ข้อ 7.1.6 กำหนดสิ่งที่ต้องทำกับผู้ให้บริการภายนอกไว้สี่เรื่อง คือ ต้องมีเกณฑ์สำหรับการประเมิน การคัดเลือก การเฝ้าติดตามผลการดำเนินงาน และการประเมินซ้ำ ต้องสื่อสารข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการภายนอกอย่างเพียงพอ ต้องทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับจากภายนอกไม่ส่งผลเสียต่อความสามารถขององค์กรในการทำตามข้อกำหนดของระบบได้อย่างสม่ำเสมอ และต้องเก็บเอกสารสารสนเทศของกิจกรรมเหล่านี้รวมถึงการดำเนินการที่เกิดจากผลการประเมิน
คำสี่คำในข้อย่อยแรกคือกิจกรรมสี่อย่าง ไม่ใช่กิจกรรมเดียว
ข้อ 7.1.6 ก) กำหนดให้จัดทำและนำไปใช้ซึ่งเกณฑ์สำหรับ การประเมิน (evaluation) การคัดเลือก (selection) การเฝ้าติดตามผลการดำเนินงาน (monitoring of performance) และการประเมินซ้ำ (re-evaluation)
สี่คำนี้เป็นกิจกรรมคนละช่วงเวลา การประเมินและการคัดเลือกเกิดก่อนเริ่มใช้บริการ ส่วนการเฝ้าติดตามผลการดำเนินงานเกิดระหว่างใช้บริการ และการประเมินซ้ำเกิดตามรอบที่กำหนดไว้ ระบบที่มีเพียงแบบฟอร์มอนุมัติผู้ขายรายใหม่จึงตอบได้เพียงสองคำแรก
ข้อสังเกตที่ตามมาคือ เกณฑ์ของทั้งสี่กิจกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นชุดเดียวกัน เกณฑ์คัดเลือกอาจพิจารณาการรับรองระบบและผลการตรวจสถานที่ ส่วนเกณฑ์เฝ้าติดตามผลการดำเนินงานพิจารณาสิ่งที่วัดได้ระหว่างใช้งานจริง เช่น ความตรงเวลา ความสมบูรณ์ของเอกสารที่ส่งมาพร้อมสินค้า และจำนวนครั้งที่ผลไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ข้อย่อย ข) การสื่อสารข้อกำหนดออกไปยังผู้ให้บริการภายนอก
ข้อกำหนดกำหนดให้ทำให้มั่นใจว่ามีการสื่อสารข้อกำหนดไปยังผู้ให้บริการภายนอกอย่างเพียงพอ ประเด็นสำคัญคือทิศทางของการสื่อสาร ข้อกำหนดที่องค์กรกำหนดไว้ในเอกสารภายในโดยไม่ได้ส่งให้ผู้ให้บริการภายนอกรับทราบ ยังไม่ถือว่าครบตามข้อนี้
ในทางปฏิบัติ เอกสารที่ใช้แสดงหลักฐานของข้อนี้มักเป็นข้อกำหนดคุณลักษณะที่แนบกับใบสั่งซื้อ สัญญาให้บริการที่ระบุเงื่อนไขด้านความปลอดภัยอาหาร หรือบันทึกการชี้แจงข้อกำหนดก่อนเริ่มงานสำหรับผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ผลิต
ข้อย่อย ค) เกณฑ์ตัดสินคือผลต่อความสม่ำเสมอของระบบ
ข้อกำหนดกำหนดให้ทำให้มั่นใจว่ากระบวนการ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ได้รับจากภายนอก ไม่ส่งผลเสียต่อความสามารถขององค์กรในการทำตามข้อกำหนดของระบบได้อย่างสม่ำเสมอ
ถ้อยคำนี้กำหนดมุมมองไว้ว่าให้ประเมินที่ผลกระทบต่อระบบขององค์กรเอง ไม่ใช่ที่คุณภาพของผู้ให้บริการภายนอกโดยลำพัง ผู้ให้บริการภายนอกที่มีระบบดีแต่ไม่สามารถส่งมอบตามรอบที่องค์กรต้องการได้ ย่อมกระทบความสม่ำเสมอของกระบวนการเช่นกัน
ข้อย่อย ง) เอกสารสารสนเทศที่ต้องเก็บ
ข้อกำหนดกำหนดให้เก็บเอกสารสารสนเทศของกิจกรรมข้างต้น รวมถึงการดำเนินการที่จำเป็นซึ่งเป็นผลจากการประเมินและการประเมินซ้ำ ส่วนหลังนี้เป็นส่วนที่มักขาด เนื่องจากองค์กรเก็บผลคะแนนการประเมินไว้ครบ แต่ไม่มีบันทึกว่าเมื่อคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์แล้วได้ดำเนินการอย่างไรต่อ
ความต่างระหว่างข้อ 7.1.6 กับข้อ 7.1.5
สองข้อนี้อยู่ติดกันและมักถูกใช้สลับกัน ข้อ 7.1.5 ว่าด้วยองค์ประกอบของระบบที่พัฒนาขึ้นจากภายนอก เช่น ชุดโปรแกรมพื้นฐาน แผนวิเคราะห์อันตราย หรือแผนควบคุมอันตรายสำเร็จรูปที่ซื้อมาใช้ ส่วนข้อ 7.1.6 ว่าด้วยกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ได้รับจากภายนอกในการดำเนินงานประจำ
สาระของข้อ 7.1.5 ที่ต้องระวังคือ องค์ประกอบที่ซื้อมาต้องถูก ปรับให้เข้ากับกระบวนการและผลิตภัณฑ์ขององค์กรโดยทีมความปลอดภัยอาหาร การนำเอกสารสำเร็จรูปมาใช้โดยไม่ปรับจึงไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด
ตัวอย่างการจำแนกในบริบทของไทย
ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย
| สิ่งที่ได้รับจากภายนอก | สิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามระหว่างใช้บริการ |
|---|---|
| ผู้รับเหมาบริการกำจัดสัตว์พาหะ | ความครบถ้วนของรายงานแต่ละรอบ ความสอดคล้องของสารเคมีที่ใช้กับที่แจ้งไว้ และการปิดข้อสังเกตจากรอบก่อน |
| ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ภายนอก | ขอบข่ายที่ได้รับการรับรองครอบคลุมรายการที่ส่งทดสอบจริงหรือไม่ และระยะเวลารายงานผลเทียบกับที่ตกลงไว้ |
| ผู้ให้บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ | บันทึกอุณหภูมิตลอดเส้นทาง ความสะอาดของตู้ก่อนบรรทุก และการรายงานเมื่ออุณหภูมิเบี่ยงเบน |
| ผู้รับจ้างผลิตหรือรับจ้างบรรจุ | ผลการตรวจติดตามที่สถานประกอบการ การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ และการแจ้งการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ |
| ผู้รับเหมาบริการทำความสะอาดในพื้นที่ผลิต | ความสามารถของผู้ปฏิบัติงานที่เข้าพื้นที่ การควบคุมสารเคมี และผลการทวนสอบความสะอาดหลังปฏิบัติงาน |
สามข้อสังเกตที่พบได้เมื่อทบทวนการควบคุมผู้ให้บริการภายนอก
ข้อสังเกตที่หนึ่ง มีเกณฑ์คัดเลือกแต่ไม่มีเกณฑ์ประเมินซ้ำ ทะเบียนผู้ขายที่ได้รับอนุมัติมีรายชื่อครบ แต่ไม่มีรอบและไม่มีเกณฑ์สำหรับการประเมินซ้ำ ซึ่งเป็นคนละกิจกรรมกับการคัดเลือกครั้งแรกตามข้อ 7.1.6 ก)
ข้อสังเกตที่สอง ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารอยู่ในเอกสารภายในเท่านั้น ผู้ให้บริการภายนอกได้รับเพียงใบสั่งซื้อที่ระบุปริมาณและราคา โดยไม่มีข้อกำหนดคุณลักษณะแนบไปด้วย ซึ่งยังไม่ตอบข้อ 7.1.6 ข)
ข้อสังเกตที่สาม ผลการประเมินไม่นำไปสู่การดำเนินการใด คะแนนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปรากฏในบันทึกต่อเนื่องหลายรอบ โดยไม่มีบันทึกการแจ้งผู้ให้บริการภายนอก การกำหนดระยะเวลาปรับปรุง หรือการทบทวนสถานะในทะเบียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อ 7.1.6 ง) กำหนดให้เก็บไว้
ความเชื่อมโยงกับข้ออื่น
การเปลี่ยนผู้ให้บริการภายนอกเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ต้องแจ้งทีมความปลอดภัยอาหารตามข้อ 7.4.3 คุณลักษณะของวัตถุดิบที่ได้รับจากภายนอกเป็นข้อมูลนำเข้าของการวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.1.2 และความสามารถของผู้ปฏิบัติงานจากภายนอกที่ทำงานภายใต้การควบคุมขององค์กรอยู่ในขอบเขตของข้อ 7.2
ห้าคำถามที่ควรตอบได้
หนึ่ง เกณฑ์การประเมินซ้ำคืออะไร ใช้รอบเวลาเท่าใด และรอบล่าสุดดำเนินการเมื่อใด — ที่มาคือข้อ 7.1.6 ก)
สอง ผู้ให้บริการภายนอกได้รับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารผ่านเอกสารฉบับใด — ที่มาคือข้อ 7.1.6 ข)
สาม ตัวชี้วัดที่ใช้เฝ้าติดตามผลการดำเนินงานระหว่างใช้บริการมีอะไรบ้าง — ที่มาคือข้อ 7.1.6 ก)
สี่ เมื่อผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ ครั้งล่าสุดองค์กรดำเนินการอย่างไร และบันทึกไว้ที่ใด — ที่มาคือข้อ 7.1.6 ง)
ห้า หากองค์กรนำเอกสารระบบสำเร็จรูปจากภายนอกมาใช้ ทีมความปลอดภัยอาหารปรับให้เข้ากับกระบวนการของตนอย่างไร — ที่มาคือข้อ 7.1.5
การสื่อสาร ข้อ 7.4
ภาวะฉุกเฉิน ข้อ 8.4
การวิเคราะห์อันตราย ข้อ 8.5.1 ถึง 8.5.2.3
CCP กับ OPRP ข้อ 8.5.2.4 และ 8.5.4
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐาน ISO 22000:2018 ฉบับจริงเป็นหลัก
อบรมข้อกำหนด ISO 22000:2018
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร ISO 22000 และ FSSC 22000 ทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)
วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)
- ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
- ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
- ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
- เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ความปลอดภัยอาหาร GHPs, HACCP, ISO 22000, FSSC 22000, BRCGS
ขอการรับรอง ISO 22000 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ISO 22000 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ: เมื่อประกาศกระทรวงและข้อกำหนดของลูกค้าเป็นเอกสารของระบบ
ISO 22000 ข้อ 4.4 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร: กริยา “ปรับให้ทันสมัย” ที่มีเพิ่มจากโครงสร้างร่วม
ISO 22000 ข้อ 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง: เมื่อการเปลี่ยนตัวบุคคลเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบ