ISO 22002-1:2025 คือโปรแกรมพื้นฐาน (prerequisite programmes หรือ PRPs) สำหรับการผลิตอาหาร สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในฉบับนี้คือ ตัวเอกสารระบุไว้ในขอบข่ายเลยว่าให้ใช้ ร่วมกับ ISO 22002-100 และเมื่อเปิดดูจริงจะพบว่าหลายข้อของเล่มนี้เขียนสั้นมาก เพราะโยนข้อกำหนดไปไว้ที่ ISO 22002-100 โรงงานที่ถือเฉพาะเล่ม 22002-1 ไว้ในมือจึงยังไม่ครบ และนี่คือประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบก่อนวางแผนงานปีนี้
เล่มเดียวไม่พออีกต่อไป
ขอบข่ายของ ISO 22002-1:2025 ระบุว่าเอกสารนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับการจัดทำ นำไปปฏิบัติ และคงไว้ซึ่งโปรแกรมพื้นฐาน เพื่อควบคุมอันตรายด้านความปลอดภัยอาหารในการผลิตอาหาร โดยระบุชัดว่าเป็นการใช้ร่วมกับ ISO 22002-100 และเอกสารนี้ใช้ได้กับทุกองค์กรไม่ว่าจะมีขนาดหรือความซับซ้อนเพียงใด แต่ไม่ใช้กับส่วนอื่นของห่วงโซ่อุปทานอาหาร
ในทางปฏิบัติ โครงสร้างแบบนี้แปลว่า ISO 22002-100 ทำหน้าที่เป็นฐานร่วมสำหรับห่วงโซ่อาหาร อาหารสัตว์ และบรรจุภัณฑ์ ส่วน ISO 22002-1 เก็บเฉพาะเรื่องที่จำเพาะกับการผลิตอาหารจริง ๆ เอาไว้ วิธีอ่านที่ถูกต้องจึงเป็นการอ่านสองเล่มคู่กันทีละข้อ ไม่ใช่อ่านเล่มใดเล่มหนึ่งจบแล้วถือว่าเข้าใจครบ
ข้อไหนที่เล่มนี้ยังเขียนเอง
เมื่อไล่ดูทั้งเล่มจะเห็นรูปแบบชัดเจน ข้อที่เป็นเรื่องกายภาพของอาคาร สถานที่ สาธารณูปโภคทั่วไป การควบคุมสัตว์พาหะ การจัดการของเสีย ความเหมาะสมของเครื่องมือ การจัดเก็บและขนส่ง สุขลักษณะส่วนบุคคล การป้องกันการก่อวินาศกรรมอาหารและการฉ้อฉลอาหาร ล้วนอ้างไปที่ ISO 22002-100
ส่วนที่ ISO 22002-1:2025 ยังเขียนข้อกำหนดของตัวเองไว้ คือกลุ่มที่จำเพาะกับการผลิตอาหารและมีรายละเอียดทางเทคนิคสูง
| ข้อ | สาระที่เล่มนี้กำหนดเพิ่มเอง |
|---|---|
| 6.2 น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำ | คุณภาพน้ำที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ น้ำสำหรับทำความสะอาด และการควบคุมคลอรีนตกค้าง |
| 6.6 สารเคมีหม้อไอน้ำ | ต้องเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุมัติ หรือได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล |
| 10 การจัดการวัสดุที่จัดซื้อ | ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการผลิตอาหาร |
| 12.2 ถึง 12.5 การป้องกันการปนเปื้อน | จุลินทรีย์ สารก่อภูมิแพ้ กายภาพ และเคมี เขียนไว้ครบทั้งสี่ด้าน |
| 13.3 และ 13.4 การทำความสะอาด | โปรแกรมทำความสะอาดและระบบทำความสะอาดแบบไม่ถอดชิ้นส่วน |
| 17 งานแก้ไข | การจัดเก็บ ชี้บ่ง สอบกลับ และการนำกลับมาใช้ |
ผลคือหัวข้อการควบคุมสัตว์พาหะในคู่มือเหลือเพียงประโยคสั้น ๆ เพราะในเล่มเขียนแค่ว่าให้ใช้ข้อกำหนดของอีกเล่มหนึ่ง
เมื่อถูกตรวจประเมิน ผู้ตรวจขอดูว่าโปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะครอบคลุมการป้องกันการเข้าถึง แหล่งอาศัย การเฝ้าระวังและตรวจจับ และการควบคุมกำจัดอย่างไร ซึ่งเป็นสาระที่อยู่ในอีกเล่ม โรงงานจึงตอบไม่ได้ ทั้งที่คู่มืออ้างเลขข้อครบทุกข้อ
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มปรับระบบ
ขั้นแรกคือจัดหาเอกสารให้ครบทั้งสองเล่มและกำหนดผู้รับผิดชอบว่าใครถือเล่มใด ขั้นที่สองคือทำตารางเทียบข้อระหว่างสองเล่ม เพื่อให้ทีมรู้ว่าข้อใดต้องไปอ่านที่ไหน ขั้นที่สามคือทบทวนคู่มือโปรแกรมพื้นฐานเดิมว่าข้อความที่เขียนไว้ยังตอบข้อกำหนดที่ย้ายไปอยู่อีกเล่มได้หรือไม่
อีกเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่ต้นคือการยกเว้นข้อกำหนด เอกสารเปิดช่องให้ยกเว้นได้ แต่ต้องมีเหตุผลสนับสนุนที่เพียงพอ และต้องแสดงได้ว่าการยกเว้นนั้นไม่ส่งผลเสียต่อความปลอดภัยอาหาร การยกเว้นโดยไม่มีเหตุผลบันทึกไว้จึงเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามได้ทันที
ผลต่อโรงงานที่ทำ FSSC 22000
สำหรับโรงงานที่ใช้ ISO 22002-1 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรับรอง การเปลี่ยนฉบับหมายถึงต้องตรวจสอบว่าเอกสารอ้างอิงในระบบของตัวเองชี้ไปที่ฉบับใด และต้องปรับให้ตรงกับที่โครงการรับรองกำหนด รวมถึงต้องเผื่อเวลาสำหรับการอบรมทีมใหม่ เพราะโครงสร้างเอกสารเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร
อ่านเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองบทของ Codex ที่เป็นรากของโปรแกรมพื้นฐานได้ที่บทความ GHPs กับ HACCP สัมพันธ์กันอย่างไร
คำถามที่ควรตอบได้
- องค์กรมีเอกสารครบทั้ง ISO 22002-1:2025 และ ISO 22002-100 หรือไม่ (ที่มา ข้อ 1 และข้อ 2)
- คู่มือโปรแกรมพื้นฐานของเราตอบข้อกำหนดที่อยู่ในเล่ม 22002-100 ได้ครบหรือไม่ (ที่มา ข้อ 1)
- มีตารางเทียบข้อระหว่างสองเล่มให้ทีมใช้อ้างอิงหรือไม่ (ที่มา ข้อ 2)
- ข้อกำหนดใดที่องค์กรยกเว้น และมีเหตุผลสนับสนุนบันทึกไว้หรือไม่ (ที่มา ข้อ 1)
- เอกสารอ้างอิงในระบบชี้ไปที่ฉบับปีใด และตรงกับที่โครงการรับรองกำหนดหรือไม่ (ที่มา ข้อ 2)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22002-1:2025 และโปรแกรมพื้นฐาน
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)
วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)
- ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
- ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
- ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
- เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA
ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
GHPs / HACCP ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร
EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย
หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน
อ่านต่อเกี่ยวกับมาตรฐานนี้: ความปลอดภัยอาหาร GHPs, HACCP, ISO 22000, FSSC 22000, BRCGS

ISO 22000 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ: เมื่อประกาศกระทรวงและข้อกำหนดของลูกค้าเป็นเอกสารของระบบ
ISO 22000 ข้อ 4.4 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร: กริยา “ปรับให้ทันสมัย” ที่มีเพิ่มจากโครงสร้างร่วม
ISO 22000 ข้อ 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง: เมื่อการเปลี่ยนตัวบุคคลเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบ