การปนเปื้อนทางกายภาพเป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรับวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ การจัดเก็บ หรือการขนส่ง เช่น เศษโลหะ เศษแก้ว พลาสติกแข็ง เศษไม้ ยาง หรือชิ้นส่วนจากอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายของพนักงาน
ตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.4 โรงงานต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อ ป้องกัน ควบคุม หรือตรวจจับการปนเปื้อนทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้น โดยพิจารณามาตรการต่อไปนี้
มาตรการควบคุมการปนเปื้อนทางกายภาพตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.4
1. ปิดคลุมเครื่องจักรหรือภาชนะอย่างเพียงพอ
โรงงานต้องจัดให้มีฝาปิดหรือสิ่งปกคลุมที่เหมาะสมเหนือเครื่องจักร ภาชนะ วัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ที่เปิดสัมผัสกับสภาพแวดล้อม การปิดคลุมต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกันสิ่งแปลกปลอมตกลงไปในวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการผลิต
ตัวอย่างจุดที่ควรพิจารณา ได้แก่ ถังผสมหรือถังพักผลิตภัณฑ์ ภาชนะใส่วัตถุดิบ สายพานลำเลียง จุดเทวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการ และจุดบรรจุผลิตภัณฑ์ ฝาปิดหรืออุปกรณ์ป้องกันต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก ไม่หลุดง่าย และไม่กลายเป็นแหล่งของการปนเปื้อนเสียเอง
2. ใช้ตะแกรง แม่เหล็ก เครื่องร่อน หรือตัวกรอง
โรงงานต้องพิจารณาใช้อุปกรณ์สำหรับป้องกันหรือแยกสิ่งแปลกปลอมออกจากวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
ตะแกรงหรือเครื่องร่อน ใช้สำหรับแยกสิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดช่องตะแกรงออกจากวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ เช่น ก้อนวัตถุดิบ เศษบรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนแข็ง
แม่เหล็ก ใช้สำหรับดักจับเศษโลหะที่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็ก ซึ่งอาจมาจากเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวัตถุดิบ
ตัวกรอง ใช้สำหรับกรองสิ่งแปลกปลอมออกจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวหรือผลิตภัณฑ์ที่ไหลผ่านระบบท่อ
โรงงานต้องเลือกประเภทและขนาดของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และลักษณะของสิ่งแปลกปลอมที่อาจเกิดขึ้น
3. ใช้อุปกรณ์ตรวจจับหรือคัดแยกสิ่งแปลกปลอม
โรงงานต้องพิจารณาใช้อุปกรณ์ตรวจจับหรือคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่อาจมีสิ่งแปลกปลอม เช่น เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) หรือเครื่องตรวจสอบด้วยรังสีเอกซ์ (X-ray)
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องสามารถตรวจจับสิ่งแปลกปลอมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้ และในกรณีที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติ ระบบควรสามารถคัดแยกหรือปฏิเสธผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดออกจากสายการผลิตได้อย่างเหมาะสม
แหล่งของการปนเปื้อนทางกายภาพที่โรงงานต้องพิจารณา
ISO 22002-1 ข้อ 12.4 ระบุว่า แหล่งของการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
พาเลทไม้และเครื่องมือที่ทำจากไม้
พาเลทไม้หรือเครื่องมือไม้อาจแตก บิ่น หรือเกิดเสี้ยนไม้ ซึ่งสามารถหลุดเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ได้ โรงงานจึงต้องควบคุมสภาพของพาเลทไม้และเครื่องมือที่ใช้ในพื้นที่ผลิต โดยเฉพาะบริเวณที่มีผลิตภัณฑ์เปิดสัมผัส
ซีลยาง
ซีลยางที่ใช้กับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อาจเสื่อมสภาพ แตก หรือหลุดออกมาเป็นชิ้นส่วน และเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ได้ โรงงานต้องตรวจสอบสภาพของซีลยางและเปลี่ยนเมื่อพบการสึกหรอหรือชำรุด
เสื้อผ้าป้องกันส่วนบุคคล
เสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานอาจเป็นแหล่งของสิ่งแปลกปลอม เช่น ชิ้นส่วนกระดุม คลิป ปากกา หรือชิ้นส่วนจากอุปกรณ์ป้องกัน โรงงานต้องกำหนดรูปแบบของชุดปฏิบัติงานและวิธีการใช้งานให้เหมาะสม
เครื่องจักรและอุปกรณ์
ชิ้นส่วนจากเครื่องจักร เช่น น็อต สกรู เศษโลหะ พลาสติก หรือวัสดุที่สึกหรอ อาจหลุดเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ได้ ดังนั้น การตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรจึงเป็นส่วนสำคัญของการควบคุมการปนเปื้อนทางกายภาพ
การควบคุมวัสดุแตกหักง่าย
ในกรณีที่โรงงานมีการใช้วัสดุแตกหักง่าย ต้องกำหนดข้อกำหนดสำหรับการตรวจสอบเป็นระยะ และจัดทำขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจนเมื่อเกิดการแตกหัก วัสดุแตกหักง่ายอาจรวมถึง แก้ว พลาสติกแข็ง หลอดไฟ ฝาครอบหลอดไฟ หน้าปัดเครื่องมือวัด กระจก ชิ้นส่วนโปร่งใสของเครื่องจักร และภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุเปราะแตก
โรงงานต้องจัดทำรายการวัสดุแตกหักง่ายที่มีอยู่ในพื้นที่ผลิต และกำหนดความถี่ในการตรวจสอบตามความเสี่ยง
โรงงานต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดการแตกหัก?
โรงงานต้องกำหนดขั้นตอนปฏิบัติเมื่อพบแก้ว พลาสติกแข็ง หรือวัสดุแตกหักง่ายเกิดการแตกหรือชำรุด ขั้นตอนควรครอบคลุมการดำเนินการสำคัญ ได้แก่ หยุดกระบวนการผลิตในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ควบคุมและกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ระบุผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่อาจได้รับผลกระทบ นำผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงออกจากพื้นที่ ทำความสะอาดและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ตรวจสอบว่าเก็บรวบรวมชิ้นส่วนที่แตกหักได้ครบถ้วน ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนอนุญาตให้เริ่มผลิตใหม่ และบันทึกเหตุการณ์และการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
ควรหลีกเลี่ยงแก้วและพลาสติกแข็งในเครื่องจักร
วัสดุแตกหักง่าย เช่น แก้วและชิ้นส่วนพลาสติกแข็งที่อยู่ในเครื่องจักร ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานเมื่อสามารถดำเนินการได้ กรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โรงงานต้องระบุวัสดุเหล่านั้นไว้ในระบบควบคุม ตรวจสอบสภาพเป็นระยะ และกำหนดมาตรการเมื่อพบการชำรุดหรือแตกหัก
ต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับการแตกหัก
โรงงานต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับเหตุการณ์แตกหัก เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการควบคุมและจัดการอย่างเหมาะสม ข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่ วันที่และเวลา ตำแหน่งที่เกิดเหตุ ชนิดของวัสดุที่แตก สาเหตุ ผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ ปริมาณที่ถูกกักกันหรือคัดทิ้ง การทำความสะอาดและตรวจสอบ ผลการตรวจสอบก่อนเริ่มผลิตใหม่ และการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
สรุป
ตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.4 โรงงานต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อป้องกัน ควบคุม หรือตรวจจับการปนเปื้อนทางกายภาพ โดยพิจารณาการปิดคลุมเครื่องจักรและภาชนะ การใช้ตะแกรง แม่เหล็ก เครื่องร่อน หรือตัวกรอง รวมถึงการใช้เครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่อง X-ray
โรงงานต้องพิจารณาแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน เช่น พาเลทไม้ เครื่องมือไม้ ซีลยาง เสื้อผ้าป้องกัน และเครื่องจักร นอกจากนี้ต้องควบคุมวัสดุแตกหักง่าย กำหนดการตรวจสอบเป็นระยะ จัดทำขั้นตอนเมื่อเกิดการแตกหัก และเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างครบถ้วน
บทความที่เกี่ยวข้อง
FSSC 22000 กับการควบคุมสัตว์พาหะตาม ISO 22002-100 ข้อ 7 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ