ISO 22000:2018 ข้อ 8.6 การปรับปรุงข้อมูลที่ระบุ PRPs และแผนควบคุมอันตราย

ปกบทความ ISO 22000 ข้อ 8.6 การปรับปรุงข้อมูลที่ระบุ PRPs และแผนควบคุมอันตราย
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.6 ของ ISO 22000:2018 ว่าด้วยการปรับปรุงข้อมูลที่ใช้ระบุโปรแกรมพื้นฐาน (prerequisite programmes หรือ PRPs) และแผนควบคุมอันตราย ข้อนี้เป็นตัวเชื่อมที่ทำให้ข้อมูลตั้งต้นซึ่งรวบรวมไว้ตอนวางระบบไม่กลายเป็นเอกสารแช่แข็ง เจตนาของมันตรงไปตรงมา คือเมื่อของจริงเปลี่ยน ข้อมูลที่ใช้คิดต้องเปลี่ยนตาม แล้วสิ่งที่คิดไว้บนข้อมูลชุดเดิมต้องถูกหยิบมาทบทวนซ้ำ

ข้อ 8.6 อยู่ตรงไหนของสายงาน

ในหมวด 8 ของ ISO 22000:2018 ลำดับของงานเดินเป็นสาย ข้อ 8.5.1 ว่าด้วยขั้นตอนเบื้องต้นที่ทำให้เกิดชุดข้อมูลตั้งต้น ได้แก่ ลักษณะของวัตถุดิบและวัสดุที่สัมผัสอาหาร ลักษณะของผลิตภัณฑ์สุดท้าย การใช้งานตามที่มุ่งหมาย ผังกระบวนการ คำอธิบายกระบวนการ และสภาพแวดล้อมของกระบวนการ จากนั้นข้อ 8.5.2 ใช้ข้อมูลชุดนี้วิเคราะห์อันตราย ข้อ 8.5.3 ยืนยันความถูกต้องของมาตรการควบคุม และข้อ 8.5.4 ประกอบทุกอย่างขึ้นเป็นแผนควบคุมอันตราย

ข้อ 8.6 คือข้อที่วางไว้ปิดท้ายสายนี้ เพื่อบอกว่าชุดข้อมูลตั้งต้นและเอกสารที่ระบุ PRPs กับแผนควบคุมอันตราย ต้องถูกปรับปรุงเมื่อจำเป็น ไม่ใช่ทำครั้งเดียวตอนขอการรับรองแล้วปล่อยไว้

ผลที่ตามมาซึ่งสำคัญกว่าตัวข้อคือ เมื่อข้อมูลตั้งต้นเปลี่ยน สิ่งที่ต่อยอดจากข้อมูลนั้นย่อมต้องถูกทบทวนด้วย การปรับปรุงข้อมูลจึงไม่ใช่การแก้เอกสารให้ตรงกับความจริง แต่เป็นการเปิดวงจรการคิดใหม่ในระดับที่เหมาะสมกับสิ่งที่เปลี่ยน

สนใจอบรม FSSC 22000 Version 7?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

อะไรคือ “เมื่อจำเป็น”

มาตรฐานไม่ได้ให้รายการเหตุการณ์มาให้เทียบ องค์กรจึงต้องนิยามเงื่อนไขของตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงระดับใดจึงเข้าข่าย และนี่คือจุดที่ระบบสองแห่งซึ่งมีเอกสารเหมือนกันทำงานต่างกันได้มาก

เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินได้ตรงที่สุดคือถามว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ข้อสมมติข้อใดในการวิเคราะห์อันตรายไม่จริงอีกต่อไปหรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ ข้อ 8.6 ทำงานทันที ถ้าคำตอบคือไม่ การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเป็นเพียงการแก้ไขเอกสารตามข้อ 7.5

ตัวอย่างของข้อสมมติที่ถูกฝังอยู่ในระบบโดยไม่ได้เขียนออกมาตรง ๆ เช่น วัตถุดิบชนิดนี้ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดปน ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง ผลิตภัณฑ์นี้จะถูกให้ความร้อนก่อนบริโภคเสมอ หรือเส้นทางเดินของวัตถุดิบกับของเสียไม่ตัดกัน ข้อสมมติเหล่านี้ถูกใช้ตัดสินว่าอันตรายใดมีนัยสำคัญ เมื่อข้อใดข้อหนึ่งเปลี่ยน ผลการวิเคราะห์ที่ตั้งอยู่บนข้อนั้นก็เปลี่ยนตาม

Case ตัวอย่าง — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งในสมุทรสาคร
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งผลิตกุ้งชุบเกล็ดขนมปังแช่เยือกแข็งส่งออก มีพนักงาน 260 คน ได้รับการรับรอง ISO 22000 มาแล้วสามปี

ฝ่ายจัดซื้อเปลี่ยนผู้ส่งมอบแป้งชุบรายใหม่เพราะราคาดีกว่า การเปลี่ยนผ่านการประเมินผู้ส่งมอบตามขั้นตอนของฝ่ายจัดซื้อครบถ้วน มีใบรับรองผลวิเคราะห์ครบ

สิ่งที่ไม่เกิดขึ้นคือการนำเอกสารคุณลักษณะของวัตถุดิบรายการใหม่มาเทียบกับรายการเดิม แป้งชุบสูตรใหม่มีส่วนผสมของถั่วเหลืองซึ่งสูตรเดิมไม่มี ทีมความปลอดภัยอาหารไม่ได้รับเรื่อง จึงไม่มีการทบทวนการวิเคราะห์อันตรายด้านสารก่อภูมิแพ้ ไม่มีการปรับแผนการทำความสะอาดระหว่างการเปลี่ยนรุ่นการผลิต และฉลากผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้แก้

ในการตรวจประเมิน ประเด็นนี้ถูกเขียนเป็นความไม่สอดคล้องที่ข้อ 8.6 โดยอ้างข้อ 8.5.1 และข้อ 8.5.2 ประกอบ ไม่ใช่เพราะการเปลี่ยนผู้ส่งมอบเป็นสิ่งผิด แต่เพราะข้อมูลที่ระบบใช้คิดไม่ได้ถูกปรับตามของจริง

ทางแก้ที่โรงงานสมมติเลือกใช้คือเพิ่มเงื่อนไขในขั้นตอนการอนุมัติวัตถุดิบใหม่และการเปลี่ยนผู้ส่งมอบ ว่าต้องมีลายเซ็นของหัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหารก่อนสั่งซื้อครั้งแรก โดยมีช่องให้ระบุว่าเทียบคุณลักษณะกับรายการเดิมแล้วพบความต่างในเรื่องใดบ้าง

สิ่งกระตุ้นที่ควรถูกออกแบบให้จับได้

เพราะข้อ 8.6 ไม่ได้ให้รายการมา องค์กรจึงควรทำรายการของตัวเองไว้ และควรวางไว้ที่กระบวนการที่การเปลี่ยนแปลงเดินผ่านอยู่แล้ว มากกว่าจะสร้างขั้นตอนใหม่ที่ต้องอาศัยการจำ

สิ่งที่เปลี่ยน สิ่งที่ต้องหยิบมาทบทวนซ้ำ
เปลี่ยนผู้ส่งมอบวัตถุดิบ หรือผู้ส่งมอบเปลี่ยนสูตร ลักษณะของวัตถุดิบตามข้อ 8.5.1 และการวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.2
เปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร ลักษณะของวัสดุที่สัมผัสอาหารและอันตรายทางเคมีที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มหรือย้ายเครื่องจักร เปลี่ยนผังการเดินของคนและของ ผังกระบวนการและสภาพแวดล้อมของกระบวนการตามข้อ 8.5.1 และ PRPs ตามข้อ 8.2
เปลี่ยนกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย หรือวิธีใช้งานผลิตภัณฑ์ การใช้งานตามที่มุ่งหมายและระดับอันตรายที่ยอมรับได้
เปลี่ยนค่าพารามิเตอร์ของมาตรการควบคุม เช่น อุณหภูมิหรือเวลา การยืนยันความถูกต้องตามข้อ 8.5.3 และแผนควบคุมอันตรายตามข้อ 8.5.4
มีข้อกำหนดกฎหมายหรือข้อกำหนดของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ลักษณะของผลิตภัณฑ์สุดท้ายและเกณฑ์ในแผนควบคุมอันตราย

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียบเรียง ไม่ใช่เนื้อหาที่ปรากฏในตัวมาตรฐาน

ข้อ 8.6 ต่างจากข้อ 10.3 อย่างไร

ทั้งสองข้อมีคำว่าปรับปรุงเหมือนกัน แต่ตั้งอยู่คนละชั้นของระบบ ข้อ 8.6 เป็นการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าในระดับปฏิบัติการ ถูกกระตุ้นด้วยการเปลี่ยนแปลงของของจริงที่หน้างาน และเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ที่มีเหตุ

ส่วนข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร เป็นการปรับปรุงในระดับระบบ ถูกกระตุ้นด้วยผลของกิจกรรมทวนสอบและการทบทวนฝ่ายบริหาร และเกิดขึ้นตามรอบของการทบทวน

วิธีจำที่ใช้ได้คือ ข้อ 8.6 ตอบคำถามว่าข้อมูลที่เราใช้คิดยังตรงกับความจริงหรือไม่ ส่วนข้อ 10.3 ตอบคำถามว่าวิธีคิดของเรายังใช้ได้อยู่หรือไม่ ระบบที่ทำข้อ 10.3 ครบตามรอบแต่ไม่มีกลไกของข้อ 8.6 จะพบว่าการทบทวนประจำปีต้องคอยไล่ตามการเปลี่ยนแปลงที่สะสมมาทั้งปี

หลักฐานที่ทำให้เห็นว่าข้อ 8.6 ทำงานอยู่

สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินมองหาไม่ใช่เอกสารชื่อเฉพาะ แต่คือความสอดคล้องของวันที่ กล่าวคือ เมื่อหยิบการเปลี่ยนแปลงจริงมาหนึ่งเรื่อง ต้องเดินย้อนกลับไปหาร่องรอยได้ว่าข้อมูลตั้งต้นถูกแก้เมื่อใด ใครเป็นผู้ทบทวนผลกระทบ และผลของการทบทวนนั้นทำให้แผนควบคุมอันตรายเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนด้วยเหตุผลใด

ผังกระบวนการเป็นจุดที่ตรวจได้เร็วที่สุด เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันกับของจริงได้ด้วยการเดินดูหน้างาน ถ้าผังยังแสดงเส้นทางที่เลิกใช้ไปแล้ว หรือไม่แสดงเครื่องจักรที่ติดตั้งเพิ่ม นั่นคือหลักฐานตรงตัวว่ากลไกของข้อ 8.6 ไม่ได้ทำงาน

อ่านประกอบ: ISO 22000 ข้อ 8.5.1 ขั้นตอนเบื้องต้นก่อนการวิเคราะห์อันตราย · ISO 22000 ข้อ 8.5.4 แผนควบคุมอันตราย · ISO 22000 ข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

คำถามที่ควรตอบได้

  1. องค์กรนิยามไว้อย่างไรว่าการเปลี่ยนแปลงระดับใดจึงต้องปรับปรุงข้อมูลตั้งต้น (ที่มา: ข้อ 8.6)
  2. เมื่อมีการเปลี่ยนผู้ส่งมอบวัตถุดิบ ทีมความปลอดภัยอาหารรับรู้ผ่านช่องทางใดและก่อนหรือหลังการสั่งซื้อครั้งแรก (ที่มา: ข้อ 8.6 ร่วมกับข้อ 7.1.6)
  3. ผังกระบวนการฉบับปัจจุบันถูกยืนยันกับหน้างานครั้งล่าสุดเมื่อใดและโดยใคร (ที่มา: ข้อ 8.6 ร่วมกับข้อ 8.5.1)
  4. เมื่อข้อมูลตั้งต้นถูกแก้ องค์กรตัดสินอย่างไรว่าต้องทบทวนการวิเคราะห์อันตรายซ้ำหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.6 ร่วมกับข้อ 8.5.2)
  5. การปรับปรุงตามข้อ 8.6 ในรอบปีที่ผ่านมา ถูกนำเข้าสู่การทบทวนฝ่ายบริหารในรูปแบบใด (ที่มา: ข้อ 8.6 ร่วมกับข้อ 9.3)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 14001:2026 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น · การตรวจติดตามผลกับการตรวจต่ออายุการรับรอง ต่างกันอย่างไร

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

ตรวจสอบรายชื่อในทะเบียน BRCGS Approved Training Partner ↗

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

FSSC 22000

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 22000 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 22000

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE