หลักสูตร CQI-30 คืออะไร? การประเมินระบบการผสมยางคอมพาวด์และการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์

หลักสูตร CQI-30 คืออะไร? การประเมินระบบการผสมยางคอมพาวด์และการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ | EQA Thailand
วิศวกรตรวจสอบชิ้นส่วนยางในโรงงานผลิตยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ตามมาตรฐาน CQI-30

การผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องควบคุมหลายปัจจัย ตั้งแต่วัตถุดิบ สูตรยาง การชั่งและจ่ายสาร การผสมยางคอมพาวด์ การจัดเก็บ การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ การวัลคาไนซ์ การตรวจสอบ ไปจนถึงการทดสอบสมบัติของผลิตภัณฑ์

แม้ชิ้นงานยางจะมีรูปร่างภายนอกปกติ แต่สมบัติของวัสดุอาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนด หากสูตรหรือสภาวะกระบวนการคลาดเคลื่อน เช่น

  • ความแข็งไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
  • ความต้านทานแรงดึงต่ำ
  • การยืดตัวผิดปกติ
  • การวัลคาไนซ์ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป
  • การยึดติดระหว่างยางกับโลหะหรือพลาสติกไม่เหมาะสม
  • ยางคอมพาวด์เกิดการปนเปื้อนหรือใช้เกินอายุ

CQI-30 การประเมินระบบกระบวนการผลิตยาง—การผสมและการขึ้นรูป ฉบับที่ 1 (CQI-30 Rubber Processing System Assessment—Mixing & Molding, 1st Edition) จึงใช้เป็นแนวทางประเมินว่ากระบวนการผลิตยางได้รับการวางแผน ควบคุม ตรวจสอบ และจัดเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบหรือไม่

CQI-30 คืออะไร?

CQI-30 เป็นแบบประเมินกระบวนการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนยาง โดยเน้น 2 กลุ่มกระบวนการหลัก ได้แก่

  • การผสมยางคอมพาวด์ (Rubber Mixing)
  • การขึ้นรูปยางด้วยแม่พิมพ์ (Rubber Molding)

หน้าปกแบบประเมินกำหนดให้โรงงานระบุประเภทกระบวนการที่ดำเนินการ เช่น

  • การฉีดขึ้นรูปยาง (Injection Molding)
  • การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน (Transfer Molding)
  • การอัดขึ้นรูปยาง (Compression Molding)
  • การผสมยางคอมพาวด์ (Mixing)

รวมถึงข้อมูลสถานประกอบการ วันที่ประเมิน ผู้ประเมิน และจำนวนประเด็นที่ต้องแก้ไข

Rubber Compounding และ Rubber Mixing ต่างกันอย่างไร?

คำสองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ควรใช้แทนกันทั้งหมด

การออกสูตรและเตรียมยางคอมพาวด์

การเตรียมสูตรยางคอมพาวด์ (Rubber Compounding) หมายถึงการกำหนดชนิดและสัดส่วนของวัตถุดิบ เช่น

  • ยางดิบ
  • สารตัวเติม
  • น้ำมัน
  • สารช่วยการแปรรูป
  • สารป้องกันการเสื่อม
  • สารเร่ง
  • สารวัลคาไนซ์

เป้าหมายคือกำหนดสูตรให้ได้สมบัติของยางตรงตามการใช้งาน

การผสมยางคอมพาวด์

การผสมยางคอมพาวด์ (Rubber Mixing) หมายถึงการนำวัตถุดิบตามสูตรเข้าสู่เครื่องผสม และควบคุมปัจจัย เช่น ลำดับการเติม เวลา อุณหภูมิ และสภาวะการผสม

ดังนั้น สูตรที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากการชั่ง การเติม หรือการผสมไม่เป็นไปตามวิธีที่กำหนด

CQI-30 เหมาะกับโรงงานประเภทใด?

CQI-30 เหมาะกับสถานประกอบการที่มีกระบวนการเกี่ยวข้องกับการผลิตยาง เช่น

  • การเตรียมอีลาสโตเมอร์
  • การเตรียมผ้าและสิ่งทอ
  • การรีดแผ่นและการเคลือบยาง
  • การเคลือบสารละลายบนสิ่งทอ
  • การเตรียมและผสมยางคอมพาวด์
  • การฉีดขึ้นรูปยาง
  • การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน
  • การอัดขึ้นรูปยาง
  • การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ยางเสริมสิ่งทอ
  • การขึ้นรูปชิ้นงานยางประกอบกับโลหะหรือพลาสติก
  • การเตรียมผิววัสดุฐานก่อนการยึดติด

ขอบเขตดังกล่าวปรากฏอยู่ในส่วนข้อมูลทั่วไปและการสำรวจก่อนการประเมินของเอกสารหลักสูตร

โครงสร้างของแบบประเมิน CQI-30

แบบประเมิน CQI-30 แบ่งออกเป็น 8 ส่วนหลัก ได้แก่

ส่วน หัวข้อการประเมิน
1 ข้อมูลทั่วไปและการสำรวจก่อนการประเมิน
2 ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารและการวางแผนคุณภาพ
3 การตรวจประเมินงานจริง
4 การผสมยางคอมพาวด์
5 การตรวจสอบและการทดสอบ
6 อาคารสถานที่และเครื่องจักรอุปกรณ์
7 การขึ้นรูปยางด้วยแม่พิมพ์
8 การเตรียมผิววัสดุฐาน

โครงสร้างนี้แสดงให้เห็นว่า CQI-30 ไม่ได้ประเมินเฉพาะเครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมทั้งระบบบริหารคุณภาพ บุคลากร กระบวนการผลิต ห้องปฏิบัติการ และหลักฐานการปฏิบัติงานจริง

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปและการสำรวจก่อนการประเมิน

ส่วนแรกใช้กำหนดขอบเขตและความสามารถของโรงงาน รวมถึงวิธีการวัลคาไนซ์ที่ใช้งาน

การวัลคาไนซ์คืออะไร?

การวัลคาไนซ์หรือการคงรูปยาง (Vulcanization/Curing) คือกระบวนการที่ทำให้โครงสร้างโมเลกุลของยางเกิดการเชื่อมโยง ส่งผลให้ยางมีความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความทนทานตามที่กำหนด

วิธีหลักในการวัลคาไนซ์ที่กล่าวถึงในเอกสาร ได้แก่

  • การวัลคาไนซ์ในหม้อนึ่งความดัน (Autoclave)
  • การวัลคาไนซ์ภายในแม่พิมพ์ (In-Mold Curing)
  • การวัลคาไนซ์หรืออบในเตา (Oven Curing)

หลังจากนั้น อาจมีกระบวนการต่อเนื่อง เช่น

  • การอบหลังวัลคาไนซ์ (Post Cure)
  • การกำจัดครีบยาง (Deflashing)
  • การตัดแต่งชิ้นงานหลังขึ้นรูป
  • การตรวจสอบและทดสอบผลิตภัณฑ์

คำว่า Curing ในบริบทอุตสาหกรรมยางจึงควรแปลว่า “การวัลคาไนซ์” หรือ “การคงรูปยาง” ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “การอบ” เพราะกระบวนการไม่ได้มีเฉพาะการให้ความร้อน

ส่วนที่ 2 ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารและการวางแผนคุณภาพ

ต้องมีผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ด้านกระบวนการยาง

องค์กรต้องกำหนดผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รับผิดชอบด้านการผสมและการขึ้นรูปยางอย่างชัดเจน

ผู้ประเมินจะพิจารณาเรื่อง เช่น

  • ชื่อและตำแหน่ง
  • ตำแหน่งในผังองค์กร
  • หน้าที่และความรับผิดชอบ
  • การศึกษาและประสบการณ์
  • ประสบการณ์ในโรงงานผสมหรือขึ้นรูปยาง
  • สถานะการทำงานประจำในสถานที่รับการประเมิน

การวางแผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า

องค์กรต้องนำการวางแผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า (Advanced Product Quality Planning: APQP) มาใช้ในการเตรียมกระบวนการผลิต

หัวข้อที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • การศึกษาความเป็นไปได้ก่อนเริ่มผลิต
  • ความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • ความสามารถในการควบคุมกระบวนการ
  • ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และลูกค้า
  • การควบคุมการเปลี่ยนแปลงหลังการอนุมัติ PPAP

กำหนดให้ตรวจสอบทั้งการศึกษาความเป็นไปได้และขั้นตอนควบคุมการเปลี่ยนแปลงหลัง PPAP

FMEA ต้องเป็นปัจจุบันและตรงกับกระบวนการจริง

การวิเคราะห์รูปแบบความล้มเหลวและผลกระทบ (Failure Mode and Effects Analysis: FMEA) ต้องสะท้อนกระบวนการที่ใช้งานอยู่

ผู้ประเมินต้องตรวจสอบว่า

  • FMEA จัดทำโดยทีมที่เกี่ยวข้อง
  • ครอบคลุมตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงการส่งมอบ
  • สอดคล้องกับแผนควบคุมและวิธีปฏิบัติงาน
  • ระบุคุณลักษณะพิเศษขององค์กรและลูกค้า
  • ได้รับการทบทวนเมื่อเกิดปัญหาหรือมีการเปลี่ยนแปลง

FMEA ต้องเชื่อมโยงกับแผนควบคุม วิธีปฏิบัติงาน และใบสั่งผลิต

แผนควบคุมต้องครอบคลุมพารามิเตอร์สำคัญ

แผนควบคุม (Control Plan) ต้องครอบคลุมตั้งแต่การรับวัตถุดิบจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์

ข้อมูลที่ควรกำหนด ได้แก่

  • คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุม
  • พารามิเตอร์กระบวนการ
  • วิธีตรวจสอบ
  • เครื่องมือวัด
  • ขนาดตัวอย่าง
  • ความถี่ในการตรวจ
  • เกณฑ์การยอมรับ
  • แผนตอบสนองเมื่อผลไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

ขนาดตัวอย่างและความถี่ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดขั้นต่ำในตารางกระบวนการ

มาตรฐานและข้อกำหนดต้องเป็นฉบับปัจจุบัน

องค์กรต้องควบคุมมาตรฐานและข้อมูลจำเพาะที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • SAE
  • AIAG
  • ASTM
  • ข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า
  • แบบผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลจำเพาะของวัสดุ
  • วิธีทดสอบ

ต้องมีระบบติดตาม ทบทวน และสื่อสารข้อกำหนดที่ได้รับการแก้ไข รวมถึงระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

ต้องมีวิธีปฏิบัติงานที่ผู้ปฏิบัติงานเข้าถึงได้

วิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction: WI) ต้องระบุค่าควบคุมที่จำเป็นสำหรับชิ้นส่วน ตระกูลชิ้นส่วน หรือกระบวนการ

เอกสารอาจอยู่ในรูปของ

  • คู่มือการทำงาน
  • ใบงาน
  • สูตรในระบบคอมพิวเตอร์
  • เอกสารควบคุมอื่นที่เทียบเท่า

กำหนดให้ WI ครอบคลุมพารามิเตอร์การทำงานที่เกี่ยวข้องและพร้อมใช้ ณ จุดปฏิบัติงาน

ต้องศึกษาความสามารถของกระบวนการ

องค์กรต้องศึกษาความสามารถเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการ เช่น ค่า Ppk และต้องศึกษาใหม่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น

  • การย้ายเครื่องจักร
  • การติดตั้งอุปกรณ์ใหม่
  • การเปลี่ยนสูตรหรือสารเคมี
  • การเปลี่ยนเครื่องมือครั้งใหญ่
  • การปรับเปลี่ยนกระบวนการที่มีนัยสำคัญ

เมื่อค่าความสามารถไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ต้องมีขั้นตอนตอบสนองที่ชัดเจน

ต้องประเมิน CQI-30 อย่างน้อยทุก 12 เดือน

กำหนดให้ดำเนินการประเมินภายในอย่างน้อยทุก 12 เดือน และใช้แบบประเมิน CQI-30 ฉบับล่าสุด

ส่วนที่ 3 การตรวจประเมินงานจริง

การตรวจประเมินงานจริง (Job Audit) คือการเลือกผลิตภัณฑ์หรือคำสั่งผลิตจริงขึ้นมาตรวจสอบตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ

หลักฐานที่ต้องตรวจสอบอาจประกอบด้วย

  • การทบทวนสัญญา
  • APQP
  • FMEA
  • แผนควบคุม
  • ข้อกำหนดของแม่พิมพ์
  • การตรวจรับวัตถุดิบ
  • หมายเลขชิ้นส่วนและหมายเลขล็อต
  • การชี้บ่งระหว่างกระบวนการ
  • การสอบกลับได้
  • ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์
  • ฉลากและภาชนะบรรจุ
  • การอนุมัติปล่อยผลิตภัณฑ์

เอกสารกำหนดให้ Job Audit ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อกำหนด เอกสาร และการผลิตจริง

ส่วนที่ 4 การผสมยางคอมพาวด์

การผสมยางคอมพาวด์เป็นกระบวนการนำยางดิบ สารตัวเติม น้ำมัน สารช่วยการแปรรูป สารเร่ง และสารวัลคาไนซ์มาผสมตามสูตร เพื่อให้ได้ยางคอมพาวด์ที่มีสมบัติพร้อมสำหรับการขึ้นรูป

การควบคุมวัตถุดิบและสูตร

องค์กรต้องควบคุมเรื่องสำคัญ เช่น

  • ชนิดและเกรดของยางดิบ
  • ชนิดของสารเคมี
  • หมายเลขล็อต
  • อายุการเก็บรักษา
  • สภาพการจัดเก็บ
  • สูตรที่ได้รับอนุมัติ
  • การเปลี่ยนแปลงสูตร
  • การสอบกลับได้ของวัตถุดิบ

การชั่งและจ่ายสาร

การชั่งวัตถุดิบต้องดำเนินการด้วยเครื่องชั่งที่เหมาะสมและได้รับการสอบเทียบ

ต้องมีการป้องกัน

  • การใช้วัตถุดิบผิดชนิด
  • การชั่งผิดน้ำหนัก
  • การสลับสูตร
  • การตกหล่นของส่วนประกอบ
  • การปนเปื้อนระหว่างสูตร

วัตถุดิบที่ชั่งแล้วควรได้รับการชี้บ่งสูตร หมายเลขแบตช์ น้ำหนัก และสถานะให้ชัดเจน

การควบคุมยางคอมพาวด์แต่ละแบตช์

ยางคอมพาวด์แต่ละแบตช์ต้องสามารถเชื่อมโยงกับ

  • สูตร
  • หมายเลขแบตช์
  • ล็อตวัตถุดิบ
  • วันที่และเวลาผสม
  • เครื่องจักร
  • ผู้ปฏิบัติงาน
  • ผลการทดสอบ
  • สถานะผ่านหรือไม่ผ่าน

กำหนดให้ตรวจวัดคุณลักษณะสำคัญของแต่ละแบตช์ รวมถึงควบคุมเครื่องมือวัดและความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน

การอนุมัติยางคอมพาวด์ก่อนใช้งาน

ยางคอมพาวด์ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติผลการทดสอบต้องไม่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการขึ้นรูป

ยางคอมพาวด์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดต้องได้รับการ

  • แบ่งแยก
  • ชี้บ่งสถานะ
  • ป้องกันการนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ทบทวนโดยผู้มีอำนาจ
  • บันทึกผลการตัดสินใจ
  • รักษาการสอบกลับได้

กำหนดให้ผลการทดสอบสามารถสอบกลับได้ และต้องมีผู้ผ่านการฝึกอบรมอนุมัติสถานะของแบตช์

ส่วนที่ 5 การตรวจสอบและการทดสอบ

CQI-30 ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทดสอบทั้งยางคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

เครื่องมือทดสอบที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเครื่องมือที่ระบุในเอกสาร ได้แก่

  • เครื่องผสมยางแบบสองลูกกลิ้ง (Two-Roll Mill)
  • เครื่องอัดขึ้นรูปชิ้นทดสอบ
  • แม่พิมพ์แผ่นทดสอบตาม ASTM D3182
  • เตาอบตาม ASTM E145
  • เครื่องรีโอมิเตอร์ทดสอบการวัลคาไนซ์
  • เครื่องวัดความหนืดมูนนี (Mooney Viscometer)
  • เครื่องทดสอบแรงแบบสากล
  • เครื่องวัดความแข็ง

การทดสอบสมบัติแรงดึง

เอกสารอ้างอิงมาตรฐาน ASTM D412 และ ISO 37 สำหรับการทดสอบสมบัติแรงดึงของยาง

ผลการทดสอบอาจครอบคลุม

  • ความต้านทานแรงดึง
  • การยืดตัวเมื่อขาด
  • มอดูลัสที่ค่าการยืดตัวที่กำหนด

การทดสอบความแข็ง

มาตรฐานที่กล่าวถึง ได้แก่

  • ASTM D2240
  • ASTM D1415
  • ISO 7619

การทดสอบการเสียรูปถาวรจากแรงอัด

การทดสอบการเสียรูปถาวรหลังรับแรงอัด (Compression Set) อาจอ้างอิง ASTM D395

การทดสอบพฤติกรรมการวัลคาไนซ์

เครื่องรีโอมิเตอร์ทดสอบการวัลคาไนซ์ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของยางคอมพาวด์ เช่น

  • เวลาเริ่มวัลคาไนซ์
  • ค่า Ts2
  • ค่า Tc50
  • ค่า Tc90
  • ค่าแรงบิดต่ำสุด
  • ค่าแรงบิดสูงสุด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินว่ายางคอมพาวด์มีพฤติกรรมการคงรูปตรงตามข้อกำหนดหรือไม่

การวัดความหนืดมูนนี

เครื่องวัดความหนืดมูนนีใช้ประเมินลักษณะการไหลและความสามารถในการแปรรูปของยางคอมพาวด์

ค่าที่ผิดปกติอาจบ่งชี้ถึงความแตกต่างของวัตถุดิบ การผสม หรือสภาพของยางคอมพาวด์

ส่วนที่ 6 อาคารสถานที่และเครื่องจักรอุปกรณ์

การควบคุมความสะอาดและการปนเปื้อน

ต้องควบคุมไม่ให้ยางคอมพาวด์ วัตถุดิบ หรือสารเคมีต่างสูตรเกิดการปะปนกัน

ประเด็นที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • เครื่องมือทำความสะอาดเฉพาะ
  • วิธีทำความสะอาดเครื่องผสมและเครื่องรีด
  • การตรวจยืนยันหลังทำความสะอาด
  • การควบคุมเมื่อเปลี่ยนสูตรหรือหมายเลขชิ้นส่วน
  • การจัดเก็บเครื่องมือ
  • ระบบระบายอากาศ

การใช้หลักการตรวจสอบโดยบุคคลสองคนหรือ “การตรวจแบบสี่ตา” เพื่อยืนยันความสะอาดระหว่างการเปลี่ยนสูตรหรือผลิตภัณฑ์

การควบคุมเครื่องจักรและอะไหล่สำรอง

เครื่องจักรสำคัญต้องมี

  • แผนบำรุงรักษา
  • วิธีตรวจสอบสภาพ
  • เครื่องมือวัดที่เหมาะสม
  • เกณฑ์ยอมรับ
  • อะไหล่สำรองที่สำคัญ
  • ปริมาณอะไหล่ขั้นต่ำ
  • รายชื่อผู้ส่งมอบและระยะเวลาจัดหา

กำหนดให้มีรายการอะไหล่สำคัญ พร้อมข้อมูลสินค้าคงคลังและแนวทางรักษาปริมาณขั้นต่ำ

ส่วนที่ 7 การขึ้นรูปยางด้วยแม่พิมพ์

CQI-30 ครอบคลุมวิธีการขึ้นรูปหลัก 3 ประเภท ได้แก่

  • การอัดขึ้นรูปยาง
  • การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน
  • การฉีดขึ้นรูปยาง

การอัดขึ้นรูปยาง

การอัดขึ้นรูปยาง (Compression Molding) คือการวางยางพรีฟอร์มหรือชิ้นยางเตรียมขึ้นรูปลงในโพรงแม่พิมพ์ แล้วใช้แรงกดและความร้อนเพื่อให้ยางไหลเต็มแม่พิมพ์และเกิดการวัลคาไนซ์

ประเด็นควบคุมอาจประกอบด้วย

  • น้ำหนักของยางพรีฟอร์ม
  • ขนาดและรูปร่าง
  • ตำแหน่งการวาง
  • อุณหภูมิแม่พิมพ์
  • แรงดัน
  • เวลาวัลคาไนซ์
  • สภาพแม่พิมพ์
  • การตรวจชิ้นงานหลังขึ้นรูป

การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน

การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน (Transfer Molding) ใช้แรงดันส่งยางจากห้องป้อน ผ่านทางวิ่งเข้าสู่โพรงแม่พิมพ์

เอกสารกำหนดให้ควบคุม

  • การชี้บ่งก้อนยางป้อน
  • อายุการเก็บรักษาหรือวันใช้ก่อน
  • การเชื่อมโยงข้อมูลกับใบติดตามงาน
  • การทดสอบพฤติกรรมการวัลคาไนซ์ ณ จุดใช้งาน

การฉีดขึ้นรูปยาง

การฉีดขึ้นรูปยาง (Rubber Injection Molding) เป็นการป้อนยางเข้าสู่ชุดฉีด แล้วส่งยางเข้าสู่โพรงแม่พิมพ์ด้วยแรงดัน

เอกสารกำหนดให้ควบคุมเรื่อง เช่น

  • ขนาดและรูปทรงของแถบยางป้อนเข้าเครื่อง
  • น้ำหนักวัสดุ
  • อายุการเก็บรักษา
  • การทดสอบพฤติกรรมการวัลคาไนซ์ของแถบยาง
  • การระบุวันใช้ก่อนในใบงาน

การควบคุมยางพรีฟอร์ม

ยางพรีฟอร์ม (Rubber Preform) คือชิ้นยางที่เตรียมขนาด น้ำหนัก และรูปร่างไว้ก่อนนำเข้าสู่แม่พิมพ์

โรงงานควรควบคุม

  • น้ำหนัก
  • ขนาดและรูปร่าง
  • หมายเลขแบตช์
  • อายุการเก็บรักษา
  • สภาพการจัดเก็บ
  • ความไวต่ออุณหภูมิและความชื้น
  • การชี้บ่งสถานะ

การควบคุมชิ้นส่วนอินเสิร์ต

ผลิตภัณฑ์ยางบางประเภทมีชิ้นส่วนโลหะ พลาสติก หรือวัสดุอื่นวางอยู่ในแม่พิมพ์ เพื่อให้ยางขึ้นรูปและยึดติดกับชิ้นส่วนนั้น เรียกว่า ชิ้นส่วนอินเสิร์ต (Insert)

องค์กรต้องตรวจสอบว่า

  • ใช้หมายเลขชิ้นส่วนถูกต้อง
  • ใช้วัสดุถูกประเภท
  • ชิ้นส่วนสะอาด
  • ไม่มีการปนเปื้อน
  • ผ่านการเตรียมผิวตามข้อกำหนด
  • มีเกณฑ์ยอมรับและไม่ยอมรับ
  • ตรวจสอบ ณ จุดใช้งาน
  • จัดเก็บอย่างเหมาะสม

เอกสารกำหนดให้ตรวจอินเสิร์ต ณ จุดใช้งาน ป้องกันการปนเปื้อน และกำหนดเกณฑ์ยอมรับอย่างชัดเจน

ส่วนที่ 8 การเตรียมผิววัสดุฐาน

ผลิตภัณฑ์บางชนิดต้องยึดติดยางกับโลหะ พลาสติก หรือสิ่งทอ จึงต้องควบคุมการเตรียมผิววัสดุฐาน (Substrate Preparation)

กระบวนการอาจเกี่ยวข้องกับ

  • การขจัดคราบน้ำมัน
  • การล้างทำความสะอาด
  • การทำผิวหยาบ
  • การพ่นเม็ดขัด
  • การกำจัดฝุ่น
  • การลงสารรองพื้น
  • การลงสารยึดติด
  • การทำให้แห้ง
  • การควบคุมเวลารอก่อนขึ้นรูป
  • การป้องกันความชื้นและการปนเปื้อน

หัวใจสำคัญคือวัสดุฐานที่ผ่านการเตรียมผิวแล้วต้องได้รับการชี้บ่ง จัดเก็บ และนำไปใช้ภายในเงื่อนไขที่กำหนด

การกำจัดครีบและการตัดแต่งหลังขึ้นรูป

หลังนำชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ อาจต้องมีกระบวนการต่อเนื่อง ได้แก่

การกำจัดครีบยาง

การกำจัดครีบยาง (Deflashing) คือการนำครีบส่วนเกินที่เกิดบริเวณแนวประกบแม่พิมพ์ออก

ต้องควบคุมไม่ให้กระบวนการดังกล่าวทำให้

  • ผิวชิ้นงานเสียหาย
  • ขนาดเปลี่ยนแปลง
  • เกิดรอยฉีก
  • กระทบต่อพื้นที่ซีลหรือพื้นที่ใช้งาน

การตัดแต่งชิ้นงานหลังขึ้นรูป

การตัดแต่งชิ้นงานหลังขึ้นรูป (Post-Molding Trimming) อาจครอบคลุมการตัดส่วนเกิน การปรับขอบ หรือการตกแต่งให้ชิ้นงานเป็นไปตามแบบและข้อกำหนด

การสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์ยาง

ระบบการสอบกลับได้ (Traceability) ต้องสามารถเชื่อมโยงจากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกลับไปยังข้อมูลสำคัญ เช่น

  • สูตรยาง
  • แบตช์ยางคอมพาวด์
  • ล็อตวัตถุดิบ
  • วันที่และกะการผลิต
  • เครื่องจักร
  • แม่พิมพ์หรือโพรงแม่พิมพ์
  • ผู้ปฏิบัติงาน
  • ผลการทดสอบ
  • สถานะการอนุมัติ

การสอบกลับได้ที่มีประสิทธิผลช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ปัญหา กำหนดขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ และดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

การนำกลับมาผลิตหรือแก้ไขซ้ำ

คำว่า “การทำซ้ำ” อาจไม่ชัดเจน จึงควรแยกตามลักษณะของการดำเนินงาน

  • การทำงานซ้ำ (Rework) คือการแก้ไขผลิตภัณฑ์ให้กลับมาเป็นไปตามข้อกำหนด
  • การนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตซ้ำ (Reprocessing) คือการนำวัสดุหรือผลิตภัณฑ์กลับไปผ่านกระบวนการบางขั้นตอนอีกครั้ง

องค์กรต้องมีขั้นตอนที่เป็นเอกสาร โดยระบุ

  • งานประเภทใดอนุญาตหรือไม่อนุญาต
  • ใครเป็นผู้อนุมัติ
  • วิธีดำเนินการ
  • วิธีชี้บ่ง
  • วิธีตรวจสอบหลังดำเนินการ
  • การเก็บบันทึก
  • หลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ยังตรงตามข้อกำหนด

ข้อกำหนดดังกล่าวปรากฏอยู่ในส่วนการควบคุมการทำงานซ้ำของเอกสาร

ผู้ประเมิน CQI-30 ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

จากเอกสารหลักสูตร ผู้ประเมินควรมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • มีประสบการณ์ตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพ เช่น ISO 9001 หรือ IATF 16949
  • มีความรู้ด้านการผสมยางคอมพาวด์และการขึ้นรูปยางด้วยแม่พิมพ์
  • มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือมีการศึกษาด้านวิศวกรรมร่วมกับประสบการณ์ด้านกระบวนการยาง
  • มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือหลักด้านคุณภาพยานยนต์ เช่น APQP, FMEA, MSA, SPC และ PPAP

หลักสูตร CQI-30 เหมาะกับใคร?

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้จัดการและวิศวกรฝ่ายคุณภาพ
  • วิศวกรกระบวนการผลิตยาง
  • วิศวกรการผสมยางคอมพาวด์
  • วิศวกรการขึ้นรูปยาง
  • นักเคมีและผู้พัฒนาสูตรยาง
  • วิศวกรการผลิต
  • วิศวกรคุณภาพผู้ส่งมอบ
  • ผู้ตรวจประเมินภายใน
  • ผู้รับผิดชอบระบบ IATF 16949
  • ผู้รับผิดชอบ APQP, FMEA, Control Plan และ PPAP
  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
  • ผู้ที่ต้องประเมินผู้รับจ้างผสมหรือขึ้นรูปยาง

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้อะไร?

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เรื่องสำคัญ เช่น

  • โครงสร้างแบบประเมิน CQI-30
  • การกำหนดขอบเขตการประเมิน
  • คุณสมบัติของผู้ประเมิน
  • การวางแผนคุณภาพด้วย APQP
  • การเชื่อมโยง FMEA กับแผนควบคุม
  • การตรวจประเมินงานจริง
  • การควบคุมสูตรและวัตถุดิบ
  • การผสมยางคอมพาวด์
  • การอนุมัติยางคอมพาวด์แต่ละแบตช์
  • การทดสอบพฤติกรรมการวัลคาไนซ์
  • การวัดความหนืดมูนนี
  • การควบคุมเครื่องจักรและความสะอาด
  • การอัดขึ้นรูปยาง
  • การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน
  • การฉีดขึ้นรูปยาง
  • การควบคุมยางพรีฟอร์ม
  • การควบคุมชิ้นส่วนอินเสิร์ต
  • การเตรียมผิววัสดุฐาน
  • การสอบกลับได้
  • การจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

โรงงานควรเตรียมหลักฐานอะไรสำหรับการประเมิน CQI-30?

หลักฐานที่ควรเตรียมขึ้นอยู่กับขอบเขตของกระบวนการ เช่น

  • ข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า
  • สูตรและข้อมูลจำเพาะของยางคอมพาวด์
  • แผนผังกระบวนการ
  • APQP
  • PFMEA
  • แผนควบคุม
  • วิธีปฏิบัติงาน
  • เอกสาร PPAP
  • บันทึกการตรวจรับวัตถุดิบ
  • บันทึกการชั่งและจ่ายสาร
  • บันทึกการผสมยางคอมพาวด์
  • ผลการทดสอบแต่ละแบตช์
  • บันทึกสถานะผ่านหรือไม่ผ่าน
  • บันทึกอายุการเก็บรักษา
  • บันทึกอุณหภูมิ เวลา และแรงดัน
  • บันทึกการวัลคาไนซ์
  • ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์
  • บันทึกการสอบกลับได้
  • แผนสอบเทียบ
  • แผนบำรุงรักษา
  • บันทึกการฝึกอบรม
  • ผลการประเมิน CQI-30 ครั้งก่อน
  • หลักฐานการแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

รายการนี้เป็นแนวทางสรุปจากหลายส่วนของเอกสาร ต้องเลือกใช้ให้ตรงกับกระบวนการจริงของแต่ละโรงงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CQI-30

CQI-30 ครอบคลุมเฉพาะการขึ้นรูปยางหรือไม่?

ไม่ใช่ CQI-30 ครอบคลุมทั้งการผสมยางคอมพาวด์ การตรวจสอบและทดสอบ เครื่องจักร อาคารสถานที่ การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ และการเตรียมผิววัสดุฐาน

โรงงานที่ซื้อยางคอมพาวด์สำเร็จรูปต้องประเมินส่วนการผสมหรือไม่?

ต้องกำหนดขอบเขตจากกระบวนการจริง หากไม่ได้ผสมยางภายใน หัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาเป็นไม่ประยุกต์ใช้ แต่โรงงานยังต้องควบคุมผู้ส่งมอบ ล็อต อายุ ผลการทดสอบ และการสอบกลับได้ของยางคอมพาวด์ที่รับเข้า

CQI-30 ครอบคลุมการขึ้นรูปแบบใดบ้าง?

ครอบคลุมอย่างน้อย

  • การฉีดขึ้นรูปยาง
  • การขึ้นรูปแบบถ่ายโอน
  • การอัดขึ้นรูปยาง

รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยางเสริมวัสดุ หรือยางยึดติดกับโลหะและพลาสติก

ต้องประเมิน CQI-30 บ่อยเพียงใด?

ต้องประเมินภายในอย่างน้อยทุก 12 เดือน โดยใช้แบบประเมินฉบับล่าสุด

ยางคอมพาวด์แต่ละแบตช์ต้องได้รับการอนุมัติก่อนใช้หรือไม่?

ต้องตรวจสอบตามคุณลักษณะสำคัญ แผนควบคุม และข้อกำหนดลูกค้า พร้อมกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินสถานะผ่านหรือไม่ผ่าน

สามารถนำยางหรือชิ้นงานกลับมาผลิตหรือแก้ไขซ้ำได้หรือไม่?

ทำได้เมื่อมีขั้นตอนเป็นเอกสาร ระบุงานที่อนุญาต วิธีดำเนินการ ผู้อนุมัติ การชี้บ่ง และหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์หลังดำเนินการยังเป็นไปตามข้อกำหนด

หลักสูตร CQI-30

CQI-30 เป็นแนวทางประเมินระบบกระบวนการผลิตยาง โดยครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนคุณภาพ การควบคุมวัตถุดิบ การออกสูตรและการผสมยางคอมพาวด์ การตรวจสอบ การทดสอบ การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ การวัลคาไนซ์ และการเตรียมผิววัสดุฐาน

หัวใจสำคัญของการประเมินคือการพิสูจน์ว่าองค์กรสามารถควบคุมตัวแปรที่มีผลต่อสมบัติของยางได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถสอบกลับจากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปยังสูตร วัตถุดิบ แบตช์ เครื่องจักร ผู้ปฏิบัติงาน และผลการทดสอบได้

การประเมิน CQI-30 ที่มีประสิทธิผลจึงไม่ใช่เพียงการตอบคำถามในแบบประเมิน แต่ต้องตรวจสอบว่าเอกสาร เครื่องจักร บุคลากร และการปฏิบัติงานจริงสอดคล้องกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand