ข้อ 9.2 ขอให้องค์กรตรวจติดตามภายในตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรกำหนดเองและกับข้อกำหนดของมาตรฐานหรือไม่ และระบบนั้นถูกนำไปปฏิบัติและคงไว้ได้ผลหรือไม่ คำสำคัญของข้อนี้คือ “โปรแกรม” และ “ความเป็นกลาง” ซึ่งเป็นสองจุดที่ทำให้การตรวจภายในด้านสิ่งแวดล้อมต่างจากการตรวจระบบคุณภาพ
โปรแกรมการตรวจ ไม่ใช่ตารางการตรวจ
ข้อกำหนดแยกสองเรื่องออกจากกันชัดเจน เรื่องแรกคือโปรแกรมการตรวจติดตาม (audit programme) ซึ่งเป็นการวางภาพรวมว่าในรอบหนึ่งปีหรือหนึ่งรอบการรับรอง จะตรวจอะไร เมื่อไร ด้วยวิธีใด และใช้ทรัพยากรเท่าไร เรื่องที่สองคือเกณฑ์และขอบเขตของการตรวจแต่ละครั้ง
สิ่งที่มาตรฐานขอเพิ่มเติมและเป็นจุดต่างจากการวางตารางเฉย ๆ คือโปรแกรมต้องคำนึงถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อองค์กร และผลของการตรวจครั้งก่อน สามอย่างนี้คือเหตุผลที่ทำให้โปรแกรมของแต่ละองค์กรหน้าตาไม่เหมือนกัน และทำให้โปรแกรมของปีนี้ต้องต่างจากปีที่แล้ว
องค์กรที่ใช้ตารางเดิมซ้ำทุกปีโดยไม่ปรับ จะตอบคำถามผู้ตรวจไม่ได้ว่าเหตุใดพื้นที่ที่มีลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญตามข้อ 6.1.2 จึงได้เวลาตรวจเท่ากับพื้นที่สำนักงาน
โรงงานแห่งหนึ่ง (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) ระบุว่าการใช้ตัวทำละลายในงานพิมพ์และการจัดการของเสียอันตรายเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญ ปีที่ผ่านมามีข้อบกพร่องเรื่องการติดป้ายถังของเสียสองครั้ง
โปรแกรมการตรวจปีถัดมายังกำหนดให้ตรวจทุกแผนกแผนกละครึ่งวันเท่ากันหมด รวมถึงแผนกบัญชีและแผนกบุคคล
ข้อสังเกตที่ตั้งได้ไม่ใช่ว่าตรวจแผนกบัญชีเป็นเรื่องผิด แต่คือโปรแกรมไม่ได้สะท้อนความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและไม่ได้สะท้อนผลการตรวจครั้งก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อ 9.2 ระบุให้นำมาพิจารณาในการจัดทำโปรแกรม
ความเป็นกลางของผู้ตรวจ ในองค์กรที่คนน้อย
ข้อกำหนดให้เลือกผู้ตรวจและดำเนินการตรวจในลักษณะที่ทำให้มั่นใจได้ถึงความเที่ยงธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการตรวจ หลักที่ใช้ตัดสินคือผู้ตรวจต้องไม่ตรวจงานที่ตนเองทำ
ในองค์กรขนาดเล็กที่ผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมมีคนเดียว ข้อนี้กลายเป็นปัญหาจริง วิธีที่ใช้กันและอธิบายต่อผู้ตรวจได้ มีตั้งแต่การสลับผู้ตรวจข้ามสายงาน เช่น ให้ฝ่ายวิศวกรรมตรวจงานเอกสารสิ่งแวดล้อม และให้ผู้รับผิดชอบสิ่งแวดล้อมตรวจงานควบคุมการปฏิบัติงานหน้างาน หรือการใช้ผู้ตรวจจากบริษัทในเครือ หรือการจ้างผู้ตรวจอิสระเข้ามาทำหน้าที่ผู้ตรวจภายใน
สิ่งที่ต้องบันทึกไว้คือเหตุผลของการจัดคู่ผู้ตรวจ ไม่ใช่เพียงรายชื่อ เพราะหลักฐานของความเป็นกลางอยู่ที่การจัดวาง ไม่ได้อยู่ที่คำประกาศ
เกณฑ์การตรวจด้านสิ่งแวดล้อมกว้างกว่าที่คิด
เกณฑ์การตรวจ (audit criteria) ของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีแค่ตัวมาตรฐานกับขั้นตอนการทำงานภายใน แต่รวมถึงพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามตามข้อ 6.1.3 ด้วย นั่นหมายถึงข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขในใบอนุญาต และข้อผูกพันที่องค์กรรับมาเอง เช่น ข้อตกลงกับชุมชนหรือข้อกำหนดของลูกค้า
เมื่อเกณฑ์กว้างขนาดนี้ ความสามารถของผู้ตรวจภายในจึงต้องครอบคลุมมากกว่าการอ่านข้อกำหนดของมาตรฐาน ผู้ตรวจที่ไปตรวจพื้นที่จัดเก็บของเสียอันตรายควรอ่านเงื่อนไขในใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องมาก่อน มิฉะนั้นการตรวจจะเหลือเพียงการดูว่ามีเอกสารครบหรือไม่
ผลการตรวจต้องเดินต่อไปที่ไหน
ข้อ 9.2 ให้รายงานผลการตรวจต่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และให้เก็บรักษาเอกสารสารสนเทศเป็นหลักฐานของการดำเนินโปรแกรมและของผลการตรวจ ทางเดินของผลการตรวจมีสองเส้น
เส้นแรกไปที่ข้อ 10.2 เมื่อพบความไม่สอดคล้อง ต้องดำเนินการแก้ไขและพิจารณาสาเหตุ เส้นที่สองไปที่ข้อ 9.3 เพราะผลการตรวจติดตามภายในเป็นหนึ่งในปัจจัยนำเข้าของการทบทวนของฝ่ายบริหาร องค์กรที่ปิดการตรวจจบในตัวเองโดยไม่ส่งภาพรวมเข้าการทบทวน จะขาดหลักฐานการเชื่อมโยงระหว่างสองข้อนี้
คำถามที่ควรตอบได้
- โปรแกรมการตรวจปีนี้ของเราต่างจากปีที่แล้วตรงไหน และต่างเพราะอะไร (ที่มา: ข้อ 9.2)
- เราให้เวลาตรวจพื้นที่ที่มีนัยสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าพื้นที่อื่นหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 6.1.2)
- การจัดคู่ผู้ตรวจของเราอธิบายความเป็นกลางได้อย่างไร และบันทึกไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อ 9.2)
- เกณฑ์การตรวจของเรารวมพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามด้วยหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 6.1.3)
- ผลการตรวจภายในของเราปรากฏในวาระการทบทวนของฝ่ายบริหารอย่างไร (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 9.3)
อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง
- Checklist ตรวจติดตามภายในตาม ISO 14001
- ISO 14001 ข้อ 10.2 ความไม่สอดคล้องและการปฏิบัติการแก้ไข
- ISO 14001 ข้อ 6.1.3 พันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม
- ISO 14001 การทบทวนของฝ่ายบริหาร
- เทียบมุมการเฝ้าติดตามกับ GHPs การบำรุงรักษาและสุขาภิบาล (บทใหม่)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ ISO 14001
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)
วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)
- ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
- ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
- ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
- เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง
การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ขอการรับรอง ISO 14001 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ตรวจรับรองหลายมาตรฐานพร้อมกัน วันตรวจลดได้เมื่อใด: หลักการของ IAF MD 11
ตัวอย่าง Internal Audit Checklist ISO 14001:2026 ดาวน์โหลด Excel ฟรี: 33 คำถามตรวจพร้อมหลักฐานที่ควรดู
ISO 14001:2026 ต้องเปลี่ยนผ่านภายในเมื่อไร? กำหนดเวลาทางการ สิ่งที่เปลี่ยน และสิ่งที่องค์กรต้องเตรียม