ISO 45001:2018 ข้อ 6.1.1 ทั่วไป (General) เป็นข้อเปิดของหมวดการวางแผน และเป็นข้อที่ใช้คำว่า “ความเสี่ยง” ในสองความหมายในข้อเดียว ความหมายแรกคือความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S risk) ซึ่งผูกกับอันตรายต่อคน ความหมายที่สองคือความเสี่ยงต่อระบบการจัดการเอง (other risks to the OH&S management system) ซึ่งผูกกับความไม่แน่นอนว่าระบบจะทำงานได้ตามที่ตั้งใจหรือไม่ ผู้เรียบเรียงเห็นว่าองค์กรที่อ่านข้อ 6.1.1 โดยเห็นเฉพาะความหมายแรก อาจมีทะเบียนอันตรายที่สมบูรณ์ แต่คำถามว่าความเสี่ยงความหมายที่สองถูกกำหนดไว้ที่ใด ยังไม่มีคำตอบจากทะเบียนนั้น บทความนี้อธิบายว่าข้อ 6.1.1 ครอบคลุมอะไร ความเสี่ยงสองความหมายนี้ต่างกันตรงไหน และยกกรณีสมมติของโรงงานในประเทศไทยเพื่อแสดงว่าความเสี่ยงต่อระบบปรากฏในรูปใดในทางปฏิบัติ
สรุปสั้นก่อน
- ข้อ 6.1.1 ผูกจุดตั้งต้นของการวางแผนไว้กับผลการวิเคราะห์ในหมวด 4 (ข้อ 4.1 ถึงข้อ 4.3) ข้อนี้จึงเป็นสะพานระหว่างหมวดบริบทกับหมวดการวางแผน
- ISO 45001:2018 นิยาม “ความเสี่ยง” (risk) ไว้ที่ข้อ 3.20 และนิยาม “ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย” (OH&S risk) ไว้ต่างหากที่ข้อ 3.21 ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการมีสองนิยามคือเหตุผลที่ข้อ 6.1.1 และชื่อของข้อ 6.1.2.2 ใช้คำว่า “ความเสี่ยงอื่น ๆ” ควบคู่กับความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ข้อ 6.1.1 วางเงื่อนไขเรื่องลำดับเวลาไว้สำหรับความเสี่ยงและโอกาสที่มาจากการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้ ถ้อยคำของเงื่อนไขนี้ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน สิ่งที่บทความนี้ขยายคือคำถามว่าวันที่ประเมินกับวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล วันใดมาก่อน
ขอบเขตของข้อ 6.1.1
ข้อ 6.1.1 ทำหน้าที่สามอย่าง อย่างแรกคือบอกจุดตั้งต้นของการวางแผน ซึ่งไม่ใช่การเริ่มต้นโดยไม่มีข้อมูลตั้งต้น แต่เริ่มจากสิ่งที่องค์กรวิเคราะห์ไว้แล้วตามข้อ 4.1 ข้อ 4.2 และข้อ 4.3 อย่างที่สองคือบอกว่าการกำหนดความเสี่ยงและโอกาสมีจุดประสงค์เพื่ออะไร โดยผูกกับผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของระบบ อย่างที่สามคือกำหนดสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมในการกำหนดความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งข้อ 6.1.1 เขียนไว้เป็นรายการที่โยงไปยังข้อ 6.1.2 ถึงข้อ 6.1.3 ผู้อ่านต้องเปิดรายการนั้นจากตัวมาตรฐาน
ข้อ 6.1.1 ปิดท้ายด้วยข้อกำหนดเรื่องเอกสารสารสนเทศ (documented information) ซึ่งกล่าวถึงทั้งผลของการกำหนดความเสี่ยงและโอกาส และกระบวนการที่อยู่เบื้องหลังผลนั้น รายการและเงื่อนไขของข้อกำหนดนี้ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการที่มาตรฐานผูกระดับความละเอียดของเอกสารไว้กับความจำเป็นของแต่ละองค์กร เป็นการเปิดให้องค์กรเลือกความละเอียดเอง มาตรฐานไม่ได้กำหนดว่าต้องมีทะเบียนความเสี่ยงในรูปแบบใด
ความเสี่ยงสองความหมายในข้อเดียว
ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามข้อ 3.21 ผูกกับเหตุการณ์อันตรายและการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วยของคน (ถ้อยคำของนิยามผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน) กระบวนการที่จัดการความเสี่ยงประเภทนี้คือการชี้บ่งอันตรายและการประเมินตามข้อ 6.1.2.1 และข้อ 6.1.2.2 ตัวอย่างของเครื่องมือประเภทนี้ เช่น การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (job safety analysis) หรือทะเบียนประเมินความเสี่ยงประจำแผนก
ความเสี่ยงอีกความหมายคือความเสี่ยงต่อระบบการจัดการ ซึ่งใช้นิยามทั่วไปของความเสี่ยง (risk) ตามข้อ 3.20 ที่ไม่ได้ผูกกับการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วย แต่ผูกกับความไม่แน่นอนของผลลัพธ์ ถ้อยคำของนิยามผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าความเสี่ยงประเภทนี้ไม่ใช่สิ่งที่การชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6.1.2.1 มุ่งจับ เพราะไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรหรือสารเคมี แต่เกิดจากเงื่อนไขที่ทำให้ระบบไม่สามารถทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้ ตัวอย่างเช่น การที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพเพียงคนเดียวขององค์กรกำลังจะเกษียณ การที่ผู้รับเหมาจากภายนอกจะเข้าพื้นที่พร้อมกันเป็นจำนวนที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วงหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ หรือการที่คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจนต้องเปิดกะที่สามโดยใช้หัวหน้างานชุดเดิม เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ใช่อันตรายในตัวเอง แต่เป็นความไม่แน่นอนที่กระทบความสามารถของระบบในการควบคุมอันตรายที่มีอยู่แล้ว
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าชื่อของข้อ 6.1.2.2 ซึ่งกล่าวถึงทั้งการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินความเสี่ยงอื่น ๆ ต่อระบบการจัดการ เป็นร่องรอยในตัวมาตรฐานว่าสองเรื่องนี้ถูกแยกออกจากกันตั้งแต่ระดับชื่อข้อ องค์กรที่มีเฉพาะเครื่องมือประเมินอันตราย จึงเกิดคำถามว่าความเสี่ยงประเภทที่สองถูกกำหนดผ่านกลไกใด
เวลาของการประเมิน กับการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้
ข้อ 6.1.1 มองการเปลี่ยนแปลงเป็นแหล่งหนึ่งของความเสี่ยงและโอกาสที่ต้องเข้าสู่การวางแผน และวางเงื่อนไขเรื่องลำดับเวลาของการประเมินไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนล่วงหน้า ถ้อยคำและขอบเขตของเงื่อนไขนี้ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ข้อนี้อ้างถึงข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นข้อที่ดำเนินการในระดับปฏิบัติการ
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองข้อนี้เป็นดังนี้ ข้อ 6.1.1 บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นแหล่งของความเสี่ยงและโอกาสที่ต้องเข้าสู่การวางแผน และบอกว่าต้องประเมินเมื่อใด ส่วนข้อ 8.1.3 บอกว่าต้องมีกระบวนการอะไรรองรับในระดับปฏิบัติการ ผู้เรียบเรียงเห็นว่าคำถามที่ตามมาสำหรับข้อ 6.1.1 ในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงว่ามีแบบฟอร์มขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่รวมถึงว่าวันที่ประเมินกับวันที่การเปลี่ยนแปลงเริ่มมีผล วันใดมาก่อน
กรณีสมมติ — โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูป จังหวัดชลบุรี
โรงงานได้รับการรับรอง ISO 45001 มาสองปี มีทะเบียนประเมินความเสี่ยงครบตามผังองค์กร ทบทวนปีละครั้ง ในปีนี้โรงงานได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ซึ่งต้องเพิ่มกำลังการผลิตร้อยละสี่สิบภายในสี่เดือน ฝ่ายผลิตตัดสินใจเปิดกะกลางคืนเพิ่มโดยรับพนักงานใหม่สามสิบคนผ่านบริษัทจัดหาแรงงาน และย้ายเครื่องปั๊มสองเครื่องจากอาคารเดิมไปอาคารสอง
เมื่อผู้ตรวจประเมินขอดูการวางแผนตามข้อ 6.1.1 โรงงานแสดงทะเบียนประเมินความเสี่ยงฉบับล่าสุด ซึ่งมีการประเมินเครื่องปั๊มในตำแหน่งใหม่แล้ว และมีการประเมินอันตรายของงานที่พนักงานใหม่จะทำ ทะเบียนนี้เป็นเอกสารที่โรงงานใช้ตอบคำถามเรื่องความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แต่เมื่อผู้ตรวจประเมินถามต่อว่าองค์กรพิจารณาความเสี่ยงต่อระบบจากการเปลี่ยนแปลงชุดนี้ไว้อย่างไร คำถามที่ยังไม่มีคำตอบในเอกสารมีอย่างน้อยสามข้อ กะกลางคืนมีหัวหน้างานที่ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยประจำอยู่หรือไม่ พนักงานจากบริษัทจัดหาแรงงานเข้าถึงกลไกการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมตามข้อ 5.4 ได้ทางใด และการประเมินเครื่องปั๊มในตำแหน่งใหม่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันที่เครื่องเริ่มเดินจริง
ผู้เรียบเรียงเห็นว่ากรณีนี้ไม่ได้บอกว่าโรงงานวางแผนบกพร่อง โรงงานอาจตอบทั้งสามคำถามได้จากการประชุมที่ไม่ได้บันทึกไว้ คำถามที่เหลืออยู่จึงเป็นว่า การกำหนดความเสี่ยงต่อระบบจากการเปลี่ยนแปลงชุดนี้ปรากฏอยู่ที่ใด และการประเมินนั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผลหรือไม่
| ประเด็นที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเกี่ยวข้อง | คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมา |
|---|---|
| ความเสี่ยงต่อระบบการจัดการ ซึ่งอยู่นอกขอบข่ายของการชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6.1.2.1 | องค์กรกำหนดความเสี่ยงประเภทนี้ผ่านกลไกใด และผลของการกำหนดนั้นเชื่อมกับข้อ 4.1 และข้อ 4.2 อย่างไร |
| ความเชื่อมโยงระหว่างข้อ 6.1.1 กับข้อ 8.1.3 | สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด กระบวนการตามข้อ 8.1.3 ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เชื่อมกลับมาถึงการกำหนดความเสี่ยงและโอกาสในข้อ 6.1.1 ได้ทางใด |
รูปแบบของหลักฐานตามข้อ 6.1.1
ข้อ 6.1.1 ไม่ได้กำหนดชื่อเอกสาร ไม่ได้กำหนดว่าความเสี่ยงต่อระบบต้องแยกทะเบียนจากความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และไม่ได้กำหนดวิธีประเมิน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าคำถามที่ตามมาจึงไม่ใช่ว่าองค์กรใช้เอกสารชื่อใด แต่คือความเสี่ยงต่อระบบถูกกำหนดไว้ที่ใด และการดำเนินการตามข้อ 6.1.4 สืบย้อนกลับไปถึงการกำหนดนั้นได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตอบได้เฉพาะจากหลักฐานของแต่ละองค์กร
ผู้อ่านที่ต้องการเห็นข้อที่รับช่วงต่อจากข้อ 6.1.1 อ่านต่อได้ที่ ISO 45001:2018 ข้อ 6.1.4 การวางแผนการดำเนินการ และผู้ที่ต้องการเห็นฝั่งปฏิบัติการของการเปลี่ยนแปลง อ่านต่อได้ที่ ISO 45001:2018 ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง
คำถามที่ควรตอบได้
- สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้ครั้งล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกะ การย้ายเครื่องจักร หรือการเปลี่ยนผู้รับเหมา องค์กรแสดงได้หรือไม่ว่าการประเมินความเสี่ยงและโอกาสเกิดขึ้นก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผล
ที่มา: ข้อ 6.1.1 ทั่วไป; ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง - หากบุคคลหนึ่งที่ระบบพึ่งพาอยู่ลาออกในเดือนหน้า องค์กรเคยกำหนดเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นความเสี่ยงต่อระบบไว้ที่ใดหรือไม่ และการดำเนินการที่วางแผนไว้คืออะไร
ที่มา: ข้อ 6.1.1 ทั่วไป; ข้อ 6.1.2.2 การประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความเสี่ยงอื่น ๆ ต่อระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย - ประเด็นภายนอกที่องค์กรระบุไว้ในข้อ 4.1 เช่น การขาดแคลนแรงงานหรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย มีรายการใดที่ปรากฏต่อเนื่องมาถึงความเสี่ยงและโอกาสในข้อ 6.1.1 บ้าง
ที่มา: ข้อ 4.1 ความเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร; ข้อ 6.1.1 ทั่วไป
ข้อความเต็มของข้อกำหนดที่อ้างถึงข้างต้น ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ISO 45001:2018
อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง
- ISO 45001:2018 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ISO 45001:2018 ข้อ 6.1.2 การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงและโอกาส
- ISO 45001:2018 ข้อ 6.1.2.3 การประเมินโอกาสด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และโอกาสอื่น ๆ ต่อระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ISO 45001:2018 ข้อ 6.1.3 การพิจารณาข้อกำหนดกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ
- การตรวจรับรอง ISO 45001 กับ EQA
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนดของ ISO 45001:2018 ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001
EQA จัดหลักสูตรอบรมข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001:2018 และเป็นหน่วยรับรองที่ตรวจรับรอง ISO 45001 หลักสูตรมีเนื้อหาเชิงหลักการ ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)
ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)
- ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
- Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
- ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
- ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ขอการรับรอง ISO 45001 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ISO 45001 ข้อ 10.1 ทั่วไป: จุดเชื่อมจากผลการประเมินสมรรถนะสู่การตัดสินใจปรับปรุง
ISO 45001 ข้อ 7.1 ทรัพยากร: การกำหนดมาก่อนการจัดหา และหลักฐานอยู่ที่การตัดสินใจ
ตรวจรับรองหลายมาตรฐานพร้อมกัน วันตรวจลดได้เมื่อใด: หลักการของ IAF MD 11