ISO 14001 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน: ตีความข้อกำหนดและตัวอย่างในบริบทไทย

ปกบทความ ISO 14001 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 9.2 ขอให้องค์กรตรวจติดตามภายในตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรกำหนดเองและกับข้อกำหนดของมาตรฐานหรือไม่ และระบบนั้นถูกนำไปปฏิบัติและคงไว้ได้ผลหรือไม่ คำสำคัญของข้อนี้คือ “โปรแกรม” และ “ความเป็นกลาง” ซึ่งเป็นสองจุดที่ทำให้การตรวจภายในด้านสิ่งแวดล้อมต่างจากการตรวจระบบคุณภาพ

โปรแกรมการตรวจ ไม่ใช่ตารางการตรวจ

ข้อกำหนดแยกสองเรื่องออกจากกันชัดเจน เรื่องแรกคือโปรแกรมการตรวจติดตาม (audit programme) ซึ่งเป็นการวางภาพรวมว่าในรอบหนึ่งปีหรือหนึ่งรอบการรับรอง จะตรวจอะไร เมื่อไร ด้วยวิธีใด และใช้ทรัพยากรเท่าไร เรื่องที่สองคือเกณฑ์และขอบเขตของการตรวจแต่ละครั้ง

สิ่งที่มาตรฐานขอเพิ่มเติมและเป็นจุดต่างจากการวางตารางเฉย ๆ คือโปรแกรมต้องคำนึงถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อองค์กร และผลของการตรวจครั้งก่อน สามอย่างนี้คือเหตุผลที่ทำให้โปรแกรมของแต่ละองค์กรหน้าตาไม่เหมือนกัน และทำให้โปรแกรมของปีนี้ต้องต่างจากปีที่แล้ว

องค์กรที่ใช้ตารางเดิมซ้ำทุกปีโดยไม่ปรับ จะตอบคำถามผู้ตรวจไม่ได้ว่าเหตุใดพื้นที่ที่มีลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญตามข้อ 6.1.2 จึงได้เวลาตรวจเท่ากับพื้นที่สำนักงาน

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →
Case ตัวอย่าง — โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่สมุทรปราการ
โรงงานแห่งหนึ่ง (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) ระบุว่าการใช้ตัวทำละลายในงานพิมพ์และการจัดการของเสียอันตรายเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญ ปีที่ผ่านมามีข้อบกพร่องเรื่องการติดป้ายถังของเสียสองครั้ง

โปรแกรมการตรวจปีถัดมายังกำหนดให้ตรวจทุกแผนกแผนกละครึ่งวันเท่ากันหมด รวมถึงแผนกบัญชีและแผนกบุคคล

ข้อสังเกตที่ตั้งได้ไม่ใช่ว่าตรวจแผนกบัญชีเป็นเรื่องผิด แต่คือโปรแกรมไม่ได้สะท้อนความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและไม่ได้สะท้อนผลการตรวจครั้งก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อ 9.2 ระบุให้นำมาพิจารณาในการจัดทำโปรแกรม

ความเป็นกลางของผู้ตรวจ ในองค์กรที่คนน้อย

ข้อกำหนดให้เลือกผู้ตรวจและดำเนินการตรวจในลักษณะที่ทำให้มั่นใจได้ถึงความเที่ยงธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการตรวจ หลักที่ใช้ตัดสินคือผู้ตรวจต้องไม่ตรวจงานที่ตนเองทำ

ในองค์กรขนาดเล็กที่ผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมมีคนเดียว ข้อนี้กลายเป็นปัญหาจริง วิธีที่ใช้กันและอธิบายต่อผู้ตรวจได้ มีตั้งแต่การสลับผู้ตรวจข้ามสายงาน เช่น ให้ฝ่ายวิศวกรรมตรวจงานเอกสารสิ่งแวดล้อม และให้ผู้รับผิดชอบสิ่งแวดล้อมตรวจงานควบคุมการปฏิบัติงานหน้างาน หรือการใช้ผู้ตรวจจากบริษัทในเครือ หรือการจ้างผู้ตรวจอิสระเข้ามาทำหน้าที่ผู้ตรวจภายใน

สิ่งที่ต้องบันทึกไว้คือเหตุผลของการจัดคู่ผู้ตรวจ ไม่ใช่เพียงรายชื่อ เพราะหลักฐานของความเป็นกลางอยู่ที่การจัดวาง ไม่ได้อยู่ที่คำประกาศ

เกณฑ์การตรวจด้านสิ่งแวดล้อมกว้างกว่าที่คิด

เกณฑ์การตรวจ (audit criteria) ของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีแค่ตัวมาตรฐานกับขั้นตอนการทำงานภายใน แต่รวมถึงพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามตามข้อ 6.1.3 ด้วย นั่นหมายถึงข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขในใบอนุญาต และข้อผูกพันที่องค์กรรับมาเอง เช่น ข้อตกลงกับชุมชนหรือข้อกำหนดของลูกค้า

เมื่อเกณฑ์กว้างขนาดนี้ ความสามารถของผู้ตรวจภายในจึงต้องครอบคลุมมากกว่าการอ่านข้อกำหนดของมาตรฐาน ผู้ตรวจที่ไปตรวจพื้นที่จัดเก็บของเสียอันตรายควรอ่านเงื่อนไขในใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องมาก่อน มิฉะนั้นการตรวจจะเหลือเพียงการดูว่ามีเอกสารครบหรือไม่

ผลการตรวจต้องเดินต่อไปที่ไหน

ข้อ 9.2 ให้รายงานผลการตรวจต่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และให้เก็บรักษาเอกสารสารสนเทศเป็นหลักฐานของการดำเนินโปรแกรมและของผลการตรวจ ทางเดินของผลการตรวจมีสองเส้น

เส้นแรกไปที่ข้อ 10.2 เมื่อพบความไม่สอดคล้อง ต้องดำเนินการแก้ไขและพิจารณาสาเหตุ เส้นที่สองไปที่ข้อ 9.3 เพราะผลการตรวจติดตามภายในเป็นหนึ่งในปัจจัยนำเข้าของการทบทวนของฝ่ายบริหาร องค์กรที่ปิดการตรวจจบในตัวเองโดยไม่ส่งภาพรวมเข้าการทบทวน จะขาดหลักฐานการเชื่อมโยงระหว่างสองข้อนี้

คำถามที่ควรตอบได้

  1. โปรแกรมการตรวจปีนี้ของเราต่างจากปีที่แล้วตรงไหน และต่างเพราะอะไร (ที่มา: ข้อ 9.2)
  2. เราให้เวลาตรวจพื้นที่ที่มีนัยสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าพื้นที่อื่นหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 6.1.2)
  3. การจัดคู่ผู้ตรวจของเราอธิบายความเป็นกลางได้อย่างไร และบันทึกไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อ 9.2)
  4. เกณฑ์การตรวจของเรารวมพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามด้วยหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 6.1.3)
  5. ผลการตรวจภายในของเราปรากฏในวาระการทบทวนของฝ่ายบริหารอย่างไร (ที่มา: ข้อ 9.2 เชื่อมกับข้อ 9.3)

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ ISO 14001

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูหลักสูตร ISO 14001 (In-house)   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

EQA ตรวจรับรองมาตรฐานนี้ได้ด้วยบริการตรวจรับรอง: ISO 14001 · GHPs / HACCP
ขอใบเสนอราคาตรวจรับรอง

การเข้าอบรมหลักสูตรนี้ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย

ขอการรับรอง ISO 14001 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 14001

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE