ข้อ 11.2 ระบบควบคุมสัตว์พาหะ (pest control systems) ของ Codex CXC 1-1969, Revised 2022 อยู่ในบทว่าด้วยหลักเกณฑ์สุขลักษณะที่ดี (Good Hygiene Practices หรือ GHPs) ภายใต้ส่วนที่ 11 ซึ่งรวมเรื่องการบำรุงรักษาสถานประกอบการ การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ และการจัดการของเสียไว้ด้วยกัน การจัดกลุ่มแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเจตนาของข้อนี้ไม่ได้อยู่ที่การกำจัดสัตว์พาหะที่เข้ามาแล้ว แต่อยู่ที่การทำให้สถานประกอบการเป็นสถานที่ที่สัตว์พาหะอยู่ไม่ได้ตั้งแต่แรก การวางกับดักและการฉีดพ่นเป็นเพียงชั้นสุดท้ายของระบบ ไม่ใช่ตัวระบบ
ตรรกะที่อยู่เบื้องหลังข้อนี้
ข้อ 11.2.1 วางกรอบของทั้งข้อไว้ด้วยการยอมรับสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือสัตว์พาหะกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนก หนู หรือแมลง ล้วนกระทบต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารในระดับที่ต้องมีระบบมารองรับ ไม่ใช่เรื่องที่จัดการเป็นครั้งคราวได้ เรื่องที่สองซึ่งสำคัญกว่าในเชิงการออกแบบระบบ คือสัตว์พาหะจะเข้ามาและอยู่ต่อได้ก็ต่อเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้อให้มัน มีที่เพาะพันธุ์และมีอาหารเหลือให้ นั่นหมายความว่าการระบาดเป็นผลของสภาพสถานที่ ไม่ใช่เรื่องของโชค
เมื่อวางกรอบแบบนี้ ระบบควบคุมสัตว์พาหะจึงแยกออกได้เป็นสามเสาที่ต่อเนื่องกัน เสาแรกคือการทำให้เข้ามาไม่ได้ เสาที่สองคือการทำให้อยู่ไม่ได้ และเสาที่สามคือการเฝ้าระวังและตอบสนองเมื่อสองเสาแรกรั่ว ลำดับนี้สำคัญ เพราะองค์กรที่ลงทุนกับเสาที่สามมากที่สุดกำลังจ่ายเงินเพื่อจัดการอาการ ไม่ใช่สาเหตุ
| เสา | คำถามที่ต้องตอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินเดินไปดู |
|---|---|---|
| กันไม่ให้เข้า | มีช่องทางใดที่สัตว์พาหะเข้ามาได้บ้าง และปิดครบหรือยัง | ระยะห่างใต้ประตู รอยแตกของผนังและพื้น ท่อระบายน้ำ ช่องระบายอากาศ มุ้งลวด |
| ทำให้อยู่ไม่ได้ | มีอาหาร น้ำ หรือที่หลบซ่อนเหลือให้หรือไม่ | วิธีเก็บวัตถุดิบ ระยะห่างจากผนัง พื้นที่รอบอาคาร เครื่องจักรเก่าที่ไม่ใช้แล้ว การจัดการของเสีย |
| เฝ้าระวังและตอบสนอง | ถ้ามีสัตว์พาหะเข้ามา จะรู้เร็วแค่ไหน และทำอะไรต่อ | ตำแหน่งของอุปกรณ์ดักจับ ความถี่ของการตรวจ รายงานผล และการติดตามหลังพบ |
ทำไมเรื่องนี้จึงเป็น GHP ไม่ใช่จุดวิกฤต
คำถามที่พบได้ในการฝึกอบรมคือ ถ้าสัตว์พาหะเป็นอันตรายที่ร้ายแรง ทำไมการควบคุมสัตว์พาหะจึงไม่ถูกกำหนดเป็นจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม คำตอบอยู่ที่ลักษณะของมาตรการเอง จุดวิกฤตที่ต้องควบคุมต้องเป็นขั้นตอนที่มีค่าวิกฤตวัดได้ มีการเฝ้าระวังที่บอกผลได้ทันเวลา และมีการแก้ไขที่ทำได้ทันทีเมื่อค่าหลุด การควบคุมสัตว์พาหะไม่มีคุณสมบัติชุดนี้ เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ต้องรักษาไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่ขั้นตอนที่มีค่าให้วัด
การจัดให้เป็น GHP จึงไม่ได้แปลว่าสำคัญน้อยกว่า ตรงกันข้าม มันแปลว่าถ้าเสาสองต้นแรกล้ม แผน HACCP ที่วางไว้บนฐานนั้นก็ยืนอยู่ไม่ได้ ผู้อ่านที่ต้องการดูเส้นแบ่งระหว่างสองแนวคิดนี้อย่างละเอียดสามารถอ่านต่อได้ที่บทความเรื่อง โครงสร้างสองบทของ Codex CXC 1-1969 คือ GHPs กับ HACCP
โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแห่งหนึ่งในสมุทรสาครจ้างบริษัทกำจัดสัตว์พาหะมาดูแล มีแผนผังจุดวางกับดักครบ มีรายงานผลรายเดือนเก็บไว้เป็นแฟ้ม และรายงานทุกฉบับระบุว่าไม่พบร่องรอย
ในการตรวจติดตามภายใน ทีมตรวจไม่ได้เริ่มจากแฟ้มรายงาน แต่เดินรอบอาคารก่อน แล้วพบสามอย่าง หนึ่ง ประตูม้วนของท่ารับวัตถุดิบปิดไม่สนิทกับพื้น เหลือช่องประมาณหนึ่งข้อนิ้วตลอดแนว สอง มีลังพลาสติกเก่าที่เลิกใช้แล้ววางซ้อนอยู่ริมรั้วด้านหลังมาหลายเดือน และสาม บ่อพักน้ำทิ้งด้านนอกมีฝาปิดที่แตกมุมหนึ่ง
เมื่อกลับมาดูรายงานของผู้รับเหมา ทีมพบว่ารายงานระบุผลของจุดที่วางกับดักเท่านั้น ไม่มีส่วนใดที่รายงานสภาพโครงสร้างหรือสภาพพื้นที่โดยรอบ ซึ่งแปลว่าโรงงานได้ข้อมูลของเสาที่สามครบ แต่ไม่เคยได้ข้อมูลของเสาที่หนึ่งและสองเลย
สิ่งที่โรงงานทำต่อคือแก้สามจุดที่พบ ปรับขอบเขตงานของผู้รับเหมาให้รายงานสภาพโครงสร้างที่พบระหว่างเดินตรวจด้วย และเพิ่มการเดินตรวจรอบอาคารโดยทีมของโรงงานเองเป็นรายสัปดาห์ โดยใช้รายการตรวจที่เขียนจากสามเสา ไม่ใช่จากจำนวนกับดัก
การจ้างภายนอกไม่ได้โอนความรับผิดชอบ
ข้อ 11.2.4 ปิดช่องนี้ไว้ชัดเจน โดยวางหน้าที่การทบทวนผลการเฝ้าระวังและการผลักดันให้เกิดการแก้ไขไว้ที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารเอง แม้งานเฝ้าระวังและตรวจจับจะจ้างให้ผู้อื่นทำก็ตาม เงื่อนไขนี้ตัดข้ออ้างที่ว่า “เราจ้างบริษัทมืออาชีพแล้ว” ออกไปตั้งแต่ต้น
คำว่า “ทบทวน” ในที่นี้หมายถึงการอ่านแล้วคิดต่อ ไม่ใช่การเซ็นรับ การทบทวนที่มีคุณภาพจะถามคำถามอย่างน้อยสามข้อกับรายงานทุกฉบับ คือจุดที่พบร่องรอยอยู่ตรงไหนและใกล้กับอะไร แนวโน้มของจุดเดียวกันในหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และข้อเสนอแนะที่ผู้รับเหมาเขียนไว้ในรอบก่อนถูกทำแล้วหรือยัง คำถามข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ตอบได้ยากที่สุดเมื่อไม่มีใครติดตาม
การกำหนดขอบเขตงานของผู้รับเหมาให้ครอบคลุมสิ่งที่องค์กรต้องการจริงเป็นเรื่องที่ต้องทำตั้งแต่ตอนทำสัญญา ไม่ใช่ตอนตรวจประเมิน แนวคิดเรื่องการควบคุมกระบวนการที่จ้างภายนอกนี้อธิบายไว้ในบทความเรื่อง การควบคุมกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และบริการจากภายนอกตาม ISO 22000 ข้อ 7.1.6
การกำจัดต้องไม่สร้างอันตรายใหม่
ข้อ 11.2.5 ระบุให้การใช้สารเคมี สารทางกายภาพ หรือสารชีวภาพในการกำจัด ต้องทำโดยไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร นี่คือจุดที่การควบคุมสัตว์พาหะมาบรรจบกับการควบคุมสารเคมี
ในทางปฏิบัติ ประเด็นที่ต้องตัดสินใจล่วงหน้าคือช่วงเวลาที่ทำการฉีดพ่นเทียบกับช่วงเวลาที่มีการผลิต การเคลื่อนย้ายหรือคลุมวัตถุดิบและอุปกรณ์สัมผัสอาหารก่อนเริ่มงาน การทำความสะอาดหลังจบงานก่อนกลับมาผลิต และการเก็บรักษาสารเคมีที่ใช้ให้แยกจากพื้นที่อาหารอย่างชัดเจน ทุกข้อเหล่านี้เป็นการควบคุมที่เกิดขึ้นนอกช่วงเวลาผลิต จึงเป็นจุดที่หลุดได้ง่ายเมื่อมีการทำงานนอกเวลา ประเด็นเรื่องการปนเปื้อนจากสารเคมีอธิบายเพิ่มเติมไว้ในบทความเรื่อง การควบคุมการปนเปื้อนทางเคมี
อีกจุดที่เชื่อมกันคือการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวของโครงสร้างอาคาร เช่น การเปิดประตูค้างไว้ระหว่างงานซ่อมบำรุง หรือการรื้อผนังบางส่วนเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เปิดช่องทางเข้าของสัตว์พาหะทันทีและปิดกลับเมื่องานเสร็จ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ตรงกับแนวคิดเรื่อง การจัดการการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวและเงื่อนไขการคืนสภาพ
หาสาเหตุ ไม่ใช่แค่กำจัด
ประโยคหนึ่งในข้อ 11.2.5 ที่มีน้ำหนักมากคือการระบุให้ชี้บ่งสาเหตุของการระบาด และดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ ถ้อยคำนี้ทำให้การจัดการสัตว์พาหะเข้าสู่ตรรกะเดียวกับการปฏิบัติการแก้ไขในระบบการจัดการทั่วไป คือการกำจัดตัวสัตว์เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า ส่วนการอุดช่องทางเข้าหรือการเปลี่ยนวิธีจัดเก็บของเสียคือการขจัดสาเหตุ
บันทึกก็เป็นสิ่งที่ข้อนี้ระบุไว้ ทั้งบันทึกการระบาด การเฝ้าระวัง และการกำจัด ประโยชน์ของบันทึกชุดนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีไว้ให้ตรวจ แต่อยู่ที่การทำให้เห็นรูปแบบ จุดที่พบร่องรอยซ้ำในตำแหน่งเดิมสามเดือนติดกันกำลังบอกเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างหรือการจัดเก็บในบริเวณนั้น ซึ่งไม่มีทางเห็นได้ถ้าอ่านรายงานทีละฉบับ
สุดท้าย ระบบควบคุมสัตว์พาหะเป็นหนึ่งในโปรแกรมพื้นฐานที่ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารตั้งอยู่บนนั้น ความเชื่อมโยงระหว่างโปรแกรมพื้นฐานกับตัวระบบอธิบายไว้ในบทความเรื่อง โปรแกรมพื้นฐานตาม ISO 22000 ข้อ 8.2 และรายละเอียดของการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อซึ่งเป็นข้อพี่น้องกันในส่วนที่ 11 อยู่ในบทความเรื่อง การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อตาม Codex
คำถามที่ควรตอบได้
- องค์กรมีรายการช่องทางที่สัตว์พาหะเข้าได้ พร้อมสถานะการปิดหรือไม่ และใครเป็นผู้ตรวจ (ที่มา: ข้อ 11.2.2)
- พื้นที่รอบอาคารและวิธีจัดเก็บวัตถุดิบถูกออกแบบให้ลดที่หลบซ่อนอย่างไร (ที่มา: ข้อ 11.2.3)
- ถ้าการเฝ้าระวังถูกจ้างให้ผู้อื่นทำ ใครในองค์กรเป็นผู้ทบทวนรายงาน และการทบทวนนั้นมีร่องรอยอะไร (ที่มา: ข้อ 11.2.4)
- เมื่อพบการระบาด องค์กรชี้บ่งสาเหตุอย่างไร และแยกการแก้ไขเฉพาะหน้าออกจากการขจัดสาเหตุหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 11.2.5)
- การใช้สารกำจัดถูกวางแผนให้ไม่กระทบอาหารและพื้นผิวสัมผัสอาหารอย่างไร (ที่มา: ข้อ 11.2.5)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง: GHPs & HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ