Process approach สำหรับ ISO9001 & ISO14001

Process approach สำหรับ ISO9001 & ISO14001 | EQA Thailand

Process approach สำหรับ ISO9001 & ISO14001

โดยทั่วไปองค์กรต่าง ๆ นอกจากจะมีการทำระบบมาตรฐาน ISO9001:2015 แล้วก็อาจจะเพิ่มมาตรฐานอื่น ๆ เข้ามาด้วย ดังนั้นการทำระบบแบบบูรณาการ (Integrated Management System) จึงมีความสำคัญในการช่วยให้ระบบเกิดการทำงานไม่ซ้ำซ้อนและเข้ากันได้กับมาตรฐานต่าง ๆ ด้วยการประยุกต์ระบบรูปแบบเดียวกัน

รูปแบบหนึ่งของการประยุกต์ระบบ คือการจัดการเชิงกระบวนการ หรือเราเรียกกันว่า Process Approach เป็นการจัดการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ของกระบวนการตามที่คาดหวัง โดยมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าอย่างเหมาะสม รูปแบบการจัดการนี้ เราสามารถนำมาใช้ร่วมกันระหว่างมาตรฐาน ISO9001 ระบบการจัดการด้านคุณภาพ และ ISO14001 ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เรามาดูกันว่าการจัดการทำอย่างไรครับ

แผนภาพวิเคราะห์กระบวนการไดคัทแบบเต่าทอง Turtle Diagram แสดงปัจจัยนำเข้า ทรัพยากร วิธีการ ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
รูปแบบของ Process approach หรือ ผังเต่า (Turtle diagram)

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจคำว่ากระบวนการก่อนครับ

กระบวนการ (Process) คือ กิจกรรมหรือกลุ่มของกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์กันในการแปลง ปัจจัยนำเข้า (input) ให้กลายเป็นผลที่คาดหวัง (output) เช่น กระบวนการหุงข้าว คือการนำข้าว (input) มาหุงด้วยความร้อนจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้า (activities) ได้ข้าวสวยร้อน ๆ สุกพอดี และไม่เละหรือดิบ (output) ซึ่งที่กล่าวเป็นการพิจารณาในมุมมองของระบบบริหารด้านคุณภาพครับ

รูปแบบการจัดการเราจะเห็นลูกศรชี้เข้าสีแดง จำนวน 4 ลูกศร ซึ่งจำเป็นต้องมีสำหรับกระบวนการ และลูกศรชี้ออก สีเขียว 2 ลูกศร และมีชื่อกระบวนการตรงกลาง ซึ่งขออธิบายตามหลายเลขที่กำหนด ดังนี้ครับ

        กล่องที่ 1 คือ ปัจจัยนำเข้า (input) เป็นสิ่งที่เราต้องการแปลง ให้เป็นผลลัพธ์ เช่น อยากกินข้าวสวยร้อน เราก็ต้องมี Input เป็น ข้าวสาร, เรียกกันง่าย ๆ ว่าส่วนนี้คือวัตถุดิบ หรือข้อมูลป้อนเข้าที่ต้องใช้ในกระบวนการนั่นเอง โดยอาจจะมีหลากหลายรายการ แล้วแต่กระบวนการมากน้อยแตกต่างกันไป

  • ตามตัวอย่าง เป็นกระบวนการ Die cut ใช้กระดาษ, บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ป้อนเข้ากระบวนการ

        กล่องที่ 2 คือ ทรัพยากร เป็นส่วนที่กำหนดสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการ เช่น เครื่องจักร, อุปกรณ์การผลิต, อุปกรณ์การสื่อสาร, รถขนส่ง, คอมพิวเตอร์, ซอฟแวร์ต่าง, เครื่องมือวัด ฯลฯ

  • ตามตัวอย่าง กระบวนการ Die cut ใช้อุปกรณ์ เช่น Press machine, Die

        กล่องที่ 3 คือ คนทำงานในกระบวนการนี้ เป็นส่วนที่กำหนดบทบาท หน้าที่ของคนที่ทำงานในกระบวนการนี้ รวมไปถึงกำหนดทักษะ ความสามารถที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมกระบวนการเป็นไปตามที่กำหนด

  • ตามตัวอย่าง กระบวนการ Die cut ตำแหน่ง พนักงานช่างเทคนิค มีหน้าที่ตั้ง Die, เครื่องจักร ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ ต้องมีความรู้เรื่องเครื่องจักร, Die และมีทักษะในการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการผลิต

        กล่องที่ 4 คือ วิธีการและเกณฑ์การควบคุมการทำงาน เป็นการกำหนดขั้นตอนหรือคู่มือเพื่อเป็นมาตรฐานในการทำงาน เช่น ทำเป็น วิธีปฏิบัติงาน (Work instruction), มาตรฐานการติดตั้ง (Set up standard), condition standard ฯลฯ โดยกำหนดเป็นเอกสารประกอบการทำงาน

  • ตามตัวอย่าง กระบวนการ Die cut กำหนดคู่มือ เช่น WI การติดตั้ง Die, WI การควบคุมการผลิต

        กล่องที่ 5 คือ กระบวนการที่ดำเนินการ อาจจะประกอบจากกระบวนการย่อย ๆ หลาย ๆ กระบวนการ เป็นการลงมือดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนด โดยการใช้ input ในกล่องที่ 1- 4 มาใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในกล่องที่ 6 และ 7

        กล่องที่ 6 คือ ผลลัพธ์ของกระบวนการ (Output) เป็นสิ่งที่เราต้องการจะได้รับจากการดำเนินการนั้น ซึ่งต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการตามที่เราต้องการ

  • ตามตัวอย่าง กระบวนการ Die cut ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์กระดาษที่ผ่านการ Die cut แล้วมีรอยตัดตามตำแหน่ง Die ที่กำหนด ซึ่งตรงตามแบบ และได้ตามปริมาณที่ต้องการ

        กล่องที่ 7 คือ ตัวชี้วัดกระบวนการ เป็นการวัดว่ากระบวนการที่ดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์เป้าหมายหรือไม่ โดยเราสามารถกำหนดตัวชี้วัดได้ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ

  • ตามตัวอย่าง เป็นกระบวนการ Die cut เช่น ของเสียจากการผลิตไม่เกิน 1%

 

การประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015)

ก่อนที่เราจะเริ่มบูรณาการระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO14001) เข้ากับระบบบริหารคุณภาพ (ISO9001) เราต้องเข้าใจก่อนว่ามาตรฐานระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์อีกด้านหนึ่งแตกต่างจากระบบบริหารคุณภาพ ซึ่งเน้นผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม อันประกอบด้วย การปกป้องสิ่งแวดล้อม, บรรลุวัตถุประสงค์และเพิ่มสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม, รวมถึงการบรรลุพันธะกรณี ข้อบังคับ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ  ดังนั้นการคิดจะมองอีกมุมนึงเจาะจงด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

ขออธิบายนิยามพื้นฐาน เพื่อให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องก่อนนะครับ

สิ่งแวดล้อม (environmental) คือ สิ่งที่อยู่รอบๆ องค์กร เช่น อากาศ น้ำ พื้นดิน ทรัพยากรธรรมชาติ พืช สัตว์ คน เป็นต้น

ประเด็นสิ่งแวดล้อม (environmental aspect) คือ องค์ประกอบของกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรที่สามารถมีผลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ทรัพยากร, ของเสียจากกระบวนการ

        ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) คือ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผลมาจากประเด็นสิ่งแวดล้อมขององค์กร

        สภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Condition) คือ สถานะหรือคุณลักษณะของสิ่งแวดล้อมที่มีการพิจารณาที่จุดใดจุดหนึ่งในเวลานั้น

เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ มาตรฐาน ISO14001:2015 เข้ากับการประยุกต์เชิงกระบวนการ จะเป็นไปดังแผนภาพครับ

        กล่องที่ 1 คือ ปัจจัยนำเข้า (input) มีการพิจารณา ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental aspect) / และผลกระทบ (Environmental impact) ดังตัวอย่าง เช่น

  • การใช้กระดาษและบรรจุภัณฑ์ (Environmental aspect) / ทำให้ป่าไม้หมด (Environmental impact)

กล่องที่ 6 คือ ผลลัพธ์ของกระบวนการ (output) มีการพิจารณา ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental aspect) / และผลกระทบ (Environmental impact) ดังตัวอย่าง เช่น

  • ของเสียที่เกิดขึ้น (Environmental aspect) / เป็นภาระการกำจัด (Environmental impact)

กล่องที่ 5 คือ กระบวนการ มีกิจกรรมต่าง ๆ จะมีการพิจารณา

  • Environment สิ่งแวดล้อม คือ คน, อากาศ, เสียง, ดิน
  • Environmental Aspect ประเด็นสิ่งแวดล้อม / Environmental Impact ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
  • ความร้อนที่ออกมาจากกระบวนการ / ทำให้อากาศร้อน โลกร้อน
  • เสียงจากเครื่อง / ทำให้เสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด
  • ฝุ่นจากการตัด / ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ
  • Environmental Condition สภาพสิ่งแวดล้อม เช่น
    • อุณหภูมิในพื้นที่การผลิตสูง
    • คุณภาพอากาศฝุ่นเกินมาตรฐาน
    • ระดับความดังเสียงในพื้นที่สูง

        เมื่อเราพิจารณาพบว่า สภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Condition) ไม่อยู่ในระดับที่เรากำหนด หรือไม่เป็นตามข้อกำหนด กฎหมาย จะถูกนำมาพิจารณาหาทางจัดการ เพื่อป้องกันหรือลดมลภาวะ

        Pollution prevention – การป้องกันมลพิษ เช่น เลือกใช้กระดาษเคลือบที่ไม่มีฝุ่น, การบำรุงรักษา Die cut ให้คมเสมอ

และ เราสามารถพิจารณาตัวชี้วัดต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบบริหารคุณภาพ ได้ โดยอาจพิจารณาจาก

  • ECI - Environmental Condition Indicator ตัวชี้วัดจากสภาพสิ่งแวดล้อม เช่น
    • ปริมาณฝุ่นในอากาศ < 10 mg/l
    • ระดับ SS ลดลง 10% จากปี 2563
  • MPI – Management Performance Indicator ตัวชี้วัดสำหรับการบริหาร
    • สามารถแสดงได้หลายมุม เช่น
      • ด้านสังคม เช่น วัดว่ามีการฝึกอบรม เพื่อ ปรับปรุงประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม
      • ด้านเศรษฐกิจ เช่น การลงทุนเทคโนโลยีใหม่ เพื่อผลลัพธ์ทางด้านเศรษฐกิจ
      • ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ลดค่าใช้จ่าย เพื่อผลการปรับปรุงสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม
    • OPI - Operational Performance Indicator ตัวชี้วัดตามสมรรถนะของกระบวนการ เช่น
      • เช่น การลดการใช้ไฟฟ้า, น้ำ, การปล่อยของเสีย

จะเห็นได้ว่า แผนผังการจัดการเชิงกระบวนการ (Process approach) หรือ ผังเต่า (Turtle diagram) สามารถแสดงให้เราเข้าใจด้วยภาพได้ง่ายขึ้น และสามารถสื่อสารกับทีมงานในองค์กรได้ชัดเจน ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ

มีข้อสงสัย หรือข้อซักถามเกี่ยวข้องกับระบบมาตรฐานต่าง ๆ ติดต่อ สอบถามเราได้ตลอดครับ

#ProcessApproach, #TurtleDiagram

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand