FSSC 22000 กับ ISO 22002-4 มีอะไรเพิ่มจาก ISO 22002-100? โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?

ภาพหน้าปกบทความ ISO 22002-4 มีอะไรเพิ่มจาก ISO 22002-100 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ข้อกำหนดของ ISO 22002-4 ระบุว่า ต้องนำข้อกำหนดใน ISO 22002-100 มาใช้ร่วมกับข้อกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร

ข้อกำหนดเพิ่มเติมจากเอกสารที่แนบครอบคลุมเรื่องสำคัญ ได้แก่ การจัดการวัสดุที่จัดซื้อ การปนเปื้อนทางเคมี การปนเปื้อนทางกายภาพ การถ่ายเทสาร และการนำวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้เห็นแนวทางการนำข้อกำหนดไปประยุกต์ใช้ โดย ตัวอย่างไม่ใช่ข้อความข้อกำหนดเพิ่มเติม และองค์กรต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และความเสี่ยงของตนเอง

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

1. การจัดการวัสดุที่จัดซื้อ

ISO 22002-4 ข้อ 10 ระบุว่า ต้องนำข้อกำหนดใน ISO 22002-100 มาใช้ร่วมกับข้อกำหนดเพิ่มเติมต่อไปนี้

1.1 การตรวจสอบซีลแสดงร่องรอยการเปิด

เมื่อมีการใช้ซีลแสดงร่องรอยการเปิด หรือ tamper-evident seal ต้องมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อยืนยันว่า ซีลดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้าหรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเพื่อเป็นแนวคิด

โรงงานผลิตฝาขวดอาจกำหนดให้พนักงานตรวจสอบว่า แถบซีลอยู่ครบถ้วน ตำแหน่งของซีลถูกต้อง ซีลไม่ขาดหรือเสียหาย การเปิดครั้งแรกทำให้เกิดร่องรอยตามที่ออกแบบไว้ และผลิตภัณฑ์ตรงตามแบบหรือข้อกำหนดของลูกค้า

1.2 วัตถุดิบจากแหล่งรีไซเคิล วัสดุนาโน หรือวัสดุจากพืช

เมื่อวัตถุดิบที่รับเข้ามามาจากแหล่งรีไซเคิล เป็นวัสดุนาโน หรือเป็นวัสดุจากพืช ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อยืนยันว่า ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารและการสอบย้อนกลับได้รับการปฏิบัติตามก่อนการยอมรับวัตถุดิบ

1.3 การจัดการวัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

วัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ต้องได้รับการจัดการตามวิธีปฏิบัติที่จัดทำเป็นเอกสาร ซึ่งต้องป้องกันการนำวัตถุดิบนั้นไปใช้โดยไม่ได้ตั้งใจ

1.4 จุดรับวัตถุดิบแบบเทกอง

จุดเข้าถึงของท่อรับวัตถุดิบแบบเทกองต้องได้รับการระบุ และต้องมีฝาปิดและการรักษาความปลอดภัยตามความเหมาะสม การถ่ายวัตถุดิบเข้าสู่ระบบดังกล่าวต้องเกิดขึ้นหลังจากได้รับการอนุมัติและตรวจสอบวัตถุดิบที่รับเข้ามาแล้วเท่านั้น

2. การควบคุมการปนเปื้อนทางเคมี

ISO 22002-4 ข้อ 12.2 กำหนดข้อควบคุมสำหรับวัสดุพิมพ์ วัสดุเคลือบ สารเคมี และสารหล่อลื่น

2.1 วัสดุพิมพ์และวัสดุเคลือบ

วัสดุพิมพ์และวัสดุเคลือบต้องได้รับการจัดการและจัดเก็บ ทั้งในสภาพผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การจัดการและการจัดเก็บต้องดำเนินการในลักษณะที่ลดการถ่ายเทสารไปยังด้านที่สัมผัสอาหาร ตามที่กำหนดโดยการวิเคราะห์อันตราย

2.2 การประเมินและควบคุมสารเคมี

สารเคมี รวมถึงวัสดุทำความสะอาดและสารหล่อลื่น ต้องได้รับการประเมินและควบคุมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์

2.3 สารหล่อลื่นที่มีวัตถุประสงค์ให้สัมผัสผลิตภัณฑ์

สารหล่อลื่นที่มีวัตถุประสงค์ให้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นเกรดที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน

3. การควบคุมการปนเปื้อนทางกายภาพ

ISO 22002-4 ข้อ 12.3 เพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับแก้ว วัสดุเปราะ พื้นผิวสัมผัสผลิตภัณฑ์ ของมีคม และการดูแลความสะอาด

3.1 แก้วและวัสดุเปราะ

เมื่อมีการใช้แก้วและวัสดุเปราะในพื้นที่ผลิตหรือพื้นที่จัดเก็บ ต้องมีข้อกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะและวิธีปฏิบัติที่กำหนดไว้สำหรับกรณีเกิดการแตก

3.2 พื้นผิวที่สัมผัสผลิตภัณฑ์

ในพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บ พื้นผิวที่มีวัตถุประสงค์ให้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ต้องปราศจากเสี้ยนและแหล่งการปนเปื้อนอื่น และต้องเหมาะสมต่อการทำความสะอาดอย่างง่ายและมีประสิทธิผล

3.3 การควบคุมของมีคม

ต้องมีวิธีปฏิบัติอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้ของมีคม ต้องห้ามใช้มีดชนิดใบมีดหักเป็นท่อน หรือ snap-off blade knife

3.4 การดูแลความสะอาด

อาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ต้องได้รับการทำความสะอาดเพื่อกำจัดฝุ่น ใยแมงมุม สะเก็ด และเศษชิ้นส่วน เพื่อรักษาระดับการดูแลความสะอาดที่ยอมรับได้

4. การควบคุมการถ่ายเทสาร (Migration)

ISO 22002-4 ข้อ 12.4 กำหนดข้อควบคุมเกี่ยวกับการถ่ายเทสาร หรือ Migration เมื่อมีอันตรายต่อความปลอดภัยอาหารที่อาจเกิดขึ้นจากการถ่ายเทสาร ต้องนำมาตรการควบคุมมาใช้เพื่อป้องกันหรือควบคุมอันตรายนั้น

4.1 วัสดุที่ใช้บรรจุหรือขนส่ง

วัสดุบรรจุ เช่น พาเลต ฟิล์ม และภาชนะ ต้องผลิตจากวัสดุที่เหมาะสมและต้องสะอาด วัสดุดังกล่าวต้องไม่ทำให้บรรจุภัณฑ์อาหารเกิดการปนเปื้อน

5. การนำวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต (Rework)

ISO 22002-4 ข้อ 17 กำหนดข้อควบคุมเกี่ยวกับการใช้วัสดุที่นำกลับเข้าสู่กระบวนการ หรือ Rework

5.1 การกำหนดเงื่อนไขการใช้ Rework

เมื่อมีการนำ rework กลับเข้าสู่กระบวนการผลิต ต้องระบุ ปริมาณ rework ที่ยอมรับได้ ประเภทของ rework เงื่อนไขการใช้ rework วิธีการเติมกลับเข้าสู่กระบวนการ และขั้นตอนการเตรียม rework ที่จำเป็นก่อนนำกลับมาใช้

5.2 การป้องกันการปนเปื้อนจาก Rework

ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการ rework ทำให้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ปนเปื้อนด้วยวัสดุที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์สำหรับการสัมผัสอาหาร

5.3 การเก็บรักษาข้อมูลที่จัดทำเป็นเอกสาร

ต้องเก็บรักษาข้อมูลที่จัดทำเป็นเอกสาร เพื่อแสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตามกระบวนการ rework ที่กำหนดไว้ยังคงรักษาความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อกำหนดของลูกค้า

สรุป

ISO 22002-4 กำหนดให้ใช้ข้อกำหนดของ ISO 22002-100 ร่วมกับข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงกับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ประเด็นเพิ่มเติม ได้แก่ การควบคุมซีล วัตถุดิบรีไซเคิล วัสดุนาโน วัสดุจากพืช วัตถุดิบแบบเทกอง วัสดุพิมพ์ วัสดุเคลือบ สารเคมี สารหล่อลื่น แก้ว วัสดุเปราะ ของมีคม การถ่ายเทสาร วัสดุที่ใช้บรรจุหรือขนส่ง และการควบคุม rework

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand