001 ข้อ 5.3 บทบาทหน้าที่และอำนาจ

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ข้อความขอบเขตของระบบนี้ระบุกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่ครอบคลุมไว้หรือไม่ หรือระบุเฉพาะกิจกรรมกับสถานที่ (ที่มา: ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
  2. มีกิจกรรมใดที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่ของบริษัทแต่อยู่ภายใต้การสั่งการของเราบ้าง และกิจกรรมนั้นอยู่ในหรืออยู่นอกขอบเขต (ที่มา: ข้อ 4.3 อ่านร่วมกับนิยามของผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานภายใต้การควบคุมขององค์กร)
  3. ถ้ามีสิ่งที่ไม่รวมเข้ามา เหตุผลถูกบันทึกไว้ที่ใด และเหตุผลนั้นยังใช้ได้อยู่หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 4.3 ประกอบกับข้อกำหนดว่าด้วยเอกสารสารสนเทศ)
  4. ขอบเขตถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อใด และการทบทวนนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงใดในบริบทตามข้อ 4.1 (ที่มา: ข้อ 4.1 อ่านต่อเนื่องกับข้อ 4.3)
  5. ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละกลุ่มรู้หรือไม่ว่าตนเองอยู่ในขอบเขตของระบบนี้ (ที่มา: ข้อ 4.3 อ่านร่วมกับข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 14001:2026 ข้อ 4.1 บริบทขององค์กร · ตรวจติดตามภายในแบบเดินตามกระบวนการ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรมมาตรฐาน ISO 45001:2018

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Jeerasak Muangchin

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)

ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)

  • ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
  • Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
  • ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
  • ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 45001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 45001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE