ISO 9001:2026 ข้อ 4.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: ข้อกำหนดต้องการอะไร และผู้ตรวจประเมินดูอะไร

ปกบทความ ISO 9001:2026 ข้อ 4.2 การทำความเข้าใจความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

บทความนี้เป็นตอนที่ 2 ของชุด ISO 9001:2026 ทีละข้อ ซึ่งแต่ละตอนตอบสองคำถาม คือ ข้อกำหนดต้องการอะไร รวมถึงเอกสารและบันทึกที่เกี่ยวข้อง และผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นอะไรจากข้อนั้น ตอนนี้ว่าด้วย ข้อ 4.2 การทำความเข้าใจความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Understanding the needs and expectations of interested parties)

สรุปสั้นก่อน

  • ข้อ 4.2 ว่าด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (interested parties) ของระบบการจัดการคุณภาพ รายละเอียดอยู่ในส่วนที่ 1
  • ฉบับ 2026 เพิ่มรายการใหม่หนึ่งรายการในข้อ 4.2 และตัดภาคผนวก A.3 ของฉบับ 2015 ออก บทความนี้ใช้รายการใหม่นั้นเป็นแกนของการอธิบาย
  • ตัวข้อ 4.2 ไม่มีถ้อยคำที่กำหนดให้ต้องมีสารสนเทศที่เป็นเอกสาร (documented information) ผู้เรียบเรียงเห็นว่าสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นคือการตัดสินใจขององค์กร และร่องรอยว่าการตัดสินใจนั้นไปมีผลต่อขอบข่าย การวางแผน และการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ส่วนที่ 1: ข้อ 4.2 ต้องการอะไร

ข้อ 4.2 กำหนดสิ่งที่องค์กรต้องกำหนดไว้เป็นรายการ ตามด้วยประโยคเรื่องการเฝ้าติดตามและทบทวน (monitor and review) ซึ่งผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน บทความนี้หยิบมาอธิบายเพียงรายการเดียว คือรายการที่เพิ่มเข้ามาในฉบับ 2026 ตามหัวข้อถัดไป ส่วนหมายเหตุ (NOTE) ท้ายข้อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) เป็นคำอธิบายประกอบ ไม่ใช่ข้อกำหนด

คำว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีนิยามอยู่ในข้อ 3.2 ของมาตรฐาน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าจุดที่น่าสังเกตในนิยามคือ ครอบคลุมถึงผู้ที่ “รับรู้ว่าตนเองได้รับผลกระทบ” ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ส่วนตัวอย่างประเภทผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในนิยามนั้น

อะไรเปลี่ยนจากฉบับ 2015

ผู้เรียบเรียงเทียบจากฉบับแสดงการแก้ไข (redline) และหยิบการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับข้อ 4.2 มาสามเรื่อง

เรื่องที่หนึ่ง วลีนำหน้าข้อถูกตัดออก ฉบับ 2015 เปิดข้อด้วยเหตุผลว่าทำไมองค์กรต้องสนใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยผูกไว้กับความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นไปตามข้อกำหนด ฉบับ 2026 ตัดวลีนั้นออก ข้อจึงเริ่มที่สิ่งที่องค์กรต้องกำหนดทันที

เรื่องที่สอง มีรายการใหม่ว่าข้อกำหนดใดจะดำเนินการผ่านระบบ ฉบับ 2026 เพิ่มรายการให้องค์กรกำหนดว่าข้อกำหนดใดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะดำเนินการผ่านระบบการจัดการคุณภาพ ภาคผนวก A.3 ของฉบับ 2015 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ถูกตัดออกทั้งข้อในฉบับ 2026 ผู้เรียบเรียงเห็นว่าแนวคิดใกล้เคียงกันเคยอยู่ในภาคผนวกนั้น และการเปลี่ยนนี้ทำให้การเลือกรับข้อกำหนดเข้ามาในระบบกลายเป็นสิ่งที่องค์กรต้องกำหนด ไม่ใช่เพียงคำอธิบายท้ายเล่ม

เรื่องที่สาม ถ้อยคำที่ข้อ 4.3 ใช้อ้างถึงข้อ 4.2 เปลี่ยนไป ในข้อ 4.3 การกำหนดขอบข่ายของระบบการจัดการคุณภาพ ฉบับ 2026 อ้างถึง “ข้อกำหนดที่อ้างถึงในข้อ 4.2” โดยไม่มีคำขยายเรื่องผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องแบบฉบับ 2015 ส่วนหมายเหตุเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเพิ่มเข้ามาโดยฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ 1 (Amendment 1:2024) ยังคงอยู่ท้ายข้อ 4.2 เหมือนเดิม

ฉบับ 2026 มีภาคผนวก A.4.2 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อกำหนด อธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้ ผู้เรียบเรียงหยิบมาเพียงประเด็นเดียว คือ เมื่อองค์กรเห็นว่าข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องใดเกี่ยวข้อง ข้อกำหนดนั้นอยู่ภายในขอบเขตของระบบการจัดการคุณภาพ

เอกสารและบันทึกที่ข้อ 4.2 กำหนด

เนื้อข้อ 4.2 ไม่มีถ้อยคำที่ให้องค์กรต้องมีสารสนเทศที่เป็นเอกสารพร้อมใช้ (documented information shall be available) และไม่ได้กำหนดรูปแบบ เช่น ตารางทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือแบบฟอร์มเฉพาะ องค์กรจึงเลือกได้เองว่าจะจัดทำเป็นเอกสารหรือไม่ และในรูปแบบใด

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการที่ข้อ 4.2 ไม่บังคับเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ต้องแสดงอะไรเลย เพราะผลของข้อ 4.2 เป็นข้อมูลนำเข้าของข้ออื่นอย่างน้อยสามข้อ ได้แก่

  • ข้อ 4.3 การกำหนดขอบข่ายของระบบการจัดการคุณภาพ ที่ให้พิจารณาข้อกำหนดตามข้อ 4.2 เมื่อกำหนดขอบข่าย
  • ข้อ 6.1.1 การกำหนดความเสี่ยงและโอกาส ที่ให้พิจารณาข้อกำหนดตามข้อ 4.2 เมื่อวางแผนระบบ
  • ข้อ 9.3 การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร ที่มีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องนำเข้าสู่การทบทวน

หลักฐานของข้อ 4.2 จึงอาจไปปรากฏในเอกสารของข้ออื่นเหล่านี้ เช่น ทะเบียนความเสี่ยงและโอกาส หรือรายงานการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ส่วนที่ 2: ผู้ตรวจประเมินต้องการเห็นอะไรจากข้อ 4.2

ผู้เรียบเรียงเห็นว่าการตรวจข้อ 4.2 ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่คำถามว่า “มีทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่” เพราะข้อกำหนดไม่ได้บังคับเอกสารนั้น คำถามที่ผู้ตรวจประเมินอาจใช้คือ องค์กรตัดสินใจเรื่องผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร และการตัดสินใจนั้นตรวจสอบย้อนกลับได้จากหลักฐานใด ด้านล่างเป็นสามมุมที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าใช้ตรวจข้อ 4.2 ได้

มุมที่ 1: การเลือกรับข้อกำหนดเข้ามาในระบบมีเหตุผลรองรับหรือไม่

มุมนี้เกี่ยวกับรายการใหม่ในฉบับ 2026 โดยตรง ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเมื่อองค์กรระบุข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไว้แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องใดดำเนินการผ่านระบบการจัดการคุณภาพ และเรื่องใดจัดการด้วยช่องทางอื่น คำถามที่ตามมาคือ องค์กรได้ตัดสินเรื่องนี้แล้วหรือยัง สำหรับข้อกำหนดที่องค์กรรับเข้ามาในระบบ ผู้ตรวจประเมินอาจเลือกมาหนึ่งเรื่อง แล้วไล่ดูว่าเรื่องนั้นไปปรากฏในกระบวนการ เกณฑ์ หรือการควบคุมใด สำหรับข้อกำหนดที่องค์กรไม่ได้รับเข้ามา คำถามที่ตามมาคือ เหตุผลของการตัดสินใจนั้นคืออะไร และใครเป็นผู้ตัดสิน

มุมที่ 2: ข้อมูลใหม่จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเดินทางเข้ามาในระบบทางใด

มุมนี้เกี่ยวกับประโยคเรื่องการเฝ้าติดตามและทบทวนในข้อ 4.2 ผู้เรียบเรียงเห็นว่าหลักฐานของส่วนนี้คือร่องรอยว่าข้อมูลถูกหยิบมาดูซ้ำ เช่น วาระการทบทวนโดยฝ่ายบริหารที่บันทึกว่าความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายใดเปลี่ยนไปตั้งแต่รอบก่อน คำถามที่ตามมาคือ เมื่อลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับแจ้งข้อกำหนดใหม่ผ่านอีเมลหรือหนังสือแจ้ง ข้อมูลนั้นเข้าสู่การเฝ้าติดตามและทบทวนขององค์กรได้อย่างไร

มุมที่ 3: สิ่งที่เห็นระหว่างการตรวจกระบวนการอื่นสอดคล้องกับข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่

ผู้ตรวจประเมินอาจเทียบรายชื่อที่องค์กรระบุกับสิ่งที่เห็นระหว่างการตรวจกระบวนการอื่น เช่น ผู้ให้บริการภายนอกที่องค์กรพึ่งพาในกระบวนการหลัก ลูกค้าที่ส่งข้อกำหนดเฉพาะมาให้ หรือหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต แล้วถามว่าผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้อยู่ในรายชื่อหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ องค์กรพิจารณาจากอะไรว่าไม่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการคุณภาพ

กรณีสมมติ — บริษัทรับจ้างพ่นสีชิ้นส่วนโลหะ จังหวัดระยอง

บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองรับจ้างพ่นสีชิ้นส่วนโลหะให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และได้รับการรับรอง ISO 9001 อยู่แล้ว ในการตรวจประเมินเพื่อเปลี่ยนผ่านไปฉบับ 2026 องค์กรแสดงตารางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ปรับปรุงล่าสุดเมื่อเก้าเดือนก่อนการตรวจ ซึ่งระบุลูกค้าสามราย ผู้จำหน่ายสี และหน่วยงานรัฐที่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ไม่มีส่วนใดแสดงการตัดสินใจขององค์กรตามรายการใหม่ในฉบับ 2026

ระหว่างการตรวจกระบวนการรับคำสั่งซื้อ พบหนังสือจากลูกค้ารายหนึ่งซึ่งส่งมาหลังการปรับปรุงตารางดังกล่าว ขอให้ผู้ส่งมอบแจ้งล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนสูตรสีหรือผู้จำหน่ายสี และในการตรวจส่วนอื่นพบบันทึกเรื่องร้องเรียนจากชุมชนใกล้โรงงานเรื่องกลิ่นสี ซึ่งฝ่ายความปลอดภัยรับไว้ดำเนินการ ทั้งสองเรื่องไม่ปรากฏในตารางผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และรายงานการทบทวนโดยฝ่ายบริหารครั้งล่าสุดไม่มีวาระเรื่องความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

คำถามที่ตามมาคือ ข้อกำหนดของลูกค้าเรื่องการแจ้งก่อนเปลี่ยนสูตรสี องค์กรรับเข้ามาดำเนินการผ่านระบบการจัดการคุณภาพหรือไม่ ถ้ารับ เรื่องนี้ไปเชื่อมกับการควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือการควบคุมผู้ให้บริการภายนอกที่ใด ชุมชนใกล้โรงงานเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการคุณภาพหรือไม่ และองค์กรตัดสินเรื่องนี้จากข้อมูลใด

สิ่งที่องค์กรแสดง คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมา
ตารางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ไม่มีส่วนใดแสดงการตัดสินใจเรื่องการรับข้อกำหนดเข้ามาในระบบ องค์กรตัดสินแล้วหรือยังว่าข้อกำหนดเรื่องใดดำเนินการผ่านระบบการจัดการคุณภาพ และการตัดสินนั้นแสดงให้เห็นได้อย่างไร
ข้อกำหนดใหม่ของลูกค้าที่มาถึงทางหนังสือหรืออีเมล ข้อมูลนี้เข้าสู่การเฝ้าติดตามและทบทวนตามข้อ 4.2 ผ่านช่องทางใด

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ถ้าเลือกข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาหนึ่งเรื่อง องค์กรบอกได้หรือไม่ว่าเรื่องนั้นดำเนินการผ่านระบบการจัดการคุณภาพหรือไม่ และเพราะเหตุใด
    ที่มา: ข้อ 4.2 การทำความเข้าใจความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  2. การทบทวนโดยฝ่ายบริหารครั้งล่าสุดใช้ข้อมูลใดในการสรุปว่าความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน
    ที่มา: ข้อ 9.3 การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
  3. ข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่องค์กรระบุไว้ ถูกนำไปพิจารณาในขอบข่ายและในความเสี่ยงและโอกาสที่ใด
    ที่มา: ข้อ 4.3 การกำหนดขอบข่ายของระบบการจัดการคุณภาพ และข้อ 6.1.1 การกำหนดความเสี่ยงและโอกาส

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนดของ ISO 9001:2026 ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 9001

EQA จัดหลักสูตรอบรมข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 9001 และเป็นหน่วยรับรองที่ตรวจรับรอง ISO 9001 หลักสูตรมีเนื้อหาเชิงหลักการ ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ดูหลักสูตรอบรม ISO 9001 ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง ISO 9001

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 9001 ระบบบริหารคุณภาพ

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 9001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 9001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE