หลักการรายงาน ESG และการให้ความเชื่อมั่น ตาม IWA 48:2024 ข้อ 9

ภาพปกบทความ หลักการรายงาน ESG และการให้ความเชื่อมั่น ตาม IWA 48:2024 ข้อ 9
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 9 ของ IWA 48:2024 ว่าด้วยการรายงาน ESG โดยข้อ 9.2 วางหลักการรายงานที่ทำให้ข้อมูลที่รายงานมีความซื่อตรงและเชื่อถือได้ ส่วนข้อ 9.3 ว่าด้วยการให้ความเชื่อมั่น (assurance) ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้คำกล่าวอ้างขององค์กรมีน้ำหนักในสายตาคนนอก ประโยคที่ควรจำจากข้อ 9.3 คือไม่มีผู้ตรวจรายใดที่จะให้ความเชื่อมั่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เพราะหลักฐานด้าน ESG มีสมมติฐานและความไม่แน่นอนอยู่เสมอ

หลักการนำทางสำหรับการรายงาน

ข้อ 9.2.2 ให้หลักการที่ควรใช้เมื่อวางโครงการรายงาน สรุปเป็นเจตนาได้ว่า การรายงานควรโฟกัสเชิงกลยุทธ์และอิงสาระสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ และค่านิยมขององค์กร ควรใช้วิธีที่ทำได้จริงกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจขององค์กรโดยชั่งน้ำหนักต้นทุนกับประโยชน์ และควรใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด ทุกภาคส่วน และทุกพื้นที่

ในด้านคุณภาพข้อมูล หลักการเรียกร้องมาตรวัดที่อิงหลักฐาน สมเหตุสมผลและเชื่อถือได้ พร้อมการผนวกข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อให้เกิดข้อมูลเชิงลึกที่ใช้ตัดสินใจได้จริง และเรียกร้องความสามารถในการเปรียบเทียบระหว่างองค์กรประเภทเดียวกันหรือภาคส่วนเดียวกัน เช่น การกำหนดฐานเริ่มต้นหรือการเทียบเคียง

อีกสองเรื่องที่มักถูกอ่านข้ามคือ การเคารพแนวปฏิบัติที่ดีเรื่องการสื่อสารและการหารือระหว่างฝ่ายบริหารกับผู้แทนพนักงานในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง และการเคารพความลับของข้อมูลเมื่อรายงาน โดยไม่ใช้ความลับเป็นข้ออ้างจนจำกัดการเปิดเผยเกินสมควร

ความถูกต้องคือหลักการเฉพาะข้อแรก

ข้อ 9.2.3 แยกหลักการเฉพาะออกมาอีกชุด โดยข้อแรกคือความถูกต้อง องค์กรควรรายงานข้อมูลที่เป็นจริง ทวนสอบได้หรือยืนยันความถูกต้องได้ และมีรายละเอียดเพียงพอให้ทบทวนผลกระทบด้าน ESG ขององค์กรได้

เหตุผลที่เอกสารเน้นเรื่องนี้คือข้อมูลที่ไม่ครบหรือไม่ถูกต้องนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเอนเอียง ซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดกับผู้ใช้ข้อมูล ไม่ใช่แค่กับองค์กรที่รายงาน

กรณีสมมติ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แห่งหนึ่งในชลบุรี (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) รายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเทียบกับปีฐานที่เลือกไว้ แต่ในปีฐานนั้นบริษัทมีคลังสินค้าน้อยกว่าปัจจุบันหนึ่งแห่ง

ตัวเลขที่รายงานจึงถูกต้องตามการคำนวณ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้อย่างมีความหมาย

กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าหลักความถูกต้องกับหลักความสามารถในการเปรียบเทียบต้องทำงานคู่กัน การเปิดเผยว่าขอบเขตเปลี่ยนไปอย่างไรจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานที่ครบถ้วน ไม่ใช่ส่วนเสริม

ความเชื่อมั่นสองระดับ

ข้อ 9.3 อธิบายว่าการให้ความเชื่อมั่นควรใช้แนวทางที่อิงหลักฐาน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างตามความเสี่ยงเพื่อยืนยันความถูกต้องหรือทวนสอบหลักฐาน และควรตกลงระดับความเชื่อมั่นกันก่อนเริ่มงาน

ระดับความเชื่อมั่นแบ่งเป็นแบบสมเหตุสมผล (reasonable assurance) กับแบบจำกัด (limited assurance) ความต่างอยู่ที่ความลึกของการทำความเข้าใจและการวิเคราะห์ที่ต้องใช้ เช่น การดูเพียงบัญชีก๊าซเรือนกระจกกับข้อมูลพื้นฐาน เทียบกับการทดสอบการควบคุมอย่างกว้างขวาง การประเมินสมมติฐานที่อยู่เบื้องหลัง และการทดสอบระบบจัดการข้อมูล ระดับที่เลือกยังขึ้นกับทรัพยากรและต้นทุนที่ใช้ได้

ประเด็น สิ่งที่ต้องทำให้ชัด
ตกลงระดับก่อนเริ่ม กำหนดระดับความเชื่อมั่นและขอบเขตงานก่อนเริ่มยืนยันและทวนสอบ
อิงหลักฐาน ใช้การสุ่มตัวอย่างตามความเสี่ยง ไม่ใช่สุ่มแบบเท่ากันทั้งหมด
ความเป็นอิสระ ผู้ให้ความเชื่อมั่นต้องเป็นกลางและไม่ถูกชี้นำ
นำเสนออย่างเป็นธรรม รายงานผลตามจริง รวมถึงอุปสรรคสำคัญที่พบระหว่างทาง
ยอมรับความไม่แน่นอน ไม่มีการให้ความเชื่อมั่นใดที่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์
เตรียมข้อมูลให้พร้อม องค์กรมีหน้าที่นำเสนอคำกล่าวอ้างและหลักฐานในรูปแบบที่ให้ความเชื่อมั่นได้

หลักการที่ผู้ให้ความเชื่อมั่นต้องยึด

เอกสารระบุชุดหลักการสำหรับการให้ความเชื่อมั่นไว้ ครอบคลุมความซื่อตรง ความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม ความเปิดเผย ความสามารถทางวิชาชีพและความระมัดระวังตามควร พฤติกรรมทางวิชาชีพ ความเป็นอิสระ ความรับผิดชอบ การตอบสนองต่อข้อร้องเรียน การใช้แนวทางที่อิงความเสี่ยง และการรักษาความลับ

ชุดหลักการนี้จะคุ้นตาสำหรับผู้ที่ทำงานกับการตรวจประเมินระบบบริหาร เพราะเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้กับผู้ตรวจประเมินโดยทั่วไป ซึ่งช่วยให้องค์กรที่มีระบบ ISO อยู่แล้วต่อยอดไปสู่การรายงาน ESG ได้ง่ายขึ้น

อ่านเรื่องความต่างระหว่างการตรวจสอบความสอดคล้องกับการรับรองได้ที่บทความ Compliance กับ Conformity ต่างกันอย่างไรใน ESG

คำถามที่ควรตอบได้

  • รายงาน ESG ขององค์กรอิงสาระสำคัญและสอดคล้องกับกลยุทธ์จริงหรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • ข้อมูลที่รายงานทวนสอบได้หรือยืนยันความถูกต้องได้หรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.2.3.1)
  • เมื่อขอบเขตหรือปีฐานเปลี่ยน องค์กรเปิดเผยไว้อย่างไร (ที่มา ข้อ 9.2.2)
  • องค์กรต้องการความเชื่อมั่นระดับใด และตกลงกับผู้ให้ความเชื่อมั่นไว้ก่อนเริ่มหรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.3)
  • องค์กรเข้าใจหรือไม่ว่าความเชื่อมั่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีอยู่จริงในบริบท ESG (ที่มา ข้อ 9.3)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรมด้านความยั่งยืนและระบบบริหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand