การประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ หรือ ISMS เนื่องจากองค์กรต้องเข้าใจว่าความเสี่ยงใดอาจทำให้สูญเสียความลับ ความถูกต้องครบถ้วน หรือความพร้อมใช้ของสารสนเทศ ก่อนพิจารณาวิธีจัดการความเสี่ยงในขั้นตอนต่อไป
ISO/IEC 27001:2022 กำหนดให้องค์กรใช้กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ปรับให้เหมาะกับขนาด ความต้องการ และบริบทขององค์กร ไม่ได้กำหนดสูตรคำนวณ แบบฟอร์ม หรือวิธีประเมินเพียงรูปแบบเดียวสำหรับทุกองค์กร
บทความนี้อธิบายข้อกำหนด 6.1.2 ตามลำดับของมาตรฐาน พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ใช้โดยอ้างอิงแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวทางสากล เช่น ISO/IEC 27005, NIST SP 800-30 และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของ ENISA ทั้งนี้ ตัวอย่างเป็นแนวทางประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่ข้อความบังคับหรือวิธีปฏิบัติเพียงรูปแบบเดียวของ ISO/IEC 27001
การประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศคืออะไร?
Information security risk assessment แปลว่า การประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ
ในทางปฏิบัติ การประเมินความเสี่ยงเป็นกระบวนการสำหรับ
- ระบุความเสี่ยง
- วิเคราะห์ความเสี่ยง
- ประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ NIST SP 800-30 ซึ่งอธิบายการประเมินความเสี่ยงในฐานะกระบวนการระบุ ประมาณค่า และจัดลำดับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ภัยคุกคาม จุดอ่อน โอกาสเกิด และผลกระทบต่อภารกิจหรือการดำเนินธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม NIST SP 800-30 เป็นแนวทางของ NIST ไม่ใช่ข้อกำหนดของ ISO/IEC 27001 องค์กรจึงสามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงประกอบได้ แต่ยังต้องทำให้กระบวนการของตนสอดคล้องกับข้อกำหนด 6.1.2 โดยตรง
ISO/IEC 27001 ข้อ 6.1.2 กำหนดให้องค์กรดำเนินการอะไร
ข้อกำหนดสามารถแบ่งสาระสำคัญออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่
- กำหนดและคงไว้ซึ่งเกณฑ์ความเสี่ยง
- ทำให้การประเมินซ้ำให้ผลที่สม่ำเสมอ ถูกต้อง และเปรียบเทียบได้
- ระบุความเสี่ยงและผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง
- วิเคราะห์ความเสี่ยง
- ประเมินและจัดลำดับความเสี่ยง
ลำดับดังกล่าวควรคงไว้ในการจัดทำวิธีปฏิบัติงานและแบบประเมิน เพราะช่วยแสดงความเชื่อมโยงกับข้อกำหนดได้ชัดเจน
1. กำหนดและคงไว้ซึ่งเกณฑ์ความเสี่ยง
องค์กรต้องกำหนดและประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินความเสี่ยง โดยจัดทำและคงไว้ซึ่งเกณฑ์ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ
1.1 เกณฑ์การยอมรับความเสี่ยง
Risk acceptance criteria /เกณฑ์การยอมรับความเสี่ยง
เกณฑ์นี้ใช้ตัดสินว่าความเสี่ยงระดับใดองค์กรสามารถยอมรับได้ และความเสี่ยงระดับใดต้องเข้าสู่กระบวนการจัดการความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น

ตารางข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง องค์กรต้องกำหนดระดับและอำนาจอนุมัติตามบริบท วัตถุประสงค์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง
1.2 เกณฑ์สำหรับการดำเนินการประเมินความเสี่ยง
องค์กรต้องกำหนดเกณฑ์ที่ใช้ดำเนินการประเมิน เช่น
- วิธีประเมินโอกาสเกิด
- วิธีประเมินผลกระทบ
- วิธีพิจารณามาตรการควบคุมที่มีอยู่
- วิธีประมาณหรือกำหนดระดับความเสี่ยง
- วิธีเปรียบเทียบผลกับเกณฑ์การยอมรับ
- ผู้มีหน้าที่ทบทวนและอนุมัติผล
ISO/IEC 27001 ไม่ได้บังคับให้ใช้สูตร ความเสี่ยง = โอกาสเกิด × ผลกระทบ
องค์กรสามารถใช้วิธีเชิงคุณภาพ กึ่งปริมาณ หรือเชิงปริมาณได้ หากวิธีนั้นเหมาะสมกับบริบท มีเกณฑ์ชัดเจน และให้ผลที่นำไปใช้ตัดสินใจได้
ISO/IEC 27005 เป็นมาตรฐานที่ใช้สนับสนุนการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ และสามารถนำมาใช้ประกอบการออกแบบวิธีประเมินตาม ISO/IEC 27001 ได้
2. การประเมินซ้ำต้องให้ผลที่สม่ำเสมอ ถูกต้อง และเปรียบเทียบได้
องค์กรต้องทำให้มั่นใจว่าการประเมินความเสี่ยงที่ดำเนินการซ้ำให้ผลลัพธ์ที่
- สม่ำเสมอ
- ถูกต้อง
- สามารถเปรียบเทียบได้
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าคะแนนต้องเหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะบริบท ภัยคุกคาม มาตรการควบคุม หรือผลกระทบอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่หมายถึงการใช้หลักเกณฑ์และวิธีประเมินที่มีความคงเส้นคงวา
ตัวอย่างสิ่งที่ควรกำหนดเพื่อสนับสนุนข้อกำหนดนี้ ได้แก่
- คำอธิบายของคะแนนแต่ละระดับ
- แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมิน
- สมมติฐานที่ใช้ในการให้คะแนน
- วิธีพิจารณามาตรการควบคุมที่มีอยู่
- รอบการทบทวน
- ผู้ทบทวนหรือผู้อนุมัติ
- รูปแบบการบันทึกผลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ตัวอย่างเกณฑ์โอกาสเกิด

NIST SP 800-30 สนับสนุนการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคาม จุดอ่อน โอกาสเกิด และผลกระทบเป็นปัจจัยในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ซึ่งช่วยให้องค์กรมีเหตุผลรองรับการให้ระดับคะแนนมากกว่าการใช้ความรู้สึกของผู้ประเมินเพียงอย่างเดียว
3. ระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียคุณสมบัติของสารสนเทศ
องค์กรต้องประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินความเสี่ยงเพื่อระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสีย
- ความลับ — Confidentiality
- ความถูกต้องครบถ้วน — Integrity
- ความพร้อมใช้ — Availability
ภายในขอบเขตของ ISMS
จุดสำคัญคือ ข้อกำหนดมุ่งให้ระบุ ความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงจัดทำรายชื่อทรัพย์สิน ภัยคุกคาม หรือจุดอ่อนแยกจากกัน
ตัวอย่างที่ยังไม่สมบูรณ์ ได้แก่
- มัลแวร์
- ไฟฟ้าดับ
- รหัสผ่านไม่รัดกุม
- พนักงานลาออก
- เซิร์ฟเวอร์เสีย
รายการเหล่านี้เป็นภัยคุกคาม เหตุการณ์ หรือสภาพที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกิดความเสี่ยงอะไรและกระทบต่อสารสนเทศอย่างไร
รูปแบบข้อความความเสี่ยงที่ใช้ได้ในระดับสากล
องค์กรอาจใช้โครงสร้างดังนี้
เนื่องจากสาเหตุหรือสภาพที่มีอยู่ อาจเกิดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งส่งผลให้สูญเสียความลับ ความถูกต้องครบถ้วน หรือความพร้อมใช้ของสารสนเทศ และเกิดผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร
ตัวอย่างเช่น
การไม่ทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงหลังจากพนักงานเปลี่ยนตำแหน่ง อาจทำให้บุคคลเข้าถึงข้อมูลสูตรการผลิตเกินกว่าหน้าที่ ส่งผลให้สูญเสียความลับของสารสนเทศและกระทบต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ
การใช้โครงสร้างลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ NIST ที่พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างภัยคุกคาม จุดอ่อน โอกาสเกิด และผลกระทบต่อภารกิจหรือการดำเนินงาน
4. ระบุผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง
คำว่า Risk Owner /ผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง หรือองค์กรอาจกำหนดใช้คำว่า “เจ้าของความเสี่ยง” เป็นคำย่อภายในเอกสารได้ แต่ควรให้คำจำกัดความไว้ชัดเจน
ผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยงคือบุคคลหรือบทบาทที่มีอำนาจและความรับผิดชอบเกี่ยวกับความเสี่ยงนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ดำเนินมาตรการควบคุมทุกกิจกรรมด้วยตนเอง

ไม่ควรกำหนดให้ฝ่าย IT เป็นเจ้าของความเสี่ยงทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ เพราะความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศเป็นความเสี่ยงของกระบวนการและวัตถุประสงค์ขององค์กร ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงทางเทคนิค
แนวทางสากลของ NIST ยังเน้นว่าผลการประเมินความเสี่ยงควรให้ข้อมูลแก่ผู้บริหารและผู้ตัดสินใจ เพื่อเลือกแนวทางตอบสนองต่อความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
5. วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ
การวิเคราะห์ความเสี่ยงตามข้อ 6.1.2 ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญสามประการ
5.1 ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
องค์กรต้องประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากความเสี่ยงที่ระบุเกิดขึ้นจริง
ผลกระทบควรเชื่อมโยงกับบริบทและวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น
- การหยุดชะงักของการผลิต
- ความเสียหายต่อความถูกต้องของข้อมูล
- การเปิดเผยข้อมูลที่ต้องรักษาความลับ
- การไม่สามารถให้บริการได้
- การไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือสัญญา
- การสูญเสียความเชื่อมั่นของลูกค้า
- ความเสียหายทางการเงินหรือการดำเนินงาน
ไม่ควรให้คะแนนผลกระทบจาก “ความรุนแรงทางเทคนิค” เพียงอย่างเดียว เช่น จำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับผลกระทบ แต่ควรเชื่อมโยงถึงผลต่อกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ บริการ ลูกค้า หรือข้อผูกพันขององค์กร
5.2 ประเมินโอกาสเกิดที่สมเหตุสมผล
องค์กรต้องประเมินโอกาสเกิดของความเสี่ยง โดยใช้ข้อมูลที่สมเหตุสมผล เช่น
- เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น
- สถิติหรือบันทึกเหตุการณ์
- ลักษณะของภัยคุกคาม
- จุดอ่อนที่มีอยู่
- ระดับการเปิดรับต่อภัยคุกคาม
- ความถี่ของกิจกรรม
- ประสิทธิผลของมาตรการควบคุมที่มีอยู่
- การเปลี่ยนแปลงของระบบหรือบริบท
NIST SP 800-30 ใช้การวิเคราะห์ภัยคุกคาม จุดอ่อน โอกาสเกิด และผลกระทบเป็นองค์ประกอบหลักของการประเมินความเสี่ยง จึงเป็นแหล่งอ้างอิงสากลที่เหมาะสำหรับพัฒนาหลักเกณฑ์การให้เหตุผลประกอบคะแนน
5.3 กำหนดระดับความเสี่ยง
หลังจากประเมินโอกาสเกิดและผลกระทบแล้ว องค์กรต้องกำหนดระดับความเสี่ยงตามวิธีที่กำหนดไว้
ตัวอย่างวิธีแบบกึ่งปริมาณ:

ช่วงคะแนนนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ระดับที่ ISO/IEC 27001 กำหนด องค์กรต้องออกแบบเกณฑ์ให้เหมาะสมและตรวจสอบว่าไม่เกิดช่องว่างหรือความซ้ำซ้อนในการแบ่งระดับ
6. ประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญ
หลังจากวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้ว องค์กรต้อง
- เปรียบเทียบผลการวิเคราะห์กับเกณฑ์ความเสี่ยงที่กำหนด
- จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่วิเคราะห์แล้ว เพื่อใช้ในการจัดการความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงในขั้นนี้จึงไม่ใช่การคำนวณคะแนนซ้ำ แต่เป็นการตัดสินว่า
- ความเสี่ยงอยู่ภายในหรือเกินเกณฑ์การยอมรับ
- ความเสี่ยงใดต้องจัดการ
- ความเสี่ยงใดควรได้รับการจัดการก่อน
- ใครมีอำนาจตัดสินใจยอมรับความเสี่ยง
การจัดลำดับอาจพิจารณามากกว่าคะแนน เช่น
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย
- ข้อกำหนดตามสัญญา
- ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ความสำคัญของกระบวนการ
- ระยะเวลาที่องค์กรสามารถหยุดดำเนินงานได้
- ความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงอื่น
- ความเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลง
ENISA สนับสนุนการใช้กรอบและวิธีบริหารความเสี่ยงที่ช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันและเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบระหว่างวิธีประเมิน โดยไม่กำหนดว่าทุกองค์กรต้องใช้วิธีเดียวกัน
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในโรงงานตามหลักข้อกำหนด
ตัวอย่างต่อไปนี้จัดทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ความเสี่ยง ผลต่อความลับ ความถูกต้องครบถ้วนหรือความพร้อมใช้ การวิเคราะห์ และผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง
คะแนนทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง องค์กรต้องใช้เกณฑ์ที่ตนกำหนด
ตัวอย่างที่ 1 ระบบควบคุมการผลิตไม่พร้อมใช้

ตัวอย่างที่ 2 สูตรการผลิตถูกเปิดเผยแก่ผู้ไม่มีอำนาจ

ตัวอย่างที่ 3 ผลการตรวจสอบคุณภาพถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างที่ 4 ระบบ ERP ไม่พร้อมใช้ระหว่างการจัดส่ง

ตัวอย่างทะเบียนความเสี่ยงที่เหมาะสม

ตารางที่ดีไม่ควรมีเพียงชื่อทรัพย์สินและคะแนน แต่ควรแสดงข้อความความเสี่ยง เหตุผลที่ใช้ประเมิน ผลกระทบ มาตรการที่มีอยู่ และผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยงด้วย
สารสนเทศที่เป็นเอกสารที่ต้องเก็บรักษา
ข้อ 6.1.2 กำหนดให้องค์กร เก็บรักษาสารสนเทศที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ
คำว่า retain documented information /เก็บรักษาสารสนเทศที่เป็นเอกสาร
ไม่ควรสรุปเพียงว่า “ต้องเก็บเอกสารผลการประเมิน” เพราะข้อกำหนดกล่าวถึงสารสนเทศที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับ กระบวนการ ด้วย
ตัวอย่างสารสนเทศที่ควรมี ได้แก่
- วิธีการประเมินความเสี่ยง
- เกณฑ์การยอมรับความเสี่ยง
- เกณฑ์โอกาสเกิดและผลกระทบ
- วิธีการกำหนดระดับความเสี่ยง
- ทะเบียนความเสี่ยง
- เหตุผลหรือหลักฐานประกอบการให้ระดับ
- ผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง
- ผลการประเมินและจัดลำดับ
- หลักฐานการทบทวนหรืออนุมัติ
รูปแบบอาจเป็นระเบียบปฏิบัติ ตาราง ฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์ หรือระบบสารสนเทศอื่นได้ ตราบใดที่ได้รับการควบคุมและสามารถแสดงหลักฐานการประยุกต์ใช้กระบวนการได้
ประเด็นที่ควรพิจารณา
1. ไม่ควรระบุ “ทรัพย์สิน” เป็นข้อบังคับโดยตรงของข้อ 6.1.2
การใช้แนวทางแบบอิงทรัพย์สินเป็นวิธีที่ยอมรับได้ แต่ ISO/IEC 27001:2022 ไม่ได้บังคับว่าทุกความเสี่ยงต้องเริ่มจากการจัดทำบัญชีทรัพย์สินเสมอไป องค์กรอาจใช้แนวทางแบบ
- อิงทรัพย์สิน
- อิงกระบวนการ
- อิงเหตุการณ์
- อิงสถานการณ์ความเสี่ยง
- ผสมหลายแนวทาง
ได้ หากสามารถระบุความเสี่ยงต่อความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้ภายในขอบเขต ISMS ได้ครบถ้วน
2. ไม่ควรบังคับให้ระบุภัยคุกคามและจุดอ่อนเป็นคอลัมน์แยกทุกกรณี
ภัยคุกคามและจุดอ่อนเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์และได้รับการใช้แพร่หลายใน NIST SP 800-30 แต่ ISO/IEC 27001 ไม่ได้กำหนดรูปแบบตารางว่าต้องมีคอลัมน์ดังกล่าวเสมอไป
3. ต้องแยก “การประเมินความเสี่ยง” ออกจาก “การจัดการความเสี่ยง”
ข้อ 6.1.2 ครอบคลุมการระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และจัดลำดับความเสี่ยง ส่วนการเลือกแนวทางจัดการ การกำหนดมาตรการควบคุม การเปรียบเทียบกับ Annex A การจัดทำ Statement of Applicability และแผนจัดการความเสี่ยง เป็นสาระของข้อ 6.1.3
4. คะแนนสูงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้มาตรการทางเทคนิคเสมอไป
การตอบสนองต่อความเสี่ยงต้องพิจารณาตามข้อ 6.1.3 และบริบทขององค์กร ไม่ควรกระโดดจากคะแนนความเสี่ยงไปเลือกเครื่องมือหรือมาตรการทางเทคนิคทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการจัดการความเสี่ยง
ข้อผิดพลาดที่มักพบในการประยุกต์ใช้ข้อ 6.1.2
- ระบุเพียงทรัพย์สินหรือภัยคุกคาม แต่ไม่ได้เขียนเป็นความเสี่ยง
- ไม่มีเกณฑ์การยอมรับความเสี่ยงที่ชัดเจน
- ใช้คะแนนโดยไม่มีคำอธิบายหรือหลักฐานรองรับ
- ผู้ประเมินแต่ละคนใช้เกณฑ์คนละความหมาย
- กำหนดฝ่าย IT เป็นผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยงทุกเรื่อง
- ไม่พิจารณาผลต่อความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้
- ไม่แสดงมาตรการควบคุมที่มีอยู่ก่อนกำหนดโอกาสเกิด
- ไม่เปรียบเทียบผลกับเกณฑ์การยอมรับ
- ไม่จัดลำดับความเสี่ยงเพื่อเข้าสู่ข้อ 6.1.3
- เก็บเพียงคะแนนสุดท้าย แต่ไม่มีสารสนเทศที่เป็นเอกสารของกระบวนการ
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อ 6.1.2 และข้อ 8.2
ข้อ 6.1.2 กำหนดกระบวนการประเมินความเสี่ยงที่องค์กรต้องจัดทำและประยุกต์ใช้
ส่วนข้อ 8.2 กำหนดให้องค์กรดำเนินการประเมินความเสี่ยงตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ หรือเมื่อมีการเสนอหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ โดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 6.1.2
ดังนั้นองค์กรไม่ควรจัดทำการประเมินเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มโครงการ แต่ต้องนำกระบวนการเดิมกลับมาใช้เมื่อถึงรอบทบทวนหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง
ISO/IEC 27001 ข้อ 6.1.2 กำหนดให้องค์กรจัดทำและประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ โดยต้อง
- กำหนดและคงไว้ซึ่งเกณฑ์การยอมรับและเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง
- ทำให้การประเมินซ้ำให้ผลที่สม่ำเสมอ ถูกต้อง และเปรียบเทียบได้
- ระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้
- ระบุผู้เป็นเจ้าของความเสี่ยง
- ประเมินผลกระทบและโอกาสเกิด
- กำหนดระดับความเสี่ยง
- เปรียบเทียบผลกับเกณฑ์และจัดลำดับความสำคัญ
- เก็บรักษาสารสนเทศที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับกระบวนการประเมิน
แนวทางสากล เช่น ISO/IEC 27005, NIST SP 800-30 และกรอบการบริหารความเสี่ยงของ ENISA สามารถใช้สนับสนุนการออกแบบวิธีประเมินได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนข้อกำหนด ISO/IEC 27001 โดยตรง เพราะแต่ละแหล่งมีวัตถุประสงค์และขอบเขตต่างกัน
อยากวางระบบประเมินความเสี่ยง ISMS ให้ผ่านการตรวจ?
Equal Assurance (Thailand) Ltd. ให้บริการฝึกอบรมและตรวจประเมินระบบ ISO/IEC 27001 โดยผู้ตรวจประเมินที่มีประสบการณ์จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง: ISO/IEC 27000 คืออะไร? สรุปชุดมาตรฐาน ISMS · ISO/IEC 27001:2022 อัพเดทใหม่ · Check GAP ระบบ IT ตาม ISO/IEC 20000-1 และ 27001 · คลังบทความทั้งหมด

ISO/IEC 27001:2022 Annex A — หมวดการควบคุมมีไว้ให้หาเจอ ไม่ได้มีไว้ให้ไล่ให้ครบ
ISO/IEC 27001 ข้อ 7.1 ทรัพยากรสำหรับระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 4.4 และ 6.1.1 ระบบการจัดการและความเสี่ยงระดับระบบ ตีความข้อกำหนด
ISO/IEC 27001 ข้อ 4.2 ความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 10.1 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พิสูจน์อย่างไรว่าระบบดีขึ้นจริง
ISO/IEC 27001 ข้อ 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง: ตีความข้อกำหนดและตัวอย่างในบริบทไทย