GHPs ส่วนที่ 15 การขนส่ง ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 อธิบายและตีความข้อกำหนด

ภาพปกบทความ
สรุปสั้นก่อน
ส่วนที่ 15 การขนส่ง ของ Codex CXC 1-1969, Revised 2022 เป็นส่วนสุดท้ายของบท GHPs และเป็นส่วนที่อยู่นอกรั้วโรงงาน จึงถูกควบคุมได้ยากกว่าส่วนอื่น เจตนาของส่วนนี้ตรงไปตรงมา คืออาหารที่ผลิตมาดีแล้วต้องไม่เสียคุณภาพหรือความปลอดภัยระหว่างทาง ส่วนย่อยแบ่งเป็นสามเรื่องคือ 15.1 ภาพรวม 15.2 ข้อกำหนดของพาหนะและภาชนะบรรจุ และ 15.3 การใช้งานและการบำรุงรักษา สามเรื่องนี้ตอบคำถามคนละคำถาม คือขนส่งอะไรและต้องปกป้องจากอะไร พาหนะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และใช้งานกับดูแลอย่างไรไม่ให้กลายเป็นแหล่งปนเปื้อนเสียเอง

ทำไม Codex จึงแยกการขนส่งออกมาเป็นส่วนของตัวเอง

เหตุผลที่ระบุไว้ในส่วนนี้คือ ต่อให้ทุกขั้นก่อนหน้าควบคุมมาดีแล้ว อาหารก็ยังปนเปื้อนได้หรือไปถึงปลายทางในสภาพที่ไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคได้ ถ้าไม่มีการปฏิบัติด้านสุขลักษณะที่ดีทั้งก่อนและระหว่างการขนส่ง

ประเด็นสำคัญเชิงระบบคือ การขนส่งเป็นจุดที่การควบคุมถูกส่งต่อไปยังบุคคลภายนอกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการขนส่ง เจ้าของรถร่วม หรือผู้กระจายสินค้า แต่ความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอาหารในช่วงที่ยังอยู่ในการควบคุมของผู้ประกอบการไม่ได้หายไปพร้อมกับการส่งมอบงาน องค์กรจึงต้องแปลงข้อกำหนดของส่วนนี้ให้เป็นเงื่อนไขที่ตรวจสอบได้ในสัญญาและในการปฏิบัติจริง

15.1 กำหนดว่าต้องปกป้องอาหารจากอะไร

วัตถุประสงค์ของส่วนนี้ชี้ไปที่การป้องกันสามเรื่องพร้อมกัน คือการปนเปื้อนซึ่งรวมถึงการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ ความเสียหายทางกายภาพที่ทำให้อาหารไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภค และสภาพแวดล้อมที่ปล่อยให้จุลินทรีย์ก่อโรคหรือจุลินทรีย์ที่ทำให้เสื่อมเสียเจริญเติบโตหรือสร้างสารพิษได้

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

การรวมสารก่อภูมิแพ้ไว้ในเรื่องการปนเปื้อนตั้งแต่ระดับวัตถุประสงค์ มีนัยในทางปฏิบัติชัดเจน คือแผนควบคุมสารก่อภูมิแพ้ขององค์กรไม่ควรจบที่ประตูโกดัง การจัดวางสินค้าบนรถบรรทุกเดียวกัน การใช้ผ้าคลุมร่วมกัน และลำดับการขนถ่ายที่จุดกระจายสินค้า ล้วนเป็นจุดที่ต้องพิจารณาในระดับเดียวกับในสายการผลิต

คำที่ปรากฏซ้ำในส่วนนี้คือ “เมื่อจำเป็น” ซึ่งหมายความว่าระดับการควบคุมต้องได้สัดส่วนกับลักษณะของอาหาร อาหารพร้อมบริโภคที่ควบคุมอุณหภูมิ กับวัตถุดิบแห้งที่บรรจุปิดสนิท ไม่ต้องการเงื่อนไขการขนส่งชุดเดียวกัน หน้าที่ขององค์กรคืออธิบายให้ได้ว่าตัดสินอย่างไรว่าอะไรจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์ของตน

15.2 คุณสมบัติของพาหนะและภาชนะบรรจุ อ่านให้เป็นเกณฑ์ตรวจรับ

ส่วนนี้อธิบายคุณสมบัติที่พาหนะและภาชนะบรรจุขนาดใหญ่ควรมี ซึ่งถ้าอ่านเป็นรายการจะดูเป็นเรื่องวิศวกรรม แต่ถ้าอ่านเป็นเกณฑ์ตรวจรับก่อนบรรทุก จะแปลงเป็นสิ่งที่พนักงานหน้างานใช้ได้จริง เกณฑ์เหล่านั้นตอบคำถามสี่กลุ่ม

กลุ่มแรก พาหนะนั้นทำให้อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อนเองได้หรือไม่ เช่น สภาพพื้นผิวภายใน วัสดุที่หลุดร่อน และกลิ่นตกค้าง กลุ่มที่สอง ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้วทำให้แห้งได้จริงหรือไม่ เพราะพื้นผิวที่ล้างแล้วแห้งไม่ได้จะกลายเป็นจุดสะสม กลุ่มที่สาม แยกอาหารต่างชนิด หรือแยกอาหารออกจากสิ่งที่ไม่ใช่อาหารได้หรือไม่เมื่อต้องขนร่วมเที่ยว และกลุ่มที่สี่ รักษาและตรวจสอบสภาวะที่จำเป็นได้หรือไม่ ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และสภาวะแวดล้อมอื่น

คำว่าตรวจสอบได้ในกลุ่มที่สี่เป็นคำที่มีน้ำหนักในการตรวจประเมิน เพราะระบบทำความเย็นที่ทำงานได้แต่ไม่มีวิธีอ่านค่าย้อนหลัง ทำให้องค์กรไม่มีหลักฐานว่าอุณหภูมิระหว่างทางอยู่ในเกณฑ์ตลอดเที่ยวหรือไม่

กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย

โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เย็นแห่งหนึ่งในสมุทรสาคร (กรณีสมมติ ไม่ใช่ลูกค้ารายจริง) ใช้รถห้องเย็นของผู้ให้บริการขนส่งภายนอกส่งสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าของลูกค้า

สิ่งที่ควบคุมอยู่เดิม วัดอุณหภูมิสินค้าก่อนขึ้นรถและบันทึกไว้ในใบส่งของ ถ้าอยู่ในเกณฑ์ถือว่าผ่าน

ช่องว่างที่เหลืออยู่ ไม่มีข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางสี่ชั่วโมง ไม่มีเงื่อนไขว่าห้ามเปิดประตูตู้ระหว่างแวะจุดอื่น และไม่มีการกำหนดว่ารถคันเดียวกันเที่ยวก่อนหน้าบรรทุกอะไรมา

สิ่งที่เปลี่ยนเมื่อแปลงส่วนที่ 15 เป็นเงื่อนไขที่ตรวจได้ กำหนดให้รถต้องมีอุปกรณ์บันทึกอุณหภูมิที่อ่านค่าย้อนหลังได้และแนบข้อมูลมาพร้อมการส่งมอบ กำหนดให้ผู้ขับบันทึกลำดับจุดส่งและเวลาที่เปิดประตู กำหนดให้มีบันทึกการทำความสะอาดตู้ระหว่างการเปลี่ยนประเภทสินค้า และกำหนดเกณฑ์ตรวจรับสภาพตู้ก่อนบรรทุกที่พนักงานคลังใช้ได้ภายในไม่กี่นาที

เงื่อนไขทั้งหมดนี้ถูกใส่ไว้ในข้อตกลงกับผู้ให้บริการขนส่ง และถูกทวนสอบด้วยการสุ่มตรวจเอกสารตามรอบ

15.3 การใช้งานและการบำรุงรักษา จุดที่พาหนะกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนเอง

สาระของส่วนย่อยนี้อยู่ที่สามเรื่อง เรื่องแรกคือพาหนะและภาชนะบรรจุต้องอยู่ในสภาพสะอาดและได้รับการซ่อมบำรุงตามสมควร เรื่องที่สองคือภาชนะและพาหนะสำหรับขนส่งอาหารแบบเทกองควรถูกกำหนดและทำเครื่องหมายให้ใช้กับอาหารเท่านั้น เว้นแต่มีมาตรการที่ทำให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารไม่ถูกกระทบ และเรื่องที่สามคือเมื่อใช้พาหนะหรือภาชนะเดียวกันขนอาหารต่างชนิดหรือขนสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ต้องมีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อเมื่อจำเป็น และทำให้แห้งระหว่างการเปลี่ยนสินค้า

ในทางตรวจประเมิน สามเรื่องนี้แปลงเป็นหลักฐานสามชุด คือทะเบียนพาหนะหรือภาชนะที่กำหนดไว้ว่าใช้กับอาหาร บันทึกการทำความสะอาดที่ผูกกับเที่ยวขนส่งจริง และเกณฑ์การตัดสินว่าเที่ยวใดต้องล้างระดับใด

ส่วนย่อย คำถามที่ตอบ หลักฐานที่ใช้แสดงได้
15.1 ภาพรวม ผลิตภัณฑ์นี้ต้องถูกปกป้องจากอะไรระหว่างทาง ผลการพิจารณาความจำเป็นตามลักษณะผลิตภัณฑ์ และเงื่อนไขการขนส่งที่กำหนดไว้
15.2 ข้อกำหนด พาหนะและภาชนะต้องมีคุณสมบัติอะไร เกณฑ์ตรวจรับสภาพตู้ก่อนบรรทุก และข้อมูลการตรวจวัดสภาวะระหว่างทาง
15.3 การใช้งานและบำรุงรักษา ใช้และดูแลอย่างไรไม่ให้กลายเป็นแหล่งปนเปื้อน บันทึกการทำความสะอาดระหว่างเที่ยว และการกำหนดพาหนะสำหรับอาหารโดยเฉพาะ

จุดเชื่อมกับส่วนอื่นของ GHPs และกับระบบ HACCP

ส่วนที่ 15 ไม่ได้ทำงานลำพัง วิธีการล้างและฆ่าเชื้อพาหนะควรอ้างอิงหลักการเดียวกับส่วนที่ 11 การบำรุงรักษาสถานประกอบการและการทำความสะอาด ข้อมูลที่ต้องติดไปกับสินค้าเพื่อให้ผู้รับดูแลต่อได้ถูกต้องเชื่อมกับส่วนที่ 14 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งเชื่อมกับการควบคุมการปฏิบัติงานในส่วนที่ 13

สำหรับองค์กรที่ทำ HACCP ควบคู่ไปด้วย คำถามที่ต้องตอบให้ชัดคือ ในผลิตภัณฑ์ของตนนั้นการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งเป็นเรื่องที่จัดการได้ด้วย GHPs หรือมีน้ำหนักถึงระดับที่ต้องกำหนดเป็นจุดควบคุมวิกฤต คำตอบขึ้นกับผลการวิเคราะห์อันตรายของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ใช่ขึ้นกับธรรมเนียมของอุตสาหกรรม

อ่านภาพรวมโครงสร้างสองบทของเอกสารฉบับนี้ได้ที่ Codex CXC 1-1969 GHPs และ HACCP โครงสร้างสองบท และอ่านหลักการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่นำมาใช้กับพาหนะได้ที่ การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022

คำถามที่ควรตอบได้

  1. องค์กรตัดสินอย่างไรว่าผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มต้องการเงื่อนไขการขนส่งระดับใด (ที่มา ส่วนที่ 15.1)
  2. เกณฑ์ตรวจรับสภาพพาหนะก่อนบรรทุกคืออะไร และใครเป็นผู้ตรวจ (ที่มา ส่วนที่ 15.2)
  3. มีข้อมูลสภาวะระหว่างทางที่ตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ (ที่มา ส่วนที่ 15.2)
  4. เมื่อพาหนะคันเดียวกันขนสินค้าต่างประเภท มีเกณฑ์ตัดสินระดับการทำความสะอาดหรือไม่ (ที่มา ส่วนที่ 15.3)
  5. เงื่อนไขเหล่านี้ปรากฏอยู่ในข้อตกลงกับผู้ให้บริการขนส่งภายนอกอย่างไร และทวนสอบด้วยวิธีใด (ที่มา ส่วนที่ 15 ร่วมกับส่วนที่ 13)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง GHPs & HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA ตรวจรับรองมาตรฐานนี้ได้ด้วยบริการตรวจรับรอง: GHPs / HACCP
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง

การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

ขอการรับรอง GHPs/HACCP กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง GHPs/HACCP

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE