ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ

ปกบทความ ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 5.2 ของ ISO 22000:2018 ว่าด้วยนโยบายความปลอดภัยอาหาร (food safety policy) แบ่งเป็นสองข้อย่อย คือการจัดทำนโยบาย และการสื่อสารนโยบาย ข้อนี้เป็นข้อที่เขียนให้ผ่านได้ง่ายและทำให้มีความหมายได้ยาก เพราะข้อความที่กว้างพอจะครอบคลุมทุกสถานการณ์ ย่อมไม่ผูกมัดองค์กรกับสิ่งใดเลย บทความนี้อธิบายว่านโยบายที่ตอบเจตนาของข้อกำหนดต้องเชื่อมกับอะไร และเหตุใดคำว่า “เข้าใจและนำไปใช้” จึงเป็นส่วนที่ตรวจได้ยากที่สุดของข้อนี้

นโยบายทำหน้าที่อะไรในระบบ

ในโครงสร้างของมาตรฐานระบบการจัดการ นโยบายไม่ได้เป็นเอกสารประชาสัมพันธ์ แต่เป็นจุดตั้งต้นของสายที่ทอดยาวไปข้างหน้า นโยบายกำหนดกรอบ วัตถุประสงค์ตามข้อ 6.2 ถูกตั้งภายในกรอบนั้น การวางแผนตามหมวด 8 ทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และการประเมินผลตามหมวด 9 วัดว่าไปถึงหรือไม่

ผลของการมองแบบนี้คือ นโยบายที่ตรวจได้จริงต้องมีถ้อยคำที่วัตถุประสงค์อ้างกลับมาหาได้ ถ้าอ่านนโยบายแล้วไม่สามารถบอกได้ว่าวัตถุประสงค์ของปีนี้ควรเป็นเรื่องอะไร หมายความว่านโยบายยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรอบ

ข้อ 5.2 กำหนดสาระที่นโยบายต้องมีไว้เป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งอ่านรวมกันได้เป็นสามเรื่อง เรื่องแรกคือความเหมาะสมกับองค์กร นโยบายต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และบริบทขององค์กรตามที่วิเคราะห์ไว้ในข้อ 4.1 และ 4.2 เรื่องที่สองคือความผูกพันต่อข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดของกฎหมายและข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกันกับลูกค้า เรื่องที่สามคือความมุ่งมั่นต่อการสื่อสาร ต่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และต่อการทำให้บุคลากรมีความสามารถ

สนใจอบรม FSSC 22000 Version 7?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

สิ่งที่ทำให้นโยบายฉบับนี้ต่างจากนโยบายคุณภาพ

องค์กรที่มีระบบบริหารคุณภาพอยู่ก่อนอาจนำนโยบายคุณภาพมาเติมคำว่าปลอดภัยแล้วใช้ต่อ ซึ่งจะพลาดสามจุดที่มาตรฐานฉบับนี้เขียนไว้เฉพาะ

จุดแรกคือข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกันกับลูกค้า ในห่วงโซ่อาหาร ลูกค้าปลายทางกำหนดเงื่อนไขเฉพาะที่เกินกว่ากฎหมายได้ เช่น เกณฑ์สารก่อภูมิแพ้ เกณฑ์จุลินทรีย์ หรือเงื่อนไขการขนส่ง นโยบายที่พูดถึงเฉพาะการปฏิบัติตามกฎหมาย จึงยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่องค์กรผูกพันไว้จริง

จุดที่สองคือการสื่อสาร มาตรฐานฉบับนี้ให้น้ำหนักกับการสื่อสารมากกว่ามาตรฐานระบบอื่น เพราะความปลอดภัยอาหารขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ไหลข้ามองค์กร ทั้งจากผู้ส่งมอบวัตถุดิบและไปยังลูกค้า นโยบายจึงต้องแสดงความมุ่งมั่นต่อการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก ไม่ใช่เฉพาะการประกาศภายใน

จุดที่สามคือความสามารถของบุคลากร ซึ่งถูกเขียนไว้ในระดับนโยบาย ไม่ใช่แค่ในหมวดการสนับสนุน การเขียนเช่นนี้ทำให้การละเลยเรื่องความสามารถกลายเป็นเรื่องที่ขัดกับนโยบายขององค์กรเอง ไม่ใช่เพียงข้อบกพร่องทางเทคนิค

Case ตัวอย่าง — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งในสมุทรสาคร
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งมีพนักงาน 340 คน ส่วนหนึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติ ผลิตกุ้งและปลาแช่เยือกแข็งส่งออก

นโยบายความปลอดภัยอาหารที่ติดไว้หน้าโรงงานเขียนว่า องค์กรมุ่งมั่นผลิตอาหารที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ลงนามโดยกรรมการผู้จัดการ ประกาศเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ในการตรวจ ผู้ตรวจถามคำถามสามข้อ ข้อแรก วัตถุประสงค์ของ FSMS ปีนี้เชื่อมกับถ้อยคำใดในนโยบาย คำตอบที่ได้คือ “เชื่อมกับคำว่าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ซึ่งใช้ได้กับวัตถุประสงค์ทุกเรื่อง ข้อสอง ลูกค้าต่างประเทศรายหลักกำหนดเกณฑ์สารก่อภูมิแพ้ที่เข้มกว่ากฎหมายไทย ถ้อยคำใดในนโยบายรองรับเรื่องนี้ ไม่มีคำตอบ ข้อสาม พนักงานในไลน์คัดแยกอธิบายได้หรือไม่ว่านโยบายเกี่ยวข้องกับงานที่ตนทำอย่างไร คำตอบที่ได้คือการท่องข้อความบนป้าย

สิ่งที่กรณีนี้แสดงคือ นโยบายฉบับนี้ไม่ผิดข้อความใดเลย แต่ไม่ทำหน้าที่เป็นกรอบ และไม่ผ่านเกณฑ์ “เข้าใจและนำไปใช้” ตามข้อ 5.2.2 การแก้ที่ตรงจุดไม่ใช่การเพิ่มความยาวของนโยบาย แต่คือการเพิ่มถ้อยคำที่ผูกกับสิ่งที่องค์กรนี้ต้องรับผิดชอบจริง เช่น ข้อกำหนดที่ตกลงกับลูกค้า และการแปลนโยบายเป็นภาษาที่ผู้ปฏิบัติงานใช้ พร้อมอธิบายเป็นภาษาของหน้างานว่าหมายถึงพฤติกรรมใด

ข้อ 5.2.2 การสื่อสารนโยบายมีสามเงื่อนไข

ข้อย่อยที่สองกำหนดเงื่อนไขไว้สามชั้น ชั้นแรกคือนโยบายต้องมีอยู่และคงไว้เป็นเอกสารสารสนเทศ ชั้นที่สองคือต้องถูกสื่อสาร เข้าใจ และนำไปใช้ในทุกระดับขององค์กร ชั้นที่สามคือต้องพร้อมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ตามความเหมาะสม

ชั้นแรกตรวจง่ายที่สุดและตอบด้วยไฟล์เอกสารได้ ชั้นที่สามตรวจได้จากช่องทางเผยแพร่ เช่น เว็บไซต์ เอกสารแนบในการเสนอราคา หรือการส่งให้ผู้ส่งมอบ ส่วนชั้นที่สองเป็นชั้นที่ต้องใช้หลักฐานจากตัวคน

คำว่า “นำไปใช้” ในชั้นที่สองมีความหมายเฉพาะ หมายถึงผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจในงานประจำวันโดยสอดคล้องกับสิ่งที่นโยบายผูกไว้ วิธีตรวจที่ตรงกับความหมายนี้จึงไม่ใช่การขอให้ท่องนโยบาย แต่เป็นการถามสถานการณ์ เช่น ถ้าพบวัตถุดิบที่อุณหภูมิสูงกว่าเกณฑ์รับเข้าเล็กน้อยในวันที่สายการผลิตรอของ ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจอย่างไร และสิ่งที่ตัดสินใจสอดคล้องกับความผูกพันที่ประกาศไว้หรือไม่

ถ้อยคำที่พบในนโยบาย เหตุที่ยังไม่ทำหน้าที่เป็นกรอบ คำถามที่ควรถามต่อ
มุ่งมั่นผลิตอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เป็นคำกล่าวที่ใช้ได้กับทุกองค์กรในอุตสาหกรรม ถ้อยคำใดที่เขียนขึ้นสำหรับองค์กรนี้โดยเฉพาะ
ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ครอบคลุมข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกับลูกค้า ข้อกำหนดของลูกค้าที่เข้มกว่ากฎหมายถูกรับไว้ตรงไหน
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ระบุทิศทาง จึงรองรับวัตถุประสงค์ได้ทุกเรื่องเท่ากัน ปีนี้องค์กรเลือกปรับปรุงเรื่องใด และเพราะเหตุใด
พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบาย เป็นการสั่ง ไม่ใช่ความมุ่งมั่นขององค์กรต่อบุคลากร องค์กรผูกพันจะทำอะไรให้บุคลากรมีความสามารถ
ประกาศ ณ วันที่ลงนาม โดยไม่มีการทบทวน ไม่แสดงว่านโยบายยังเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไป การทบทวนของฝ่ายบริหารเคยพิจารณาความเหมาะสมของนโยบายหรือไม่

ตารางนี้เป็นชุดคำถามที่ผู้เรียบเรียงจัดทำขึ้นจากมุมมองของผู้ตรวจประเมิน ไม่ใช่การสรุปหรือแปลตัวบทของมาตรฐาน

หลักฐานที่ใช้ยืนยันข้อนี้

หลักฐานชุดแรกคือตัวนโยบายเอง พร้อมร่องรอยว่าผู้บริหารสูงสุดเป็นผู้จัดทำและคงไว้ ไม่ใช่ลงนามในเอกสารที่คนอื่นเขียนโดยไม่มีส่วนร่วม

หลักฐานชุดที่สองคือเส้นเชื่อมไปยังวัตถุประสงค์ของ FSMS ซึ่งแสดงได้ด้วยตารางเทียบง่าย ๆ ว่าวัตถุประสงค์แต่ละข้ออยู่ภายใต้ความผูกพันข้อใดของนโยบาย ตารางแบบนี้ทำให้ทั้งการตรวจติดตามภายในและการตรวจจากภายนอกเดินได้เร็ว

หลักฐานชุดที่สามคือผลจากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานในหลายระดับ รวมถึงระดับที่ไม่ได้อยู่ในทีมความปลอดภัยอาหาร สำหรับองค์กรที่มีแรงงานหลายภาษา ความพร้อมของนโยบายในภาษาที่ผู้ปฏิบัติงานใช้ เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความว่า “เข้าใจ” มีความหมายในทางปฏิบัติ

หลักฐานชุดที่สี่คือบันทึกการทบทวนความเหมาะสมของนโยบาย ซึ่งควรปรากฏในการทบทวนของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะเมื่อองค์กรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนตลาด หรือเปลี่ยนกระบวนการอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านประกอบ: ISO 22000 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ของ FSMS และการวางแผน · ISO 22000 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย · ISO 22000 ข้อ 7.4 การสื่อสาร

คำถามที่ควรตอบได้

  1. วัตถุประสงค์ของ FSMS แต่ละข้ออยู่ภายใต้ความผูกพันข้อใดของนโยบาย (ที่มา: ข้อ 5.2.1 ส่วนที่ว่าด้วยการเป็นกรอบสำหรับการกำหนดวัตถุประสงค์)
  2. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารที่ตกลงร่วมกันกับลูกค้า ถูกรับไว้ในนโยบายอย่างไร (ที่มา: ข้อ 5.2.1 ส่วนที่ว่าด้วยความผูกพันต่อข้อกำหนดที่ใช้บังคับ)
  3. นโยบายมีอยู่ในภาษาที่ผู้ปฏิบัติงานทุกกลุ่มใช้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 5.2.2 ส่วนที่ว่าด้วยการสื่อสารและความเข้าใจ)
  4. ผู้ปฏิบัติงานหน้างานยกตัวอย่างการตัดสินใจที่สอดคล้องกับนโยบายได้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 5.2.2 ส่วนที่ว่าด้วยการนำไปใช้)
  5. นโยบายถูกทบทวนความเหมาะสมครั้งล่าสุดเมื่อใด และเพราะเหตุใด (ที่มา: ข้อ 5.2 อ่านประกอบกับข้อ 9.3)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 14001:2026 ข้อ 4.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย · การตรวจประเมินระยะไกลและการใช้เทคโนโลยีในการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

ตรวจสอบรายชื่อในทะเบียน BRCGS Approved Training Partner ↗

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

FSSC 22000

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 22000 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 22000

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE