GHPs การบำรุงรักษาและสุขาภิบาล ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022: ตีความข้อกำหนดและตัวอย่างในบริบทไทย

ปกบทความ GHPs การบำรุงรักษาและสุขาภิบาล ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022
สรุปสั้นก่อน
หมวดการบำรุงรักษาและสุขาภิบาลใน GHPs ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 รวมสี่เรื่องที่หน้างานแยกกันดูแลไว้ในที่เดียว คือการบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ การควบคุมสัตว์พาหะ และการจัดการของเสีย เหตุที่รวมไว้ด้วยกันเพราะทั้งสี่เรื่องล้วนเป็นการรักษาสภาพของสิ่งแวดล้อมการผลิตให้อยู่ในระดับที่แผน HACCP ตั้งสมมติฐานไว้ตั้งแต่ต้น

ทำไมการบำรุงรักษาจึงเป็นเรื่องความปลอดภัยอาหาร ไม่ใช่เรื่องวิศวกรรม

ในบริบทของ GHPs การบำรุงรักษาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้เครื่องเดินได้ แต่เพื่อให้เครื่องยังทำความสะอาดได้ ยังไม่ปล่อยสิ่งแปลกปลอม และยังทำงานภายใต้สภาวะที่ใช้อ้างอิงในการควบคุมอันตราย

เมื่อมองแบบนี้ รายการที่ต้องเข้าแผนบำรุงรักษาจึงเปลี่ยนไป ผิวสัมผัสอาหารที่เป็นรอยขูดขีดจนล้างไม่ออก ปะเก็นที่แข็งกรอบจนแตกเป็นชิ้นได้ ท่อที่มีจุดอับซึ่งน้ำยาล้างเข้าไม่ถึง และรอยเชื่อมที่ไม่เรียบ ล้วนเป็นรายการที่ต้องถูกจัดลำดับความสำคัญสูงกว่าเรื่องที่กระทบเพียงกำลังการผลิต

เอกสารสำคัญที่ผู้ตรวจจะขอดูจึงไม่ใช่เพียงแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน แต่คือเกณฑ์ที่องค์กรใช้ตัดสินว่าอุปกรณ์ชิ้นใดกระทบความปลอดภัยอาหาร และวิธีที่องค์กรจัดการเมื่อต้องซ่อมฉุกเฉินระหว่างเดินสายการผลิต

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →
กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลที่สมุทรสาคร
โรงงานแห่งหนึ่ง (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) มีสายพานลำเลียงกุ้งที่ขอบยางเริ่มฉีก ช่างซ่อมโดยพันเทปกาวสีดำไว้ชั่วคราวระหว่างกะ และบันทึกในใบแจ้งซ่อมว่า “แก้ไขชั่วคราวแล้ว”

สองประเด็นเกิดขึ้นพร้อมกัน ประเด็นแรกคือเทปกาวกลายเป็นแหล่งสิ่งแปลกปลอมและเป็นจุดสะสมที่ล้างไม่ได้ ประเด็นที่สองคือไม่มีการกำหนดวันสิ้นสุดของการแก้ไขชั่วคราวนั้น

สิ่งที่ GHPs ขอไม่ใช่ห้ามซ่อมชั่วคราว แต่ขอให้การซ่อมชั่วคราวใช้วัสดุที่เหมาะกับการสัมผัสอาหาร มีการประเมินผลต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และมีกำหนดเวลาแก้ไขถาวรที่ติดตามได้

การทำความสะอาดที่ “ทำแล้ว” กับที่ “พิสูจน์ได้ว่าได้ผล”

หัวใจของหมวดนี้คือการแยกระหว่างการมีตารางทำความสะอาดกับการมีหลักฐานว่าวิธีที่ใช้ได้ผลจริง สิ่งที่โปรแกรมการทำความสะอาดควรระบุคือ พื้นที่และอุปกรณ์ที่ต้องทำ ความถี่ วิธีการและสารเคมีที่ใช้พร้อมความเข้มข้นและเวลาสัมผัส ผู้รับผิดชอบ และวิธีที่ใช้ตรวจว่าสะอาดพอ

คำว่าสะอาดพอต้องมีนิยามที่วัดได้ วิธีที่ใช้กันมีตั้งแต่การตรวจด้วยสายตาตามรายการที่กำหนด การตรวจ ATP บนผิวสัมผัส ไปจนถึงการสวอบเพื่อตรวจจุลินทรีย์ในจุดที่เลือกไว้ ระดับที่เลือกใช้ควรสอดคล้องกับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคที่ไม่ผ่านความร้อนหลังบรรจุ ย่อมต้องการหลักฐานที่หนักแน่นกว่าวัตถุดิบที่จะผ่านการฆ่าเชื้อในขั้นถัดไป

สัตว์พาหะและของเสีย สองเรื่องที่วัดจากแนวโน้ม

การควบคุมสัตว์พาหะตาม GHPs วางอยู่บนสามชั้น คือกันไม่ให้เข้า ไม่ให้มีที่อยู่และอาหาร และเฝ้าติดตามเพื่อจับสัญญาณก่อนจะกลายเป็นการระบาด ชั้นที่สามคือชั้นที่ให้ข้อมูลย้อนกลับมากที่สุดในสามชั้น เพราะบันทึกการตรวจกับดักที่อ่านเป็นแนวโน้มได้ จะบอกได้ว่าปัญหากำลังดีขึ้นหรือแย่ลง ต่างจากบันทึกที่เขียนว่า “ไม่พบ” ทุกครั้งซึ่งไม่ให้ข้อมูลอะไร

ส่วนการจัดการของเสีย ประเด็นหลักคือเส้นทางและความถี่ ของเสียต้องไม่เดินสวนทางกับผลิตภัณฑ์ ภาชนะต้องชี้บ่งได้ชัดว่าเป็นของเสีย และต้องนำออกจากพื้นที่ผลิตด้วยความถี่ที่ไม่ปล่อยให้สะสม จุดที่ควรเขียนให้ชัดคือใครรับผิดชอบการนำออกในกะกลางคืนและวันหยุด

หมวดนี้เชื่อมกับแผน HACCP อย่างไร

GHPs ในหมวดนี้เป็นฐานที่ทำให้การวิเคราะห์อันตรายสมเหตุสมผล เมื่อทีมประเมินว่าอันตรายด้านจุลินทรีย์ที่ผิวสัมผัสอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ข้อสรุปนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าโปรแกรมทำความสะอาดเดินอยู่และได้ผล

เมื่อโปรแกรมพื้นฐานเหล่านี้ล้มเหลว สิ่งที่ต้องทบทวนจึงไม่ใช่เพียงตารางทำความสะอาด แต่รวมถึงข้อสรุปของการวิเคราะห์อันตรายที่อ้างอิงโปรแกรมนั้นไว้ด้วย

คำถามที่ควรตอบได้

  1. เกณฑ์ที่เราใช้แยกว่าอุปกรณ์ชิ้นใดกระทบความปลอดภัยอาหาร เขียนไว้ที่ไหน (ที่มา: GHPs หมวดการบำรุงรักษาและสุขาภิบาล)
  2. การซ่อมชั่วคราวของเรามีการประเมินผลต่อผลิตภัณฑ์และมีกำหนดแก้ไขถาวรหรือไม่ (ที่มา: หมวดการบำรุงรักษา)
  3. นิยามคำว่า “สะอาดพอ” ของเราวัดด้วยอะไร และเหมาะกับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์หรือไม่ (ที่มา: หมวดการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ)
  4. บันทึกการตรวจสัตว์พาหะของเราอ่านเป็นแนวโน้มได้หรือไม่ (ที่มา: หมวดการควบคุมสัตว์พาหะ)
  5. เมื่อโปรแกรมสุขาภิบาลล้มเหลว เราทบทวนการวิเคราะห์อันตรายด้วยหรือไม่ (ที่มา: GHPs เชื่อมกับหลักการ HACCP ข้อแรก)

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ GHPs และ HACCP

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA ตรวจรับรองมาตรฐานนี้ได้ด้วยบริการตรวจรับรอง: GHPs / HACCP
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง

การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

ขอการรับรอง GHPs/HACCP กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง GHPs/HACCP

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE