ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ

ภาพปกบทความ ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 5.1 ของ ISO 22000:2018 ว่าด้วยภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น (leadership and commitment) ของผู้บริหารสูงสุด สิ่งที่ข้อนี้ต้องการไม่ใช่คำประกาศหรือลายเซ็นบนนโยบาย แต่เป็นชุดของการกระทำที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ตรวจสอบได้ จุดที่ทำให้ข้อนี้ยากในทางปฏิบัติคือ หลักฐานของภาวะผู้นำไม่ได้อยู่ในแฟ้มเอกสารของระบบความปลอดภัยอาหาร แต่กระจายอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจตามปกติ

ทำไมมาตรฐานจึงต้องมีข้อนี้แยกออกมา

ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร (food safety management system) มีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งคือ การตัดสินใจที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นที่หน้าไลน์ผลิต แต่เกิดขึ้นในห้องประชุมของฝ่ายบริหาร การเลือกผู้ส่งมอบรายใหม่ที่ราคาต่ำกว่า การเร่งกำลังผลิตเพื่อรับคำสั่งซื้อพิเศษ การชะลอการเปลี่ยนเครื่องจักรที่หมดอายุ หรือการลดจำนวนคนในกะกลางคืน ล้วนเป็นการตัดสินใจที่คนหน้างานไม่มีอำนาจ

ข้อ 5.1 จึงถูกวางไว้เพื่อดึงความรับผิดชอบกลับไปยังจุดที่อำนาจอยู่จริง เจตนาไม่ใช่การให้ผู้บริหารสูงสุดลงมาทำงานประจำวันของทีมความปลอดภัยอาหาร แต่เป็นการให้ผู้บริหารสูงสุดรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของระบบและต่อการจัดสรรทรัพยากรที่ทำให้ระบบทำงานได้

คำที่ควรสังเกตเป็นพิเศษในข้อนี้คือคำว่า “การบูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ” เพราะเป็นเกณฑ์ที่ตรวจได้ยากที่สุดและเป็นเกณฑ์ที่แยกระบบที่มีชีวิตออกจากระบบที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผ่านการตรวจ

สนใจอบรม FSSC 22000 Version 7?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

การบูรณาการหมายความว่าอย่างไรในทางปฏิบัติ

วิธีอ่านคำนี้ที่ใช้งานได้คือ ถามว่าเมื่อองค์กรตัดสินใจเรื่องที่ไม่ได้ตั้งชื่อว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยอาหาร ความปลอดภัยอาหารถูกนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ และถูกพิจารณาก่อนตัดสินใจหรือหลังตัดสินใจ

ตัวอย่างของการตัดสินใจที่ควรมีความปลอดภัยอาหารอยู่ในสมการตั้งแต่ต้น ได้แก่ การรับผลิตสินค้าใหม่ให้ลูกค้า การเปลี่ยนสูตรเพื่อลดต้นทุน การเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ การย้ายสายการผลิต การเปลี่ยนโครงสร้างกะ การว่าจ้างงานบางส่วนออกไปภายนอก และการอนุมัติงบลงทุนประจำปี ถ้าเรื่องเหล่านี้ผ่านการอนุมัติไปแล้วจึงค่อยส่งให้ทีมความปลอดภัยอาหารพิจารณา สิ่งที่เกิดขึ้นคือทีมได้รับมอบหมายให้หาทางรองรับการตัดสินใจที่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการบูรณาการ

อีกคำที่ควรสังเกตคือการที่ผู้บริหารสูงสุดต้องสนับสนุนบทบาทการบริหารอื่น ๆ ให้แสดงภาวะผู้นำในขอบเขตความรับผิดชอบของตน ข้อนี้บอกเป็นนัยว่าภาวะผู้นำในมาตรฐานฉบับนี้ไม่ได้จบที่คนเดียว แต่ต้องส่งต่อลงไปถึงหัวหน้าฝ่ายผลิต หัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุง และหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อด้วย

Case ตัวอย่าง — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งในสมุทรสาคร
บริษัทสมมติแห่งหนึ่งแปรรูปกุ้งและปลาหมึกแช่เยือกแข็งเพื่อส่งออก มีพนักงาน 520 คน ได้รับการรับรองระบบมาแล้วสี่ปี

ในการตรวจติดตามผล ผู้ตรวจขอดูหลักฐานว่าผู้บริหารสูงสุดสนับสนุนระบบอย่างไร สิ่งที่ได้รับคือรายงานการทบทวนของฝ่ายบริหารปีละครั้ง นโยบายความปลอดภัยอาหารที่ลงนามไว้เมื่อสี่ปีก่อน และภาพถ่ายพิธีเปิดการอบรม

เมื่อผู้ตรวจเปลี่ยนไปดูบันทึกอื่นแทน คือรายงานการประชุมผู้บริหารรายเดือนตลอดปีที่ผ่านมา พบว่ามีการอนุมัติรับผลิตสินค้าใหม่สองรายการ อนุมัติเปลี่ยนผู้ส่งมอบน้ำแข็งหนึ่งราย และอนุมัติเลื่อนการเปลี่ยนสายพานลำเลียงในห้องคัดแยกออกไปอีกหนึ่งปี ในสามเรื่องนี้ มีเรื่องเดียวที่รายงานการประชุมบันทึกว่ามีการนำผลการวิเคราะห์อันตรายมาประกอบการพิจารณา

ประเด็นที่กรณีนี้แสดงคือ หลักฐานที่ตอบข้อ 5.1 ได้ตรงที่สุดอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ได้อยู่ในแฟ้มของระบบ และการที่ผู้บริหารเข้าร่วมการทบทวนปีละครั้งกับการที่ความปลอดภัยอาหารอยู่ในการตัดสินใจรายเดือน เป็นสองสิ่งที่ต่างกัน

วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารเกี่ยวข้องตรงไหน

แนวคิดเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (food safety culture) ถูกเพิ่มเข้ามาในหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหารของ Codex ฉบับ CXC 1-1969, Revised 2022 และปรากฏในโครงการรับรองบางโครงการที่อ้างอิง ISO 22000 เป็นฐาน ผู้ที่ทำงานกับมาตรฐานหลายฉบับพร้อมกันจึงควรแยกให้ชัดว่าข้อกำหนดใดมาจากเอกสารฉบับใด

สิ่งที่เชื่อมโยงกันคือกลไก เพราะวัฒนธรรมไม่ได้เกิดจากการประกาศ แต่เกิดจากสิ่งที่องค์กรทำเมื่อความปลอดภัยอาหารขัดกับเป้าหมายอื่น พนักงานเรียนรู้ว่าอะไรสำคัญจริงจากการสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสายการผลิตต้องหยุดเพราะผลการตรวจสอบไม่ผ่านในวันที่มีคำสั่งซื้อเร่งด่วน การตัดสินใจครั้งนั้นสอนได้มากกว่าการอบรมหลายชั่วโมง

หลักฐานที่ถูกหยิบมาแสดง สิ่งที่หลักฐานนั้นพิสูจน์ได้จริง หลักฐานที่ตรงกับเจตนาของข้อ 5.1 มากกว่า
นโยบายที่ลงนามแล้ว มีการจัดทำเอกสารตามข้อ 5.2 บันทึกที่แสดงว่านโยบายถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจจริง
รายงานการทบทวนของฝ่ายบริหาร มีการดำเนินการตามข้อ 9.3 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจริงหลังการทบทวน พร้อมทรัพยากรที่ตามมา
ภาพผู้บริหารเดินตรวจพื้นที่ มีการเข้าพื้นที่ สิ่งที่พบจากการเดินตรวจ และการติดตามผลของสิ่งที่พบ
งบประมาณอบรมประจำปี มีการจัดสรรงบ การจัดสรรกำลังคนและเวลาให้ทีมความปลอดภัยอาหารทำงานได้
คำกล่าวเปิดงานประจำปี มีการสื่อสารทางเดียว การตอบสนองของผู้บริหารต่อเรื่องที่พนักงานรายงานขึ้นมา

ตารางนี้เป็นกรอบวิเคราะห์ที่ผู้เรียบเรียงจัดทำขึ้นเพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่การสรุปหรือแปลตัวบทของมาตรฐาน

เส้นแบ่งระหว่างข้อ 5.1 กับข้อ 5.3

ข้อ 5.1 พูดถึงสิ่งที่ผู้บริหารสูงสุดต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง ส่วนข้อ 5.3 พูดถึงการมอบหมายบทบาทหน้าที่และอำนาจให้ผู้อื่น ความสับสนที่เกิดขึ้นได้คือการเข้าใจว่าเมื่อแต่งตั้งหัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหารแล้ว ความรับผิดชอบตามข้อ 5.1 ก็ถูกโอนไปด้วย

การอ่านที่ถูกต้องกว่าคือ อำนาจในการทำงานถูกมอบหมายได้ แต่ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของระบบยังคงอยู่กับผู้บริหารสูงสุด นี่คือเหตุผลที่มาตรฐานเขียนสองข้อนี้แยกกัน และเป็นเหตุผลที่คำถามของผู้ตรวจประเมินในข้อ 5.1 จะถูกถามกับผู้บริหารสูงสุดโดยตรง ไม่ใช่กับหัวหน้าทีม

อ่านประกอบ: ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร · ISO 22000 ข้อ 5.3 บทบาทหน้าที่และอำนาจ · ISO 22000 ข้อ 6.1 การจัดการความเสี่ยงและโอกาส

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา มีการตัดสินใจทางธุรกิจใดบ้างที่นำผลการวิเคราะห์อันตรายมาประกอบการพิจารณาก่อนอนุมัติ (ที่มา: ข้อ 5.1 ในส่วนที่ว่าด้วยการบูรณาการระบบเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ)
  2. เมื่อความปลอดภัยอาหารขัดกับกำหนดส่งมอบ ใครเป็นผู้ตัดสิน และการตัดสินครั้งล่าสุดออกมาอย่างไร (ที่มา: ข้อ 5.1 อ่านร่วมกับข้อ 5.3 ว่าด้วยอำนาจในการตัดสินใจ)
  3. ทรัพยากรที่ทีมความปลอดภัยอาหารร้องขอในปีที่ผ่านมา ได้รับการอนุมัติหรือไม่ และถ้าไม่ เหตุผลถูกบันทึกไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อ 5.1 ในส่วนที่ว่าด้วยการทำให้มีทรัพยากรพร้อมใช้)
  4. หัวหน้าฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง และจัดซื้อ ถูกวัดผลด้วยตัวชี้วัดที่มีมิติด้านความปลอดภัยอาหารอยู่ด้วยหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 5.1 ในส่วนที่ว่าด้วยการสนับสนุนบทบาทการบริหารอื่นให้แสดงภาวะผู้นำ)
  5. เมื่อพนักงานรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยอาหารขึ้นมา ผลที่เขาได้รับกลับไปคืออะไร (ที่มา: ข้อ 5.1 อ่านร่วมกับข้อ 7.4 การสื่อสาร)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ · ISO 9001 ข้อ 8.5.3 ทรัพย์สินของลูกค้า

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรมมาตรฐาน ISO 22000:2018

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

ตรวจสอบรายชื่อในทะเบียน BRCGS Approved Training Partner ↗

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

FSSC 22000

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 22000 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 22000

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE