ISO 45001:2018 ข้อ 4.4 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S management system) เป็นข้อกำหนดประโยคเดียว ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อนี้ทำหน้าที่เชื่อมข้ออื่นของมาตรฐานเข้าด้วยกัน บทความนี้อธิบายว่าข้อ 4.4 ขออะไร วลีใดในข้อนี้ที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่ามีน้ำหนักในการตรวจประเมิน และยกกรณีสมมติของโรงงานในประเทศไทยเพื่อตั้งคำถามว่า เมื่อแต่ละฝ่ายทำกระบวนการของตนครบตามขั้นตอนแล้ว รอยต่อระหว่างกระบวนการอยู่ที่ใด
สรุปสั้นก่อน
- ข้อ 4.4 เป็นข้อกำหนดประโยคเดียวว่าด้วยตัวระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยรวม ซึ่งกล่าวถึงทั้งกระบวนการที่จำเป็นและปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ
- ผู้เรียบเรียงเห็นว่าคำที่มีน้ำหนักในข้อนี้คือ “ปฏิสัมพันธ์ (interactions)” เพราะอันตรายบางลักษณะเกิดที่รอยต่อระหว่างงานของสองฝ่าย ไม่ได้อยู่ในงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว
- ข้อ 4.4 ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีคู่มือหรือแผนผังกระบวนการ นอกจากเอกสารสารสนเทศที่ข้ออื่นของมาตรฐานกำหนดไว้ องค์กรพิจารณาเองว่าต้องมีเอกสารสารสนเทศใดเพิ่มเติมตามข้อ 7.5.1
ข้อ 4.4 ขออะไร
ข้อ 4.4 เป็นข้อกำหนดประโยคเดียว เนื้อความว่าด้วยตัวระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยรวม และกล่าวถึงกระบวนการที่จำเป็นกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการไว้ในประโยคเดียวกัน ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อนี้ถามถึงระบบที่ทำงานอยู่จริงทั้งระบบ มากกว่าเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่ง
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าข้อ 4.4 ทำหน้าที่เป็นข้อรวบยอด หลักฐานของข้อ 4.4 จึงไม่ได้อยู่ในเอกสารชื่อ “ระบบการจัดการ” ฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่อยู่ในการที่กระบวนการตามข้ออื่นทำงานต่อเนื่องกันได้จริง
“กระบวนการที่จำเป็น” มาจากไหน
ข้ออื่นของ ISO 45001 บางข้อเรียกหากระบวนการโดยตรง ตัวอย่างเช่น ข้อ 6.1.2.1 ที่ให้มีกระบวนการชี้บ่งอันตราย และข้อ 8.1.3 ที่ให้มีกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลง ผู้เรียบเรียงเห็นว่า “กระบวนการที่จำเป็น” ในข้อ 4.4 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกระบวนการที่ข้ออื่นเรียกหาโดยตรง แต่รวมถึงกระบวนการที่กิจกรรมภายในขอบเขตตามข้อ 4.3 ต้องใช้ เช่น กระบวนการสำหรับงานในที่อับอากาศของโรงงานที่มีงานลักษณะนี้
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าจุดตั้งต้นที่ตรวจสอบได้คือการเทียบกิจกรรมจริงในขอบเขตกับกระบวนการที่องค์กรระบุไว้ ถ้ามีกิจกรรมที่มีอันตรายแต่ไม่มีกระบวนการใดรองรับ คำถามเรื่องความครบถ้วนของระบบก็ตามมา
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ: ส่วนที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่ามีน้ำหนัก
ในองค์กรหนึ่ง กระบวนการในระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอาจมีเจ้าของต่างกัน เช่น ฝ่ายจัดซื้อดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายซ่อมบำรุงออกใบอนุญาตให้ทำงาน (permit to work) ฝ่ายผลิตเป็นผู้ขอเปลี่ยนสารเคมีหรือวิธีการทำงาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานดูแลการอบรมผู้รับเหมา แต่ละกระบวนการอาจมีขั้นตอนและบันทึกครบในตัวเอง ผู้เรียบเรียงเห็นว่าสิ่งที่ข้อ 4.4 ทดสอบคือ ข้อมูลที่ต้องส่งจากกระบวนการหนึ่งไปยังอีกกระบวนการหนึ่ง ไปถึงผู้รับจริงหรือไม่
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด คือผลของการจัดการการเปลี่ยนแปลงตามข้อ 8.1.3 ถ้าการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดอันตรายใหม่ แต่ข้อมูลนั้นไม่ไปถึงผู้ออกใบอนุญาตให้ทำงาน หรือไม่ไปถึงการคัดเลือกผู้รับเหมาตามข้อ 8.1.4.2 กระบวนการทั้งสองฝั่งอาจเป็นไปตามขั้นตอนของตัวเองทุกข้อ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานหน้างานยังได้รับข้อมูลชุดเดิม
กรณีสมมติ — โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จังหวัดระยอง
โรงงานเปลี่ยนสารทำละลายในสายพ่นสีเป็นสูตรใหม่ที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่าเดิม ฝ่ายผลิตยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอน คณะทำงานประเมินความเสี่ยงและปรับระบบระบายอากาศแล้วปิดคำขอ สองเดือนต่อมา ฝ่ายซ่อมบำรุงขอให้ฝ่ายจัดซื้อจ้างผู้รับเหมาเข้าเชื่อมท่อลมใกล้ห้องพ่นสี ใบอนุญาตให้ทำงานที่มีความร้อน (hot work permit) ยังใช้แบบฟอร์มเดิมซึ่งไม่มีช่องให้ตรวจชนิดของสารทำละลายในพื้นที่ ส่วนเอกสารอบรมผู้รับเหมาที่ฝ่ายความปลอดภัยใช้ก็ยังอ้างถึงสารตัวเดิม
ในกรณีนี้ กระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงมีบันทึกครบ กระบวนการใบอนุญาตให้ทำงานก็มีบันทึกครบ คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมาไม่ได้อยู่ที่กระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง แต่อยู่ที่รอยต่อ ได้แก่ ผลการประเมินความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงถูกส่งต่อไปยังใครบ้าง ใครเป็นผู้ตัดสินว่าแบบฟอร์มใบอนุญาตให้ทำงานหรือเนื้อหาการอบรมต้องปรับหรือไม่ และองค์กรใช้อะไรเป็นหลักฐานว่าการส่งต่อนั้นเกิดขึ้นแล้ว
| ประเด็นที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าเกี่ยวข้อง | คำถามที่ผู้เรียบเรียงเห็นว่าตามมา |
|---|---|
| ผลของกระบวนการหนึ่งเป็นข้อมูลนำเข้าของอีกกระบวนการหนึ่ง | ข้อมูลอันตรายใหม่จากการเปลี่ยนแปลง ไปถึงผู้ออกใบอนุญาตให้ทำงานและผู้คัดเลือกผู้รับเหมาผ่านช่องทางใด และช่องทางนั้นมีผู้รับที่ระบุตัวได้หรือไม่ |
| ขอบเขตตามข้อ 4.3 กับกระบวนการตามข้อ 4.4 | กิจกรรมที่มีอันตรายซึ่งเกิดขึ้นจริงในขอบเขต แต่ละกิจกรรมมีกระบวนการใดรองรับ |
ข้อ 4.4 ไม่ได้กำหนดรูปแบบเอกสาร
ข้อ 4.4 ไม่ได้กำหนดให้มีคู่มือระบบ แผนผังกระบวนการ หรือตารางความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ นอกจากเอกสารสารสนเทศที่ข้ออื่นของมาตรฐานกำหนดไว้ องค์กรพิจารณาเองว่าต้องมีเอกสารสารสนเทศใดเพิ่มเติมตามข้อ 7.5.1 ผู้เรียบเรียงเห็นว่าแผนผังที่ไม่ตรงกับการทำงานจริงไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้หลักฐานของข้อ 4.4 ในทางกลับกัน องค์กรขนาดเล็กที่ไม่มีแผนผังเลย แต่ผู้รับผิดชอบแต่ละกระบวนการอธิบายได้ว่าตนรับข้อมูลจากใครและส่งต่อให้ใคร และมีบันทึกการส่งต่อที่ตรวจสอบได้ ก็เป็นหลักฐานอีกลักษณะหนึ่ง
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าวิธีที่ใช้ประเมินข้อ 4.4 ได้ตรงประเด็น คือการตรวจแบบเดินตามกระบวนการ ซึ่งติดตามงานหนึ่งเรื่องจากต้นทางถึงปลายทาง เช่น ติดตามคำขอเปลี่ยนแปลงหนึ่งฉบับไปจนถึงหน้างาน รายละเอียดของแนวทางนี้อยู่ในบทความ ตรวจติดตามภายในแบบเดินตามกระบวนการ เทียบกับแบบไล่ตามเลขข้อ
ความเชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน
ผู้เรียบเรียงเห็นว่าในบางสถานการณ์ ผู้ปฏิบัติงานหน้างานอาจเห็นปัญหาที่รอยต่อระหว่างกระบวนการก่อนผู้บริหาร เช่น ช่างเชื่อมของผู้รับเหมาอาจเป็นคนแรกที่สังเกตว่ากลิ่นสารในพื้นที่ไม่เหมือนเดิม และเห็นว่ากระบวนการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมตามข้อ 5.4 เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ข้อมูลเรื่องรอยต่อกลับเข้าสู่ระบบ ผู้อ่านที่ต้องการรายละเอียดของข้อ 5.4 อ่านต่อได้ที่ การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน ตีความข้อ 5.4
คำถามที่ควรตอบได้
- หากเลือกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเรื่องที่ปิดไปแล้วในปีนี้ องค์กรแสดงได้หรือไม่ว่าผลการประเมินความเสี่ยงของเรื่องนั้นไปถึงกระบวนการใดบ้าง และไปถึงเมื่อใด
ที่มา: ข้อ 4.4 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย; ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง - กิจกรรมใดในขอบเขตของระบบที่ยังไม่มีเจ้าของกระบวนการชัดเจน และใครเป็นผู้ตัดสินว่ากิจกรรมนั้นต้องมีกระบวนการรองรับหรือไม่
ที่มา: ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย; ข้อ 4.4 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย - ผู้รับผิดชอบกระบวนการใบอนุญาตให้ทำงาน อธิบายได้หรือไม่ว่าตนได้รับข้อมูลอันตรายใหม่จากกระบวนการใด
ที่มา: ข้อ 8.1.4.2 ผู้รับเหมา; ข้อ 4.4 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ข้อความเต็มของข้อกำหนดที่อ้างถึงข้างต้น ผู้อ่านต้องเปิดจากตัวมาตรฐาน ISO 45001:2018
อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง
- ISO 45001:2018 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ISO 45001:2018 ข้อ 8.1.3 การจัดการการเปลี่ยนแปลง
- ISO 45001:2018 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงผู้รับเหมาและการจ้างงานภายนอก
- ISO 45001:2018 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน
- การตรวจรับรอง ISO 45001 กับ EQA
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนดของ ISO 45001:2018 ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001
EQA จัดหลักสูตรอบรมข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายใน ISO 45001:2018 และเป็นหน่วยรับรองที่ตรวจรับรอง ISO 45001 หลักสูตรมีเนื้อหาเชิงหลักการ ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมกับ EQA ไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

จีรศักดิ์ ม่วงชิน (Jeerasak Muangchin)
ผู้ตรวจประเมิน / วิทยากร – ระบบยานยนต์ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ · ผู้ตรวจประเมินขึ้นทะเบียน IATF · Certified in Cybersecurity (CC) · DPO Certified Level 1 & 2 (ICDL)
- ปริญญาตรี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (มสธ.) · ปริญญาโท MBA (มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลักสูตรนานาชาติ) · ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง (มจธ.)
- Lead Auditor และวิทยากรกับหน่วยรับรองระดับสากลตั้งแต่ปี 2006 · เคยเป็นวิทยากรหลักที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร IRCA ISO 9001 Lead Auditor
- ประสบการณ์ 4 ปีในตำแหน่ง Division Manager โรงงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและฉีดพลาสติก ทำงานกับทีม APQP, MSA, SPC และ QMS
- ตรวจประเมินและสอน IATF 16949, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, ISO 39001, ISO/IEC 17025, ISO/IEC 27001 และ 27701, ISO 13485, ISCC, RSPO, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFP), Core Tools (APQP, PPAP, FMEA, MSA, SPC), VDA 6.3 และ TISAX
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ขอการรับรอง ISO 45001 กับ EQA
- ขั้นตอนและระยะเวลาตั้งแต่ยื่นใบสมัครถึงได้ใบรับรอง
- ค่าตรวจรับรองคิดจากอะไร (IAF MD 5)
- วิธีเลือกหน่วยรับรอง 7 ข้อที่ตรวจสอบได้
EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ISO 45001 ข้อ 10.1 ทั่วไป: จุดเชื่อมจากผลการประเมินสมรรถนะสู่การตัดสินใจปรับปรุง
ISO 45001 ข้อ 6.1.1 ทั่วไป: ความเสี่ยงสองความหมายในข้อเดียว และการประเมินก่อนการเปลี่ยนแปลง
ISO 45001 ข้อ 7.1 ทรัพยากร: การกำหนดมาก่อนการจัดหา และหลักฐานอยู่ที่การตัดสินใจ