ISO 9001 ข้อ 10.2 ความไม่สอดคล้องและการปฏิบัติการแก้ไข: ตีความข้อกำหนด

ภาพปกบทความ ISO 9001 ข้อ 10.2 ความไม่สอดคล้องและการปฏิบัติการแก้ไข
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 10.2 แยกสองสิ่งที่คนมักรวมเป็นก้อนเดียวออกจากกัน คือ การจัดการกับตัวสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว กับ การจัดการกับเหตุที่ทำให้มันเกิด อย่างแรกทำทันทีเสมอ อย่างหลังทำเมื่อประเมินแล้วว่าจำเป็น และข้อกำหนดขอให้ประเมินด้วยว่ามีสิ่งคล้ายกันเกิดที่อื่นอีกหรือไม่

สองการกระทำที่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

เมื่อเกิดความไม่สอดคล้อง (nonconformity) ข้อ 10.2 ขอให้องค์กรตอบสนองสองทาง ทางแรกคือควบคุมและแก้ไขตัวมันเอง กับจัดการผลที่ตามมา เช่น ของที่ผลิตผิดต้องถูกกัน ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบต้องถูกแจ้ง งานที่ค้างต้องถูกจัดการ ส่วนทางที่สองคือประเมินว่าจำเป็นต้องกำจัดสาเหตุเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำหรือไม่

คำว่า “ประเมินความจำเป็น” สำคัญมาก มาตรฐานไม่ได้บังคับให้ทุกความไม่สอดคล้องต้องมีการปฏิบัติการแก้ไข (corrective action) เต็มรูปแบบ แต่บังคับให้องค์กรมี เหตุผล ว่าทำไมถึงทำหรือไม่ทำ องค์กรที่เขียนรายงานแก้ไขเหมือนกันทุกใบสำหรับทุกเรื่อง กับองค์กรที่ไม่เคยเปิดรายงานแก้ไขเลย มีปัญหาเดียวกันคือไม่ได้ประเมิน

การทบทวนและวิเคราะห์ ต้องไปให้ถึงสาเหตุ ไม่ใช่ถึงคน

ข้อกำหนดขอให้ทบทวนและวิเคราะห์ความไม่สอดคล้อง แล้วหาสาเหตุของมัน จุดที่ตีความพลาดได้ง่ายคือการหยุดที่ระดับ “ใคร” แทนที่จะไปถึงระดับ “ทำไมระบบยอมให้เกิดได้”

คำตอบว่า “พนักงานไม่ได้ทำตามขั้นตอน” ยังไม่ใช่สาเหตุ เพราะคำถามถัดไปคือขั้นตอนนั้นทำตามได้จริงหรือไม่ พนักงานได้รับการฝึกอบรมหรือยัง เครื่องมือที่ให้ไปเหมาะกับงานหรือไม่ และการออกแบบงานเปิดช่องให้ผิดพลาดง่ายเกินไปหรือเปล่า เมื่อไล่ถึงชั้นนั้นแล้วมาตรการที่ออกมาจึงจะมีโอกาสได้ผล

กรณีสมมติ — โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่สมุทรปราการ
โรงงานแห่งหนึ่ง (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) พบว่าฉลากบนกล่องของลูกค้ารายหนึ่งพิมพ์รหัสรุ่นผิด สินค้าถูกส่งออกไปแล้ว 12 พาเลท

สิ่งที่ทำทันที: เรียกคืนล็อตที่ยังไม่เปิดใช้ แจ้งลูกค้า กันสต็อกฉลากที่เหลือ และพิมพ์ใหม่
สิ่งที่วิเคราะห์ต่อ: ไฟล์อาร์ตเวิร์กที่ใช้พิมพ์ถูกเรียกจากโฟลเดอร์ที่มีทั้งเวอร์ชันร่างและเวอร์ชันอนุมัติปนกัน โดยไม่มีวิธีแยกที่ดูออกด้วยตาเปล่า
มาตรการที่ตรงสาเหตุ: แยกที่เก็บไฟล์ที่อนุมัติแล้วออกจากไฟล์ร่าง และผูกการเรียกไฟล์เข้ากับหมายเลขอนุมัติ ไม่ใช่การอบรมย้ำให้พนักงาน “ระวังมากขึ้น”
ขั้นที่มักถูกข้าม: ตรวจว่าลูกค้ารายอื่นที่ใช้วิธีเก็บไฟล์แบบเดียวกันมีความเสี่ยงเดียวกันหรือไม่

“เกิดที่อื่นได้หรือไม่” คือข้อที่ทำให้ระบบต่างจากการซ่อมทีละจุด

ข้อกำหนดระบุให้พิจารณาว่าความไม่สอดคล้องที่คล้ายกันมีอยู่แล้วหรืออาจเกิดขึ้นได้ในที่อื่นหรือไม่ ข้อย่อยนี้คือเส้นแบ่งระหว่างองค์กรที่ซ่อมเป็นจุด ๆ กับองค์กรที่ใช้เหตุการณ์หนึ่งไปปรับปรุงทั้งระบบ

ในทางปฏิบัติแปลว่า เมื่อพบปัญหาที่สายการผลิตหนึ่ง ต้องมีคำถามว่าสายอื่นที่ใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน วิธีตั้งค่าแบบเดียวกัน หรือผู้ส่งมอบรายเดียวกัน มีความเสี่ยงเดียวกันหรือไม่ และคำตอบของคำถามนั้นควรถูกบันทึกไว้ ไม่ใช่คิดในใจ

ทบทวนประสิทธิผล และอัปเดตความเสี่ยงกับโอกาส

หลังดำเนินมาตรการแล้ว ข้อกำหนดขอสองอย่างต่อ อย่างแรกคือทบทวนประสิทธิผลของการปฏิบัติการแก้ไขที่ทำไป ซึ่งแปลว่าต้องมีการกลับมาดูอีกครั้งหลังเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ไม่ใช่ปิดใบทันทีที่ลงมือ อย่างที่สองคือปรับปรุงความเสี่ยงและโอกาสที่กำหนดไว้ระหว่างการวางแผน รวมถึงแก้ไขระบบบริหารคุณภาพถ้าจำเป็น

ข้อหลังนี้คือจุดเชื่อมกลับไปยังข้อ 6.1 ถ้าเกิดเหตุที่ไม่เคยอยู่ในรายการความเสี่ยงเลย นั่นเป็นสัญญาณว่ารายการความเสี่ยงยังไม่ครบ และการอัปเดตรายการนั้นคือส่วนหนึ่งของการปิดเรื่อง

หลักฐานที่ข้อกำหนดขอให้เก็บ

ข้อ 10.2.2 ขอให้เก็บเอกสารสารสนเทศเป็นหลักฐานสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือลักษณะของความไม่สอดคล้องและการกระทำที่ตามมา กลุ่มที่สองคือผลของการปฏิบัติการแก้ไข สังเกตว่าข้อกำหนดไม่ได้ระบุรูปแบบฟอร์ม องค์กรจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใบงาน หรือบันทึกในระบบ ERP ก็ได้ ตราบใดที่ตามรอยได้ว่าเรื่องหนึ่งเริ่มอย่างไรและจบอย่างไร

หมายเหตุเรื่องฉบับของมาตรฐาน

ISO 9001:2026 ประกาศใช้เมื่อ 16 กันยายน 2026 เป็นฉบับที่หกและเป็นฉบับปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากยังถือใบรับรองตาม ISO 9001:2015 ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน หมายเลขข้อที่อ้างในบทความนี้อ้างตามโครงสร้างของ ISO 9001:2015 ผู้อ่านควรตรวจสอบหมายเลขข้อที่ตรงกันในฉบับที่องค์กรของตนใช้อยู่

คำถามที่ควรตอบได้

  1. เราแยกบันทึก “การแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น” ออกจาก “การกำจัดสาเหตุ” ได้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 10.2.1)
  2. เกณฑ์ที่เราใช้ตัดสินว่าเรื่องใดต้องเปิดการปฏิบัติการแก้ไขคืออะไร (ที่มา: ข้อ 10.2.1)
  3. การวิเคราะห์สาเหตุของเราไปหยุดที่ระดับใด และหลักฐานอยู่ที่ไหน (ที่มา: ข้อ 10.2.1)
  4. เราบันทึกการพิจารณาว่า “เกิดที่อื่นได้หรือไม่” ไว้อย่างไร (ที่มา: ข้อ 10.2.1)
  5. เราทบทวนประสิทธิผลหลังปิดเรื่องเมื่อใด และใช้อะไรวัด (ที่มา: ข้อ 10.2.1 เชื่อมกับข้อ 9.1.3)

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ ISO 9001

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA ตรวจรับรองมาตรฐานนี้ได้ด้วยบริการตรวจรับรอง: ISO 9001
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง

การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

ขอการรับรอง ISO 9001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 9001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE