ISO 45001 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก ตีความข้อกำหนด

ISO 45001 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก ตีความข้อกำหนด
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.1.4 ของ ISO 45001:2018 ว่าด้วยการจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก เจตนาของข้อนี้คือปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นเมื่อคนหรือของที่ไม่ได้อยู่ในระบบขององค์กร เข้ามาทำงานหรือถูกใช้งานในพื้นที่ที่องค์กรรับผิดชอบ ข้อกำหนดไม่ได้ขอให้มีแฟ้มเอกสารผู้รับเหมาที่หนาขึ้น แต่ขอให้พิสูจน์ได้ว่าอันตรายจากงานของผู้รับเหมาถูกชี้บ่งร่วมกัน และการควบคุมถูกตกลงกันก่อนงานเริ่ม ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ

ทำไมข้อนี้ถึงถูกแยกออกมาต่างหาก

ในระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จุดที่ควบคุมได้ยากกว่าจุดอื่นไม่ใช่พนักงานประจำ เพราะพนักงานประจำอยู่ในระบบการฝึกอบรม อยู่ในการชี้บ่งอันตราย และอยู่ในกระบวนการสื่อสารขององค์กรอยู่แล้ว จุดที่ขาดคือคนที่เข้ามาทำงานชั่วคราวโดยที่ระบบยังไม่รู้จัก และของที่ถูกซื้อเข้ามาโดยที่ไม่มีใครประเมินว่ามันสร้างอันตรายอะไร

ข้อ 8.1.4 จึงถูกวางไว้ในหมวดการดำเนินการ ต่อจากข้อ 8.1.2 การขจัดอันตราย และข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง เพราะทั้งสามข้อมีตรรกะเดียวกัน คืออันตรายต้องถูกจัดการก่อนที่งานจะเริ่ม ไม่ใช่ระหว่างที่งานดำเนินอยู่

สามชั้นที่ข้อกำหนดแยกไว้

ข้อ 8.1.4 แบ่งเป็นสามส่วนย่อย และแต่ละส่วนตอบคำถามคนละข้อ การรวมทั้งสามส่วนไว้ในระเบียบปฏิบัติเดียวทำได้ แต่ต้องเห็นว่าสามคำถามนี้ถูกตอบครบ

ชั้นที่หนึ่ง การจัดซื้อ ตอบคำถามว่า ก่อนของเข้ามาในพื้นที่ องค์กรรู้หรือยังว่าของชิ้นนั้นต้องการการควบคุมอะไร คำว่าของในที่นี้กว้างกว่าเครื่องจักร รวมถึงสารเคมี วัสดุสิ้นเปลือง และบริการที่มากับของด้วย ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยถูกใส่เข้าไปตั้งแต่ตอนออกใบสั่งซื้อ ไม่ใช่ตอนของมาถึงหน้าโรงงานแล้วค่อยมาคิดว่าจะเก็บไว้ที่ไหน

ชั้นที่สอง ผู้รับเหมา ตอบคำถามว่า อันตรายที่เกิดจากงานของผู้รับเหมาถูกจัดการอย่างไร ถ้อยคำในข้อกำหนดใช้คำว่าประสานงานกับผู้รับเหมา ซึ่งเป็นคำที่มีน้ำหนัก เพราะหมายความว่าเป็นการทำงานสองทาง ไม่ใช่การส่งกฎความปลอดภัยของโรงงานให้ผู้รับเหมาเซ็นรับทราบฝ่ายเดียว

ชั้นที่สาม การจ้างงานภายนอก ตอบคำถามว่า เมื่อองค์กรยกกระบวนการทั้งกระบวนการออกไปให้ผู้อื่นทำ องค์กรยังควบคุมอะไรอยู่บ้าง ข้อกำหนดยืนยันว่าการจ้างออกไปไม่ได้โอนความรับผิดชอบตามระบบออกไปด้วย

กรณีสมมติ — โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จังหวัดระยอง

โรงงานแห่งหนึ่งว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาเปลี่ยนหลังคาโรงเก็บวัตถุดิบในช่วงหยุดยาว ฝ่ายจัดซื้อออกใบสั่งจ้างตามราคาที่ต่ำที่สุด และให้ผู้รับเหมาเซ็นรับทราบกฎความปลอดภัยของโรงงานในวันแรกที่เข้าพื้นที่

ระหว่างงาน ทีมผู้รับเหมาต้องทำงานบนหลังคาที่มีแผ่นโปร่งแสงแทรกอยู่เป็นช่วง ซึ่งรับน้ำหนักคนไม่ได้ ข้อมูลนี้อยู่ในความรู้ของฝ่ายซ่อมบำรุงของโรงงาน แต่ไม่เคยถูกส่งต่อ เพราะการชี้บ่งอันตรายของงานนี้ทำโดยผู้รับเหมาฝ่ายเดียว และการรับทราบกฎทำโดยโรงงานฝ่ายเดียว ไม่มีจุดที่สองฝ่ายมานั่งดูหน้างานร่วมกัน

สิ่งที่ขาดในกรณีนี้ไม่ใช่เอกสาร เพราะเอกสารครบทั้งใบสั่งจ้างและใบเซ็นรับทราบ สิ่งที่ขาดคือการประสานงานตามความหมายของข้อ 8.1.4 คือการชี้บ่งอันตรายร่วมกันก่อนเริ่มงาน โดยฝ่ายที่รู้จักพื้นที่กับฝ่ายที่รู้จักวิธีทำงาน ถ้าเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับเหมามีเรื่องสมรรถนะด้านความปลอดภัยอยู่ด้วย ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว และมีการเดินสำรวจพื้นที่ร่วมกันก่อนวันเริ่มงาน ข้อมูลเรื่องแผ่นโปร่งแสงจะไม่หายไป

เกณฑ์การคัดเลือก คือจุดที่ข้อนี้มีฟันจริง

ส่วนที่ทำให้ข้อ 8.1.4 ต่างจากการมีระเบียบผู้รับเหมาเฉย ๆ คือข้อกำหนดโยงไปถึงเกณฑ์การคัดเลือก ถ้าเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับเหมาไม่มีมิติด้านความปลอดภัยอยู่เลย ระบบจะรับผู้รับเหมาที่ไม่มีความสามารถเข้ามาก่อน แล้วค่อยไปพยายามควบคุมหน้างานทีหลัง ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายทาง

เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงมักไม่ใช่การถามว่ามีใบรับรองอะไรบ้าง แต่เป็นการถามว่างานลักษณะเดียวกันนี้เคยทำมาแล้วอย่างไร ผู้ปฏิบัติงานที่จะส่งมามีความสามารถตรงกับงานหรือไม่ และเมื่อเกิดเหตุที่หน้างานอื่นมาก่อน ผู้รับเหมารายนั้นจัดการอย่างไร คำถามเหล่านี้ตอบได้ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยคำรับรอง

จังหวะเวลา สิ่งที่ต้องเกิดขึ้น หลักฐานที่ผู้ตรวจประเมินมองหา
ก่อนออกใบสั่งจ้าง คัดเลือกโดยมีมิติด้านความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์ เกณฑ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร และผลการประเมินผู้รับเหมาที่ถูกเลือก
ก่อนเริ่มงาน ชี้บ่งอันตรายร่วมกันสองฝ่าย และตกลงมาตรการควบคุม บันทึกที่มีลายมือชื่อทั้งฝ่ายองค์กรและฝ่ายผู้รับเหมา
ระหว่างงาน เฝ้าระวังว่ามาตรการที่ตกลงไว้ถูกใช้จริง บันทึกการตรวจหน้างาน และการจัดการเมื่อพบว่าไม่เป็นไปตามที่ตกลง
หลังจบงาน ประเมินผลงานด้านความปลอดภัยเพื่อใช้ในการจ้างครั้งต่อไป ผลการประเมินที่ย้อนกลับไปมีผลต่อทะเบียนผู้รับเหมา

จุดที่มักหลุดคือรอยต่อระหว่างสองระบบ

เมื่อผู้รับเหมามีระบบความปลอดภัยของตัวเองและองค์กรก็มีของตัวเอง จะเกิดคำถามว่าใช้ของใคร คำตอบตามเจตนาของข้อกำหนดคือใช้ทั้งสองระบบโดยไม่ให้เกิดช่องว่าง

ในทางปฏิบัติ ช่องว่างเกิดที่จุดเชื่อมเสมอ เช่น ผู้รับเหมามีระบบใบอนุญาตทำงานของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าโรงงานจะเดินเครื่องจักรตัวใดในวันนั้น หรือโรงงานมีระบบล็อกและติดป้ายของตัวเอง แต่กุญแจอยู่กับหัวหน้ากะที่ไม่ได้อยู่ในทีมที่ประสานกับผู้รับเหมา จุดเชื่อมเหล่านี้ต้องถูกระบุไว้ล่วงหน้าว่าใครรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้ตกลงกันเองหน้างาน

สำหรับผู้ที่กำลังทบทวนโครงสร้างเอกสารและระเบียบปฏิบัติที่ใช้รองรับข้อกำหนดลักษณะนี้ อ่านต่อได้ที่บทความ เอกสารในระบบบริหารคุณภาพ ตอนที่ 2 วิธีการและเทคนิคในการสร้างเอกสาร

คำถามที่ควรตอบได้

1. เกณฑ์การคัดเลือกผู้รับเหมาขององค์กร มีมิติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอยู่กี่ข้อ และมีน้ำหนักเท่าไร — ที่มาคือข้อ 8.1.4.2 ที่โยงการควบคุมผู้รับเหมาไปถึงเกณฑ์การคัดเลือก

2. การชี้บ่งอันตรายของงานผู้รับเหมาครั้งล่าสุด ทำโดยใครบ้าง และมีคนของโรงงานร่วมด้วยหรือไม่ — ที่มาคือข้อ 8.1.4.2 ในส่วนที่ว่าด้วยการประสานงานกับผู้รับเหมา

3. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยถูกใส่ไว้ในเอกสารจัดซื้อตั้งแต่ขั้นตอนใด — ที่มาคือข้อ 8.1.4.1 การจัดซื้อ

4. กระบวนการใดบ้างที่องค์กรจ้างออกไปทำภายนอก และองค์กรยังควบคุมอะไรอยู่ในกระบวนการนั้น — ที่มาคือข้อ 8.1.4.3 การจ้างงานภายนอก

5. ผลการประเมินผู้รับเหมาหลังจบงาน ย้อนกลับไปมีผลต่อการจ้างครั้งต่อไปอย่างไร — ที่มาคือข้อ 8.1.4.2 ประกอบกับข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินสมรรถนะ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 45001:2018 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand