สาระสำคัญ (Materiality) ใน ESG ตาม IWA 48:2024 ข้อ 4.5 ประเมินอย่างไรให้เชื่อถือได้

ภาพปกบทความ สาระสำคัญใน ESG ตาม IWA 48:2024 ข้อ 4.5
สรุปสั้นก่อน
สาระสำคัญ (materiality) คือหัวใจที่ทำให้รายงาน ESG มีความหมาย เพราะเป็นตัวตัดสินว่าอะไรควรอยู่ในรายงานและอะไรไม่ควร ข้อ 4.5 ของ IWA 48:2024 อธิบายสาระสำคัญไว้ในฐานะคุณลักษณะที่ผูกกับปัจจัย ESG และผลกระทบของปัจจัยนั้น ซึ่งช่วยให้องค์กรจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบ วางกลยุทธ์ และลงมือเปลี่ยนแปลง พร้อมกับให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใช้ตัดสินใจเกี่ยวกับองค์กรได้

สองมุมมองที่ต้องมองพร้อมกัน

ข้อ 4.5.2 วางแนวคิดหลักไว้สองแนวคิด แนวคิดแรกคือการแยกระหว่างผลกระทบที่องค์กรมีต่อภายนอก กับผลกระทบที่ภายนอกมีต่อองค์กร ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า inside out กับ outside in

มุมแรกถามว่ากิจกรรมขององค์กรส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความเป็นอยู่ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร มุมที่สองถามว่าปัจจัยภายนอกเช่นภูมิอากาศ กฎระเบียบ หรือความคาดหวังของตลาด ส่งผลต่อองค์กรอย่างไร องค์กรที่ทำรายงานโดยมองมุมเดียวจะได้ภาพที่บิดไปด้านใดด้านหนึ่งเสมอ

แนวคิดที่สองมาจากมุมบัญชี คือการแยกระหว่างความเสี่ยงทางการเงินกับความเสี่ยงที่ไม่ใช่การเงิน สาระสำคัญทางการเงินพิจารณาผลกระทบที่กระทบหรืออาจกระทบฐานะทางการเงินขององค์กร เช่น ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภัยแล้งหรืออุทกภัย ส่วนความเสี่ยงที่ไม่ใช่การเงิน เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียงเมื่อทำไม่ได้ตามเป้าที่ประกาศไว้ ซึ่งก็อาจย้อนกลับมาเป็นผลทางการเงินทางอ้อมได้อยู่ดี

เมื่อใช้ทั้งสองแนวคิดร่วมกัน จะเรียกว่าสาระสำคัญสองด้าน (double materiality) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในข้อกำหนดการรายงานความยั่งยืนของสหภาพยุโรป

กรณีสมมติ ผู้ผลิตอาหารแปรรูปแห่งหนึ่งในสมุทรสาคร (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) ประเมินสาระสำคัญแล้วเลือกรายงานเฉพาะเรื่องการลดพลังงานและการจัดการของเสีย เพราะเป็นสองเรื่องที่มีข้อมูลพร้อมและผลออกมาดี

เรื่องการใช้น้ำซึ่งเป็นประเด็นที่ชุมชนรอบโรงงานกังวลกลับไม่ถูกนำเข้าสู่การประเมิน ด้วยเหตุผลว่ายังไม่มีระบบเก็บข้อมูล

เอกสารเตือนเรื่องนี้ไว้ตรง ๆ ว่าองค์กรควรชี้บ่งผลกระทบทั้งหมดก่อนในตอนแรก และหลีกเลี่ยงการเลือกเฉพาะบางเรื่องอย่างไม่เหมาะสม เช่น การเลี่ยงผลกระทบที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกังวลแต่องค์กรไม่อยากพูดถึง การไม่มีข้อมูลจึงเป็นเหตุผลให้เริ่มเก็บข้อมูล ไม่ใช่เหตุผลให้ตัดประเด็นทิ้ง

คุณภาพของข้อมูลกำหนดความน่าเชื่อถือของการประเมิน

เอกสารเชื่อมโยงความน่าเชื่อถือของการประเมินสาระสำคัญเข้ากับคุณภาพ ความถูกต้อง ความทันสมัย และความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ใช้ ประเด็นที่ตามมาในทางปฏิบัติคือองค์กรต้องสอบกลับได้ว่าตัวเลขแต่ละตัวมาจากไหน และต้องทบทวนว่ายังเป็นปัจจุบันอยู่หรือไม่

เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิดคือสาระสำคัญเปลี่ยนได้ตลอดเวลา น้ำท่วม ไฟป่า หรือข้อพิพาทด้านแรงงานเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ องค์กรจึงควรมีกระบวนการทบทวนผลกระทบด้าน ESG เป็นระยะ ไม่ใช่ประเมินครั้งเดียวตอนเริ่มทำรายงานแล้วใช้ยาวสามปี

ขั้นตอน สิ่งที่ต้องทำให้ชัด
ชี้บ่งให้ครบก่อน ลงรายการผลกระทบทั้งหมดที่เป็นไปได้ ก่อนตัดสินว่าอะไรสำคัญ
ระบุทิศทาง แยกให้ชัดว่าเป็นผลจากองค์กรสู่ภายนอก หรือจากภายนอกสู่องค์กร
ประเมินทั้งสองแกน พิจารณาทั้งผลทางการเงินและผลที่ไม่ใช่การเงิน
ตรวจสอบที่มาข้อมูล ระบุแหล่ง ความทันสมัย และวิธีทวนสอบของข้อมูลที่ใช้
ทบทวนเป็นระยะ กำหนดรอบทบทวน และมีวิธีรับเหตุที่เกิดระหว่างรอบ
บันทึกเหตุผลการตัดออก ประเด็นที่ประเมินแล้วไม่ถือว่ามีสาระสำคัญ ต้องอธิบายได้ว่าเพราะอะไร

สาระสำคัญไม่เท่ากันในทุกองค์กร

เอกสารระบุว่าสาระสำคัญอาจจำเพาะกับองค์กร กับภาคอุตสาหกรรม หรือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แปลว่าการลอกรายการประเด็นสาระสำคัญของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันมาใช้ทั้งชุดเป็นวิธีที่เสี่ยง เพราะบริบทของพื้นที่ตั้ง ห่วงโซ่อุปทาน และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างกัน

อีกประเด็นที่ควรระวังคือผลกระทบที่มีสาระสำคัญอาจเป็นเรื่องที่รับรู้กันหรือเกิดขึ้นจริง อาจเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และอาจเป็นเรื่องในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต การประเมินที่ดูเฉพาะข้อมูลปีล่าสุดจึงยังไม่ครบตามเจตนา

อ่านภาพรวมของกรอบ IWA 48 ได้ที่บทความ IWA 48:2024 คืออะไร

คำถามที่ควรตอบได้

  • การประเมินสาระสำคัญขององค์กรครอบคลุมทั้งมุมผลกระทบต่อภายนอกและผลกระทบจากภายนอกหรือไม่ (ที่มา ข้อ 4.5.2)
  • ประเด็นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกังวลแต่องค์กรไม่ได้รายงาน มีเหตุผลที่อธิบายได้หรือไม่ (ที่มา ข้อ 4.5.1)
  • ข้อมูลที่ใช้ประเมินมาจากแหล่งใด สอบกลับได้หรือไม่ และทันสมัยเพียงใด (ที่มา ข้อ 4.5.1)
  • องค์กรทบทวนสาระสำคัญตามรอบใด และรับมืออย่างไรเมื่อเกิดเหตุระหว่างรอบ (ที่มา ข้อ 4.5.1)
  • องค์กรแยกได้หรือไม่ว่าประเด็นใดมีสาระสำคัญทางการเงิน และประเด็นใดไม่ใช่ (ที่มา ข้อ 4.5.2)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรมด้านความยั่งยืนและระบบบริหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand