วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารคืออะไร: เทียบนิยามของ GFSI 2026, BRCGS Food 9 / Packaging 7, PAS 320 และ ISO 9001:2026

วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร คืออะไร เทียบนิยาม 3 ฉบับ เหมือนและต่างกันตรงไหน
  • GFSI ปรับนิยาม food safety culture ใหม่ใน Position Paper Version 2.0 (ค.ศ. 2026) จากฉบับ ค.ศ. 2018 โดยเพิ่มคำว่า หยั่งรากลึก (deeply rooted) และ สมมติฐาน (assumptions) และตัดคำว่า บรรทัดฐาน (norms) ออก
  • BRCGS ให้นิยามไว้ในอภิธานศัพท์ของมาตรฐานทั้ง Food Safety Issue 9 และ Packaging Materials Issue 7 ด้วยถ้อยคำเดียวกัน ว่าเป็นท่าที ค่านิยม และ/หรือความเชื่อที่แพร่หลายในสถานประกอบการ ต่อความสำคัญของความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และความเชื่อมั่นในระบบที่ใช้ แล้วกำหนดแผนพัฒนาวัฒนธรรมไว้ในข้อ 1.1.2 ทั้งใน Food Issue 9 และ Packaging Issue 7
  • PAS 320:2023 ซึ่งเป็นคู่มือพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารของ BSI รับนิยาม food safety culture ของ GFSI ฉบับ ค.ศ. 2018 มาใช้โดยตรง และแยกนิยามคำว่า culture ออกมาอีกคำหนึ่งโดยอ้าง ISO 10010
  • ISO 9001:2026 นำคำว่า วัฒนธรรมคุณภาพ (quality culture) เข้ามาในข้อ 5.1.1, ข้อ 7.3 และหมายเหตุของข้อ 7.1.4 โดยไม่ให้นิยามศัพท์ในข้อ 3 แต่มีหมายเหตุอธิบายว่าวัฒนธรรมสะท้อนออกมาทางค่านิยม ท่าที และการปฏิบัติที่คนในองค์กรมีร่วมกัน ผู้เขียนเห็นว่าเอกสารทั้งหมดนี้พูดถึงสิ่งเดียวกันจากคนละมุม คือพฤติกรรมของคนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มีใครดู

คำว่า วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร ปรากฏในเอกสารทั้งสี่ฉบับที่บทความนี้เทียบ ตั้งแต่เอกสารจุดยืนของ GFSI มาตรฐาน BRCGS ข้อกำหนดส่วนเพิ่มของ FSSC 22000 ไปจนถึง ISO 9001 ฉบับ ค.ศ. 2026 ที่ใช้คำว่า วัฒนธรรมคุณภาพ แต่ละฉบับใช้ถ้อยคำไม่เหมือนกัน บทความนี้เขียนในมุมผู้เขียน ตอบคำถามเดียวคือ แต่ละเอกสารหมายถึงอะไรเมื่อพูดคำว่า วัฒนธรรม แล้วเทียบว่าเหมือนและต่างกันตรงไหน ไม่ลงรายละเอียดวิธีจัดทำแผน ทุกฉบับผู้เขียนอ่านจากตัวเอกสารฉบับจริง

GFSI: นิยามที่เปลี่ยนไประหว่าง ค.ศ. 2018 กับ ค.ศ. 2026

GFSI (Global Food Safety Initiative) เผยแพร่เอกสารจุดยืน A Culture of Food Safety ฉบับแรกเมื่อ ค.ศ. 2018 นิยามในฉบับนั้นกล่าวถึงค่านิยม ความเชื่อ และบรรทัดฐานที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมเกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารทั่วทั้งองค์กร

ใน Version 2.0 ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 GFSI เขียนนิยามใหม่ สาระที่เปลี่ยนคือ วัฒนธรรมถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกธุรกิจอาหารอยู่แล้ว เป็นความเชื่อ พฤติกรรม ค่านิยม และสมมติฐานที่หยั่งรากลึก ซึ่งพนักงานเรียนรู้และแบ่งปันร่วมกัน และรวมกันส่งผลต่อผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอาหาร เอกสารอธิบายเหตุผลของการแก้ว่า นิยามเดิมยังไม่สะท้อนเต็มที่ว่าวัฒนธรรมก่อตัวขึ้นตามเวลาและถูกเรียนรู้โดยสมาชิกใหม่ขององค์กร และคำว่า บรรทัดฐาน อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในบริบทของนิยามวัฒนธรรม

สนใจอบรม BRCGS (Approved Training Partner)?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ผู้เขียนเห็นว่าสองคำที่เพิ่มเข้ามามีน้ำหนัก คำแรกคือ หยั่งรากลึก ซึ่งบอกว่าวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่ประกาศแล้วเกิด คำที่สองคือ สมมติฐาน ซึ่งหมายถึงสิ่งที่คนในโรงงานเชื่อโดยไม่ต้องพูดออกมา เช่น เชื่อว่าการหยุดสายการผลิตเพราะสงสัยการปนเปื้อนจะถูกตำหนิหรือไม่ นิยามใหม่จึงชี้ไปที่สิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่าฉบับเดิม เอกสารฉบับเดียวกันยังวางกรอบ 5 มิติ แบ่งเป็นฐานขององค์กร 2 มิติ และสิ่งที่แสดงออกเฉพาะด้านความปลอดภัยอาหาร 3 มิติ ผู้อ่านดูรายละเอียดได้จากตัวเอกสาร

BRCGS: นิยามในอภิธานศัพท์ บวกแผนในข้อ 1.1.2

BRCGS ใช้คำว่า วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและคุณภาพผลิตภัณฑ์ (product safety and quality culture) และมีนิยามศัพท์ไว้ในอภิธานศัพท์ของมาตรฐาน Food Safety Issue 9 (คำว่า food safety and quality culture) และ Packaging Materials Issue 7 (คำว่า product safety culture) ด้วยถ้อยคำเดียวกัน คืออธิบายว่าเป็นท่าที ค่านิยม และ/หรือความเชื่อที่แพร่หลายในสถานประกอบการ เกี่ยวกับความสำคัญของความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และความเชื่อมั่นในระบบ กระบวนการ และขั้นตอนด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่สถานประกอบการใช้ ผู้เขียนเห็นว่านิยามนี้มีสองส่วนที่ GFSI ไม่มี ส่วนแรกคือคำว่า แพร่หลายในสถานประกอบการ ซึ่งผูกวัฒนธรรมไว้กับไซต์ที่รับการตรวจ ไม่ใช่ทั้งบริษัท ส่วนที่สองคือ ความเชื่อมั่นในระบบ ซึ่งบอกว่าวัฒนธรรมที่ดีไม่ใช่แค่คนเห็นว่าความปลอดภัยสำคัญ แต่ต้องเชื่อว่าระบบที่ใช้อยู่ทำงานได้จริงด้วย

นอกจากนิยาม BRCGS ยังกำหนดในข้อ 1.1.2 ของทั้งสองมาตรฐานให้ผู้บริหารระดับสูงของไซต์กำหนดและรักษาแผนพัฒนาและปรับปรุงวัฒนธรรมนี้อย่างต่อเนื่อง โดยแผนต้องรวมมาตรการที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนวัฒนธรรมไปในทางบวก และกำหนดกิจกรรมขั้นต่ำที่แผนต้องออกแบบรอบ ๆ เช่น การสื่อสารเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างเปิดเผย และข้อเสนอแนะจากพนักงาน รายการเต็มและถ้อยคำที่ใช้บังคับอยู่ในตัวมาตรฐาน ผู้เขียนเห็นว่าโครงนี้คือ GFSI Benchmarking Requirements ที่แปลงเป็นข้อกำหนดตรวจได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ BRCGS เป็นโครงการที่ GFSI รับรอง

อีกจุดที่ต่างคือขอบเขตของคำ BRCGS ผูกคำว่า คุณภาพ เข้ากับความปลอดภัยตั้งแต่ชื่อเรียกของวัฒนธรรมที่ใช้ ขณะที่นิยามของ GFSI พูดถึงความปลอดภัยอาหารเพียงอย่างเดียว BRCGS ใช้ข้อ 1.1.2 ที่เทียบเท่ากันใน Packaging Materials Issue 7 ด้วย ผู้เขียนเห็นว่าคำว่า ผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ข้อกำหนดเดียวกันใช้ได้กับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่คำว่า อาหาร ไม่ตรงกับสินค้า

BRCGS Packaging Materials Issue 7

สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ Packaging Materials Issue 7 วางเรื่องวัฒนธรรมไว้ตั้งแต่ข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental) ของหมวด 1 ว่าผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงความมุ่งมั่นต่อกระบวนการที่ทำให้วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของไซต์ดีขึ้นต่อเนื่อง ข้อ 1.1.1 ให้นโยบายของไซต์มีความมุ่งมั่นเรื่องนี้ และข้อ 1.1.2 กำหนดแผนตามที่กล่าวข้างต้น โดยต้องทบทวนและปรับปรุงอย่างน้อยปีละครั้ง และผู้บริหารระดับสูงต้องพร้อมหารือเรื่องการนำแผนไปใช้กับผู้ตรวจประเมินระหว่างการตรวจ คำนำของมาตรฐานยังระบุเองว่าบทบาทสำคัญของวัฒนธรรมคือทำให้ท่าที ความเชื่อ และพฤติกรรมของพนักงานที่มีผลต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ฝังอยู่ในองค์กร ความหมายของคำว่า วัฒนธรรม ใน Food Issue 9 และ Packaging Issue 7 จึงเป็นชุดเดียวกัน ต่างกันที่ตัวผลิตภัณฑ์ และต่างกันเล็กน้อยที่ Food Issue 9 ใส่คำว่า ความแท้ (authenticity) ของผลิตภัณฑ์ไว้ในนโยบายและในการวัดผลกิจกรรม ซึ่งสะท้อนเรื่อง food fraud ที่ฝั่งอาหารให้น้ำหนักมากกว่า ผู้เขียนเห็นว่าจุดที่โรงงานบรรจุภัณฑ์ต้องตีความเองคือ คำว่า ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ในบริบทของตนหมายถึงอะไร เช่น การปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอม การย้ายตัวของสารเคมี (migration) หรือความถูกต้องของฉลากที่พิมพ์ เพราะพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดจะต่างจากโรงงานอาหาร

PAS 320:2023: ยืมนิยามของ GFSI แต่แยกคำว่า culture ออกมาต่างหาก

PAS 320:2023 Developing and sustaining a mature food safety culture เป็นเอกสารแนวทาง (guide) ของ BSI ไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้ตรวจรับรอง ข้อ 3.1.6 ให้นิยาม food safety culture โดยระบุแหล่งที่มาว่ามาจากเอกสารจุดยืนของ GFSI และดัดแปลงเพียงเพิ่มหมายเหตุ ถ้อยคำจึงเป็นชุดเดียวกับ GFSI ฉบับ ค.ศ. 2018 คือค่านิยม ความเชื่อ และบรรทัดฐานที่ใช้ร่วมกันซึ่งมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมเกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารทั่วทั้งองค์กร สิ่งที่ PAS 320 เพิ่มคือข้อ 3.1.3 ซึ่งนิยามคำว่า culture แยกต่างหาก โดยอ้าง ISO 10010:2022 ว่าเป็นค่านิยม ความเชื่อ ประวัติ จริยธรรม ท่าที และพฤติกรรมที่สังเกตได้ซึ่งคนมีร่วมกันและหลอมรวมกัน ผู้เขียนเห็นว่าการแยกสองคำนี้มีประโยชน์ เพราะบอกว่าวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรที่กว้างกว่า และข้อ 4.2 ของ PAS 320 ก็ย้ำให้องค์กรพัฒนาสองสิ่งนี้ไปด้วยกันผ่านมิติทั้งห้า ได้แก่ วิสัยทัศน์และพันธกิจ คน ความสม่ำเสมอ การปรับตัว และความตระหนักต่ออันตรายและความเสี่ยง ซึ่งเป็นมิติชุดเดียวกับที่ GFSI ฉบับ ค.ศ. 2026 ยังใช้อยู่

ข้อสังเกตอีกข้อคือ ISO 10010 ที่ PAS 320 อ้างถึงสำหรับนิยาม culture เป็นเอกสารฉบับเดียวกับที่ ISO 9001:2026 ชี้ให้ไปอ่านเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพ เส้นทางของนิยามจึงวนกลับมาบรรจบกันที่ ISO 10010 ทั้งจากฝั่งความปลอดภัยอาหารและฝั่งคุณภาพ ส่วนเนื้อหาที่เหลือของ PAS 320 (ข้อ 5 ถึง 11) เป็นกระบวนการตั้งแต่การกำกับดูแล การวัดระดับวุฒิภาวะ แผนเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงการรักษาการปรับปรุงต่อเนื่อง ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของบทความนี้

ISO 9001:2026: วัฒนธรรมคุณภาพในฐานะหน้าที่ของผู้นำ

ISO 9001:2026 เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2026 หน้าสรุปการเปลี่ยนแปลงของ ISO ระบุว่าข้อ 5.1 ให้น้ำหนักกับวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมตามจริยธรรม (ethical behaviour) มากขึ้น และข้อ 7.3 เพิ่มข้อกำหนดเรื่องความตระหนักว่าด้วยวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมตามจริยธรรม และคำนำของมาตรฐานสรุปว่าสองเรื่องนี้ถูกใส่เข้ามาในข้อกำหนดโดยเฉพาะส่วนภาวะผู้นำ ความตระหนัก และสภาพแวดล้อมในการดำเนินกระบวนการ

เมื่ออ่านจากตัวมาตรฐาน คำนี้ปรากฏในสามจุด จุดแรกคือข้อ 5.1.1 ซึ่งมีรายการสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงภาวะผู้นำ และหนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมตามจริยธรรม พร้อมหมายเหตุว่าวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมตามจริยธรรมขององค์กรสะท้อนออกมาทางค่านิยม ท่าที และการปฏิบัติที่คนในองค์กรมีร่วมกัน จุดที่สองคือข้อ 7.3 ซึ่งเพิ่มวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมตามจริยธรรมขององค์กรเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานต้องตระหนัก จุดที่สามคือหมายเหตุของข้อ 7.1.4 ว่าปัจจัยของสภาพแวดล้อมในการดำเนินกระบวนการบางอย่างได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมคุณภาพ ข้อ 3 ของมาตรฐานไม่ได้ให้นิยามศัพท์คำนี้ และภาคผนวก A ชี้ไปที่ ISO 10010 สำหรับแนวทางเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพ

ผู้เขียนสังเกตว่าหมายเหตุของข้อ 5.1.1 ทำหน้าที่คล้ายนิยามโดยไม่ได้เรียกว่านิยาม และถ้อยคำของมันใกล้กับนิยาม GFSI ฉบับ ค.ศ. 2018 มากกว่าฉบับ ค.ศ. 2026 เพราะพูดถึงค่านิยมและท่าทีที่มีร่วมกัน แต่ไม่พูดถึงสมมติฐานที่หยั่งรากลึก อีกข้อสังเกตคือ ISO 9001:2026 ไม่มีข้อใดกำหนดให้ทำแผนวัฒนธรรมแยกต่างหากแบบ BRCGS หรือ FSSC คำนี้อยู่ในข้อกำหนดเรื่องภาวะผู้นำ ความตระหนัก และสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ใช่ข้อกำหนดเรื่องเอกสาร ภาคผนวก A.5.1 เสริมว่าผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทหลักในการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพ และ A.5.2 ว่านโยบายคุณภาพสะท้อนวัฒนธรรมคุณภาพขององค์กรได้

ตารางเทียบ

ประเด็น GFSI V2.0 (ค.ศ. 2026) BRCGS Packaging Issue 7 / Food Issue 9 PAS 320:2023 ISO 9001:2026
คำที่ใช้ food safety culture product safety and quality culture food safety culture และ culture quality culture
ให้นิยามศัพท์หรือไม่ ให้ และเพิ่งปรับใหม่ ให้ในอภิธานศัพท์ และระบุแผนในข้อ 1.1.2 ให้ โดยยืมของ GFSI ค.ศ. 2018 (3.1.6) และนิยาม culture จาก ISO 10010 (3.1.3) ไม่ให้นิยามในข้อ 3 แต่มีหมายเหตุในข้อ 5.1.1 อธิบายสิ่งที่วัฒนธรรมสะท้อนออกมา
ขอบเขตของคำ ความปลอดภัยอาหาร ความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (อาหาร หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์) ความปลอดภัยอาหาร ในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร คุณภาพ (ผู้เขียนอ่านว่าครอบคลุมความปลอดภัยเมื่อเป็นข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์)
ผู้ที่เอกสารชี้ว่าเป็นเจ้าของเรื่อง ทุกคนในองค์กร โดยมีผู้นำเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ผู้บริหารระดับสูงของไซต์เป็นผู้กำหนดและรักษาแผน และหารือกับผู้ตรวจประเมิน ผู้บริหารระดับสูงกำกับดูแล (ข้อ 5) ทุกหน้าที่เตรียมพร้อม (ข้อ 8) ผู้บริหารระดับสูงส่งเสริม (5.1.1) ผู้ปฏิบัติงานตระหนัก (7.3)

ความเหมือน

สามเอกสารตรงกันในสาระที่ผู้เขียนเห็นว่าสำคัญกว่าถ้อยคำ อย่างแรก วัฒนธรรมถูกมองเป็นเรื่องของพฤติกรรมและความเชื่อร่วมของคน ไม่ใช่เอกสารหรือระบบ อย่างที่สอง ทั้งสามฉบับวางความรับผิดชอบไว้ที่ผู้บริหารระดับสูง GFSI จัดภาวะผู้นำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบวิกฤต 12 ข้อ BRCGS ให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นเจ้าของแผน และ ISO 9001:2026 ใส่เรื่องนี้ไว้ในรายการภาวะผู้นำของข้อ 5.1.1 โดยตรง อย่างที่สาม ผู้เขียนเห็นว่าทั้งสามฉบับเปิดทางให้ตรวจสอบวัฒนธรรมได้ GFSI พูดถึงการวัดผลและบันทึก BRCGS กำหนดให้แผนมีการวัดและทบทวน ส่วน ISO 9001:2026 ผูกกับความตระหนักของพนักงาน ซึ่งผู้ตรวจประเมินสอบถามได้ที่หน้างาน

ความต่าง

ความต่างแรกคือถ้อยคำของนิยาม GFSI ฉบับ ค.ศ. 2026 เน้นสิ่งที่หยั่งรากลึกและสมมติฐานที่ไม่ได้พูดออกมา BRCGS เน้นท่าทีและความเชื่อที่แพร่หลายในไซต์ และเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบเข้ามา ส่วน ISO 9001:2026 ใช้หมายเหตุพูดถึงค่านิยม ท่าที และการปฏิบัติที่มีร่วมกัน ผู้เขียนเห็นว่าสามถ้อยคำนี้ไล่จากลึกไปตื้น GFSI ชี้ไปที่สิ่งที่อยู่ในหัวคน BRCGS ชี้ไปที่สิ่งที่คนในไซต์คิดต่อระบบ และ ISO ชี้ไปที่สิ่งที่สังเกตได้จากการปฏิบัติ ความต่างที่สองคือระดับของเอกสาร GFSI เป็นเอกสารจุดยืน จึงเขียนนิยามและกรอบความคิดได้ละเอียด BRCGS และ ISO เป็นมาตรฐานที่ใช้ตรวจ จึงเขียนเป็นสิ่งที่ต้องมีหรือต้องทำ ความต่างที่สามคือขอบเขตของคำ ตามตารางข้างต้น ความต่างที่สี่คือรูปแบบหลักฐาน BRCGS คาดหวังแผนที่เป็นเอกสารและทบทวนตามรอบ ขณะที่ ISO 9001:2026 ไม่ได้กำหนดเอกสารเฉพาะสำหรับเรื่องนี้ ความต่างที่ห้าซึ่งผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจคือ GFSI ฉบับใหม่ย้ำว่าวัฒนธรรมมีอยู่แล้วในทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะตั้งใจสร้างหรือไม่ มุมมองนี้ต่างจากการอ่านมาตรฐานแบบที่มองว่าวัฒนธรรมคือสิ่งที่ต้องไปจัดทำขึ้นใหม่

สำหรับโรงงานที่อยู่ในระบบ FSSC 22000 ข้อกำหนดส่วนเพิ่มข้อ 2.5.8 ของ Version 7 เป็นจุดที่เชื่อมสามมุมนี้เข้าด้วยกัน เพราะเขียนต่อจาก ISO 22000:2018 ข้อ 5.1 เรื่องภาวะผู้นำ และกำหนดให้มีวัตถุประสงค์และแผนวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพที่ครอบคลุมองค์ประกอบขั้นต่ำซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดการเทียบเคียงของ GFSI

Case ตัวอย่าง

โรงงานผลิตเครื่องปรุงรสแห่งหนึ่งได้รับการรับรองทั้ง ISO 9001:2015 และ BRCGS Food Safety Issue 9 และกำลังเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ ISO 9001:2026 ทีมระบบมีแผนวัฒนธรรมตามข้อ 1.1.2 ของ BRCGS อยู่แล้ว ซึ่งใช้นิยามของ GFSI ฉบับ ค.ศ. 2018 เป็นบทนำของแผน เมื่ออ่าน ISO 9001:2026 ทีมพบคำว่า วัฒนธรรมคุณภาพ ในข้อ 5.1.1 และข้อ 7.3 และเมื่อเปิดเอกสาร GFSI พบว่านิยามเปลี่ยนไปแล้ว

  • แผนฉบับเดียวตอบได้ทั้งข้อ 1.1.2 ของ BRCGS และข้อ 5.1.1 กับ 7.3 ของ ISO 9001:2026 หรือไม่ และส่วนใดของแผนที่ ISO ไม่ได้ขอ
  • การที่นิยาม GFSI เปลี่ยนจาก บรรทัดฐาน เป็น สมมติฐานที่หยั่งรากลึก ทำให้คำถามในแบบประเมินวัฒนธรรมของโรงงานต้องเปลี่ยนหรือไม่
  • เมื่อผู้ตรวจประเมินถามพนักงานหน้างานว่าวัฒนธรรมคุณภาพหมายถึงอะไรในงานของเขา คำตอบที่ได้จะสะท้อนเอกสารฉบับใด

อ่านต่อ

ที่มา

  • GFSI, A Culture of Food Safety: Position Paper, Version 2.0 (March 2026) และ Version 1 (2018)
  • BRCGS Global Standard Food Safety Issue 9 หมวด 1 Senior management commitment ข้อ 1.1.1–1.1.2 และอภิธานศัพท์ Food safety and quality culture
  • PAS 320:2023 Developing and sustaining a mature food safety culture – Guide ข้อ 3.1.3 culture, ข้อ 3.1.6 food safety culture และข้อ 4.2
  • ISO 9001:2026 ข้อ 5.1.1 General, ข้อ 7.1.4 Environment for the operation of processes, ข้อ 7.3 Awareness และภาคผนวก A.5
  • BRCGS Global Standard Packaging Materials Issue 7 หมวด 1 Senior management commitment ข้อ 1.1.1–1.1.2 และอภิธานศัพท์ Product safety culture
  • FSSC 22000 Scheme Version 7.0 (May 2026) Part 2 ข้อ 2.5.8 Food safety and quality culture

บทความนี้เป็นการเรียบเรียงเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของมาตรฐานหรือเอกสารใด ผู้อ่านต้องอ้างอิงเอกสารฉบับจริงเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ

หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

Equal Assurance (Thailand) ให้บริการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอาหารและระบบบริหารคุณภาพ หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง:

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

การเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

อ่านต่อ: อยากเป็นผู้ตรวจประเมิน BRCGS ต้องทำอย่างไร: เทียบภาคผนวกของ Food Safety, Packaging และ Gluten-Free

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA ตรวจรับรองมาตรฐานนี้ได้ด้วยบริการตรวจรับรอง: ISO 9001
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง

การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

EQA เป็นหน่วยรับรองระบบความปลอดภัยอาหารด้วย: ขอการรับรอง ISO 22000 · ขอการรับรอง GHPs/HACCP

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE