วิธีทำความสะอาดแบบเปียกกับการเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม: จุดที่ล้างไม่ถึงคือจุดที่ FSSC 22000 V7 ข้อ 2.5.7 ถามถึง

วิธีทำความสะอาดแบบเปียกกับการเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม FSSC 22000 Version 7
  • การทำความสะอาดแบบเปียกในโรงงานอาหารแบ่งได้สามกลุ่มตามวิธีส่งแรงและเวลาสัมผัส คือ ล้างด้วยมือ (manual) ใช้โฟมหรือเจล (foam/gel) และใช้เครื่องจักร (mechanical) ซึ่งรวม spray washer, CIP และ COP
  • ISO 22002-100:2025 ข้อ 13.3 กำหนดให้โปรแกรมทำความสะอาดระบุองค์ประกอบหลายรายการ ในจำนวนนั้นมีวิธีที่ใช้และการทวนสอบประสิทธิผล ส่วน ISO 22002-1:2025 ข้อ 13.4 ว่าด้วยระบบ CIP โดยเฉพาะ
  • ผู้เขียนเห็นว่าวิธีทำความสะอาดที่เลือกใช้เป็นตัวกำหนดว่าโปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมตาม FSSC 22000 Version 7 ข้อ 2.5.7 ควรเก็บตัวอย่างที่จุดใด เพราะแต่ละวิธีทิ้งจุดอ่อนไว้คนละแบบ

ผู้เขียนเห็นว่าคำถามที่มีน้ำหนักกว่า ล้างแล้วหรือยัง คือ ล้างด้วยวิธีใด เพราะคำตอบนี้บอกต่อได้ว่าจุดใดสะอาดจริงและจุดใดเป็นเพียงจุดที่น้ำผ่าน บทความนี้เรียบเรียงวิธีทำความสะอาดแบบเปียก (wet cleaning) สามกลุ่มที่ใช้ในโรงงานอาหาร แล้วเชื่อมกับสองเรื่องที่ FSSC 22000 Version 7 ถามถึง คือโปรแกรมทำความสะอาดตามมาตรฐานชุด ISO 22002 ฉบับ ค.ศ. 2025 และโปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม (environmental monitoring) ตามข้อกำหนดส่วนเพิ่มข้อ 2.5.7 เนื้อหาเขียนในมุมผู้เขียน ไม่ใช่คำแปลของมาตรฐาน

วิธีทำความสะอาดแบบเปียกสามกลุ่ม

การทำความสะอาดแบบเปียกต่างจากแบบแห้งตรงที่ใช้น้ำเป็นตัวพาสารทำความสะอาดและพาสิ่งสกปรกออก เมื่อแยกตามวิธีส่งแรงกระทำและวิธีให้เวลาสัมผัสกับพื้นผิว ได้สามกลุ่ม

กลุ่มที่หนึ่ง ล้างด้วยมือ (manual) คือการใช้ถังน้ำยาและแปรง ขัดพื้นผิวโดยแรงของคน วิธีนี้เข้าถึงซอกมุมที่เครื่องเข้าไม่ถึง แต่ผลขึ้นกับคนทำ ความเข้มข้นของน้ำยาในถังลดลงตามจำนวนครั้งที่จุ่มแปรง และแปรงเองเป็นพาหะนำเชื้อจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ถ้าใช้ชุดเดียวกันหลายพื้นที่

สนใจอบรม FSSC 22000 Version 7?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

กลุ่มที่สอง โฟมและเจล (foam/gel) คือการพ่นสารทำความสะอาดให้เกาะพื้นผิวในรูปโฟมหรือเจล เพื่อยืดเวลาสัมผัสให้นานกว่าการราดน้ำยาเหลวซึ่งไหลลงพื้นภายในไม่กี่วินาที จุดที่ต้องดูคือระยะเวลาที่โฟมคงตัวอยู่บนพื้นผิวแนวตั้ง และปริมาณโฟมที่ตกค้างก่อนขั้นฆ่าเชื้อ

กลุ่มที่สาม ใช้เครื่องจักร (mechanical) แยกย่อยได้อีกสามแบบ แบบแรกคือ spray washer หรือเครื่องฉีดล้างแรงดัน ซึ่งส่งแรงกระทำด้วยน้ำแทนแปรง แต่ละอองน้ำที่กระเด็นก็พาเชื้อจากพื้นหรือท่อระบายน้ำขึ้นไปยังพื้นผิวสัมผัสอาหารได้ แบบที่สองคือ CIP (clean-in-place) การล้างระบบปิด เช่น ท่อ ถัง และเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน โดยไม่ถอดชิ้นส่วน อาศัยการไหลเวียนของสารทำความสะอาดที่ควบคุมความเข้มข้น อุณหภูมิ อัตราการไหล และเวลา แบบที่สามคือ COP (clean-out-of-place) การถอดชิ้นส่วนไปล้างในอ่างหรือเครื่องล้างชิ้นส่วน เหมาะกับหัวบรรจุ ปะเก็น และชิ้นส่วนเล็กที่ CIP ล้างไม่ถึง

มาตรฐานถามอะไรเกี่ยวกับวิธีที่เลือก

ISO 22002-100:2025 ข้อ 13.3 Cleaning and disinfection programmes กำหนดให้โปรแกรมทำความสะอาดระบุสิ่งที่ต้องระบุไว้หลายรายการ ในจำนวนนั้นมีวิธีทำความสะอาด และการเฝ้าระวังกับการทวนสอบประสิทธิผล ผู้อ่านดูรายการเต็มได้จากตัวมาตรฐาน ผู้เขียนเห็นว่าคำว่า วิธี ในข้อนี้ไม่ได้หมายถึงชื่อน้ำยา แต่หมายถึงการเลือกระหว่างสามกลุ่มข้างต้นสำหรับแต่ละพื้นผิว เพราะวิธีที่ต่างกันต้องใช้หลักฐานยืนยันผลที่ต่างกัน

ISO 22002-1:2025 ซึ่งเป็นส่วนเฉพาะของการผลิตอาหาร เพิ่มในข้อ 13.3 ว่าโปรแกรมต้องระบุการตรวจสอบหลังทำความสะอาดด้วย (รายละเอียดดูในตัวมาตรฐาน) และแยกข้อ 13.4 Cleaning in place (CIP) systems ออกมาต่างหาก ซึ่งว่าด้วยการแยกระบบ CIP ออกจากการผลิต และการเฝ้าระวังค่าที่ตั้งไว้ของระบบ ผู้เขียนอ่านว่าข้อ 13.4 ระบุพารามิเตอร์ไว้ชัดกว่าข้ออื่นในหมวดนี้ เพราะใน CIP คนมองไม่เห็นพื้นผิวขณะล้าง การเฝ้าระวังค่าที่ตั้งไว้จึงมาแทนสายตา

จุดที่วิธีล้างไปไม่ถึง คือจุดที่โปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมสนใจ

FSSC 22000 Version 7 ข้อ 2.5.7 Environmental monitoring ใช้กับหมวดหมู่ห่วงโซ่อาหาร BIII, C, I และ K กำหนดให้มีโปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมที่อิงความเสี่ยง และองค์ประกอบอื่นอีกหลายรายการ เช่น การวิเคราะห์แนวโน้มของผลตรวจ รายการเต็มอยู่ในตัวเอกสารของ FSSC

ผู้เขียนเห็นว่าคำว่า อิงความเสี่ยง ในข้อนี้ตอบได้ด้วยคำถามเดียวคือ เชื้อจะรอดจากการทำความสะอาดได้ที่ไหน และคำตอบมาจากวิธีล้างที่ใช้ในแต่ละพื้นที่

  • พื้นที่ที่ล้างด้วยมือ จุดอ่อนอยู่ที่ความสม่ำเสมอของคนและเครื่องมือ คำถามคือ โปรแกรมเฝ้าระวังได้พิจารณาตัวแปรง ถังหลังใช้งาน และพื้นผิวที่สูงกว่าระดับไหล่ซึ่งคนขัดไม่ถึงไว้หรือไม่
  • พื้นที่ที่ใช้โฟม จุดอ่อนอยู่ที่พื้นผิวแนวตั้งและใต้โครงเครื่องที่โฟมไหลออกก่อนครบเวลาสัมผัส และร่องยางซีลที่โฟมเกาะแต่น้ำล้างไม่ออก
  • พื้นที่ที่ใช้ spray washer จุดอ่อนอยู่ที่ละอองน้ำ ท่อระบายน้ำ และพื้นรอบจุดฉีด ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าท่อระบายน้ำเป็นปลายทางของสิ่งที่ถูกชะล้าง องค์กรประเมินจุดนี้ไว้ในความเสี่ยงอย่างไร
  • ระบบ CIP จุดอ่อนอยู่ที่จุดที่สารทำความสะอาดไหลไม่ถึงหรือไหลช้า เช่น ท่อตัน (dead leg) วาล์วที่เปิดไม่สุด และปะเก็นเก่า เมื่อป้ายพื้นผิวในระบบปิดไม่ได้ ผู้เขียนตั้งคำถามว่าองค์กรใช้หลักฐานใดแสดงประสิทธิผล และบันทึกพารามิเตอร์ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 13.4 เพียงพอหรือไม่
  • ชิ้นส่วนที่ล้างแบบ COP จุดอ่อนอยู่ที่อ่างล้างเองซึ่งใช้ซ้ำหลายรอบ และสภาพของชิ้นส่วนระหว่างรอประกอบกลับ

มองจากมุมนี้ โปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมกับโปรแกรมทำความสะอาดจึงเป็นเอกสารคนละฉบับที่ตอบคำถามเดียวกัน ฉบับแรกบอกว่าตั้งใจล้างอย่างไร ฉบับที่สองบอกว่าผลเป็นอย่างไร ข้อ 2.5.7 กำหนดให้วิเคราะห์แนวโน้มของข้อมูล ส่วนการนำผลย้อนกลับไปปรับโปรแกรมทำความสะอาดเป็นข้อเสนอของผู้เขียน

เมื่อผลตรวจบอกว่าวิธีล้างไม่เหมาะกับพื้นผิว

ข้อ 2.5.7 ระบุเหตุที่ต้องทบทวนโปรแกรมไว้หลายกรณี กรณีหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าเกี่ยวกับวิธีล้างโดยตรงคือการพบเชื้อก่อโรคซ้ำ ถ้าจุดที่พบซ้ำเป็นจุดเดิมและอยู่ในพื้นที่ที่ล้างด้วยวิธีเดิม คำถามที่ตามมาไม่ใช่เปลี่ยนน้ำยายี่ห้อไหน แต่คือวิธีส่งแรงและให้เวลาสัมผัสที่ใช้อยู่เข้าถึงจุดนั้นหรือไม่ อีกกรณีที่ข้อนี้ระบุคือการไม่พบผลบวกเลยเป็นเวลานาน ซึ่งฟังดูเป็นข่าวดี แต่ผู้เขียนเห็นว่าอาจแปลได้สองทาง คือพื้นที่สะอาดจริง หรือจุดเก็บตัวอย่างไม่ได้อยู่ตรงจุดที่วิธีล้างไปไม่ถึง

Case ตัวอย่าง

โรงงานผลิตซอสแห่งหนึ่งล้างถังผสมและท่อส่งด้วยระบบ CIP ล้างเครื่องบรรจุด้วยโฟม และล้างพื้นกับผนังด้วยเครื่องฉีดล้างแรงดัน โปรแกรมเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมที่ใช้มาสามปีเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวสัมผัสอาหารสิบจุด ไม่เคยพบผลบวก เมื่อเตรียมยกระดับสู่ FSSC 22000 Version 7 ทีมอ่านข้อ 2.5.7 แล้วพบว่าโปรแกรมของตนไม่มีเอกสารอธิบายว่าสิบจุดนั้นมาจากความเสี่ยงใด

  • ทีมจะใช้ข้อมูลใดแสดงว่าสิบจุดเดิมสัมพันธ์กับวิธีล้างที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ หรือจำเป็นต้องเพิ่มจุดที่ละอองน้ำจากเครื่องฉีดล้างไปถึง
  • บันทึกพารามิเตอร์ CIP ตาม ISO 22002-1:2025 ข้อ 13.4 ที่มีอยู่ ใช้เป็นหลักฐานประสิทธิผลของมาตรการป้องกันการปนเปื้อนตามข้อ 2.5.7 ได้หรือไม่ และขาดอะไร
  • ผลที่ไม่เคยเป็นบวกเลยตลอดสามปี ทีมจะนำเข้าการทบทวนโปรแกรมตามเหตุที่ข้อ 2.5.7 ระบุอย่างไร

อ่านต่อ

ที่มา

  • FSSC 22000 Scheme Version 7.0 (May 2026) Part 2 ข้อ 2.5.7 Environmental monitoring
  • ISO 22002-100:2025 ข้อ 13.3 Cleaning and disinfection programmes
  • ISO 22002-1:2025 ข้อ 13.3 Cleaning and disinfection programmes และข้อ 13.4 Cleaning in place (CIP) systems

บทความนี้เป็นการเรียบเรียงเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของมาตรฐาน ผู้อ่านต้องอ้างอิงเอกสาร FSSC 22000 และมาตรฐาน ISO ฉบับจริงเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ

หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

Equal Assurance (Thailand) ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยอาหาร หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง:

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

การเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA เป็นหน่วยรับรองระบบความปลอดภัยอาหารด้วย: ขอการรับรอง ISO 22000 · ขอการรับรอง GHPs/HACCP

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE