ISO 45001:2018 ข้อ 8.2 การเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน (emergency preparedness and response) ไม่ได้ขอแค่แผนฉุกเฉินหนึ่งฉบับกับการซ้อมดับเพลิงปีละครั้ง แต่ขอกระบวนการที่ครบวงจร ตั้งแต่การใช้ผลการชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6.1.2.1 มากำหนดว่าภาวะฉุกเฉินของสถานประกอบการนี้คืออะไร ไปจนถึงการทำให้คนใช้แผนได้จริง การทดสอบขีดความสามารถ การประเมินผลและปรับแผน และการสื่อสารกับทั้งคนในและคนนอก จุดตัดสินของข้อนี้จึงไม่ใช่ว่ามีแผนหรือไม่ แต่คือแผนนั้นถูกพิสูจน์แล้วหรือยังว่าใช้ได้
ต้นทางของข้อนี้อยู่ที่ข้อ 6.1.2.1 ไม่ใช่ที่แบบฟอร์มแผนฉุกเฉิน
ข้อ 8.2 อ้างกลับไปที่ข้อ 6.1.2.1 การชี้บ่งอันตราย โดยตรง ซึ่งหมายความว่ารายการภาวะฉุกเฉินที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือ ต้องเป็นผลที่ได้จากการชี้บ่งอันตรายของสถานประกอบการนั้นเอง
ความหมายในทางปฏิบัติคือ แผนฉุกเฉินที่คัดลอกโครงมาจากที่อื่นแล้วเปลี่ยนชื่อบริษัท ไม่ผ่านเงื่อนไขของข้อนี้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่ารูปเล่มจะเรียบร้อยเพียงใด เพราะสิ่งที่ข้อกำหนดถามคือองค์กรรู้หรือไม่ว่าภาวะฉุกเฉินที่เป็นไปได้ในพื้นที่ของตนมีอะไรบ้าง
เหตุอัคคีภัยเป็นภาวะฉุกเฉินที่ชัดเจนจนใช้เป็นจุดตั้งต้นได้ แต่การหยุดอยู่ที่อัคคีภัยอย่างเดียวคือการไม่ได้ใช้ผลจากข้อ 6.1.2.1 เลย โรงงานที่ใช้แอมโมเนียในระบบทำความเย็น โรงงานที่มีพื้นที่อับอากาศ โรงงานที่มีงานยกด้วยเครนเหนือศีรษะ และสำนักงานที่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ด้านสุขภาพเฉียบพลันของผู้ปฏิบัติงาน ล้วนมีภาวะฉุกเฉินที่ต่างกันและต้องการการตอบสนองคนละแบบ
อีกจุดที่ต้องระวังคือขอบเขตของคำว่าผู้ปฏิบัติงานในมาตรฐานฉบับนี้ ซึ่งกว้างกว่าลูกจ้างขององค์กร การเตรียมพร้อมจึงต้องครอบคลุมผู้รับเหมาและผู้ที่ทำงานภายใต้การควบคุมขององค์กรด้วย
สามชั้นของสิ่งที่ข้อนี้เรียก
เนื้อหาของข้อ 8.2 จัดกลุ่มได้เป็นสามชั้นที่ต้องมีครบ ขาดชั้นใดชั้นหนึ่งแล้วอีกสองชั้นจะไม่มีน้ำหนัก
ชั้นที่หนึ่งคือการมีแผนตอบสนองที่วางไว้ล่วงหน้า ซึ่งข้อกำหนดระบุการปฐมพยาบาลไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนอย่างชัดเจน แผนในความหมายนี้ต้องตอบได้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน ด้วยอุปกรณ์ใด และเมื่อใดจึงต้องขอความช่วยเหลือจากภายนอก
ชั้นที่สองคือการทำให้แผนนั้นถูกใช้ได้จริง ซึ่งประกอบด้วยการฝึกอบรมผู้ที่มีบทบาทตามแผน และการทดสอบและฝึกซ้อมขีดความสามารถในการตอบสนองตามรอบที่กำหนด คำว่าทดสอบขีดความสามารถต่างจากคำว่าจัดกิจกรรมซ้อม เพราะการทดสอบต้องมีเกณฑ์ว่าอะไรคือผ่าน
ชั้นที่สามคือการประเมินผลและปรับปรุงแผน โดยข้อกำหนดเน้นสองจังหวะที่ต้องทำ คือหลังการทดสอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นจริง จังหวะที่สองนี้เป็นจุดที่เชื่อมกับข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น มีแผนฉุกเฉินกรณีแอมโมเนียรั่วเป็นเอกสารสิบสองหน้า และซ้อมอพยพรวมปีละหนึ่งครั้งพร้อมกับการซ้อมดับเพลิง
ในการตรวจประเมิน ผู้ตรวจขอให้ทีมอธิบายว่าถ้าตรวจพบกลิ่นแอมโมเนียในห้องเครื่องเวลาตีสอง ผู้ที่อยู่กะดึกต้องทำอะไรเป็นลำดับ ปรากฏว่าผู้รับผิดชอบตามแผนสองในสามคนทำงานเฉพาะกะกลางวัน และไม่มีการกำหนดผู้ทำหน้าที่แทนในกะดึก
การซ้อมอพยพที่ทำมาไม่ได้เปิดเผยช่องว่างนี้ เพราะเป็นการซ้อมในเวลาทำการปกติและใช้สถานการณ์อัคคีภัย ซึ่งเป็นคนละสถานการณ์กับที่แผนแอมโมเนียเขียนไว้
สิ่งที่ขาดจึงอยู่ที่ชั้นที่สองของข้อ 8.2 คือการทดสอบขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินที่องค์กรชี้บ่งไว้เอง ไม่ใช่ที่ตัวเอกสารแผน
การสื่อสารในข้อนี้มีสองวง ไม่ใช่วงเดียว
ข้อ 8.2 แยกการสื่อสารออกเป็นสองวงที่มีเนื้อหาต่างกัน
วงแรกคือวงภายใน ซึ่งเป็นการสื่อสารและให้ข้อมูลแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเมื่อเกิดเหตุ คำสำคัญคือคำว่าทุกคน ไม่ใช่เฉพาะทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉิน เพราะผู้ที่ไม่มีบทบาทในทีมก็ยังมีหน้าที่ เช่น การหยุดเครื่อง การไปยังจุดรวมพล และการรายงานตัว
วงที่สองคือวงภายนอก ซึ่งครอบคลุมผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ หน่วยบริการฉุกเฉิน หน่วยงานราชการ และตามความเหมาะสมรวมถึงชุมชนโดยรอบ วงนี้เป็นจุดที่ต้องเตรียมล่วงหน้าจริง ๆ เพราะการติดต่อหน่วยงานภายนอกครั้งแรกในวันที่เกิดเหตุ คือการเสียเวลาในนาทีที่แพงที่สุด
ในบริบทของสถานประกอบการไทยที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือติดชุมชน วงที่สองนี้ยังเชื่อมกับข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน และกับข้อกำหนดท้ายของข้อ 8.2 ที่ให้คำนึงถึงความจำเป็นและขีดความสามารถของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และให้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนตามความเหมาะสม
ตารางเทียบ — ซ้อมเพื่อให้ครบรอบ กับ ทดสอบเพื่อให้รู้ว่าใช้ได้
| ประเด็น | การซ้อมที่ทำเพื่อให้ครบรอบ | การทดสอบขีดความสามารถตามเจตนาของข้อ 8.2 |
|---|---|---|
| สถานการณ์ที่ใช้ | สถานการณ์เดิมทุกปี ประกาศล่วงหน้า | เลือกจากภาวะฉุกเฉินที่ชี้บ่งไว้ หมุนเวียนให้ครอบคลุม |
| ช่วงเวลาที่ทดสอบ | เวลาทำการปกติเท่านั้น | ครอบคลุมกะและช่วงเวลาที่กำลังคนต่างกัน |
| เกณฑ์ตัดสิน | จำนวนผู้เข้าร่วมและภาพถ่ายกิจกรรม | เวลาที่ใช้ ความครบของขั้นตอน และช่องว่างที่พบ |
| ผลลัพธ์ที่ส่งต่อ | รายงานสรุปว่าดำเนินการแล้ว | รายการแก้ไขแผน ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา |
| ผู้เข้าร่วม | พนักงานประจำ | รวมผู้รับเหมาและผู้มาติดต่อที่อยู่ในพื้นที่ |
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาทำงานเชื่อมบนโครงหลังคาในช่วงหยุดสายการผลิต ผู้รับเหมาได้รับการชี้แจงเรื่องใบอนุญาตทำงานที่มีความร้อนและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลครบถ้วน
สิ่งที่ไม่ได้ชี้แจงคือสัญญาณแจ้งเหตุของโรงงานฟังเป็นอย่างไร จุดรวมพลอยู่ที่ใด และใครเป็นผู้นับยอดคนของผู้รับเหมาเมื่ออพยพ
เมื่อเกิดการแจ้งเหตุจริงจากพื้นที่อื่นในวันนั้น ทีมของผู้รับเหมาเดินไปยังทางออกที่ตนเข้ามาแทนที่จะไปจุดรวมพล ทำให้การนับยอดคนใช้เวลานานกว่าที่แผนกำหนดไว้มาก
ประเด็นนี้อยู่ที่การสื่อสารวงภายนอกตามข้อ 8.2 ซึ่งเชื่อมกับข้อ 8.1.4 การจัดซื้อและผู้รับเหมา ไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของแผนอพยพเอง
ข้อนี้เชื่อมกับที่ใดต่อ
ข้อ 8.2 เป็นปลายทางของข้ออื่นและเป็นต้นทางของอีกหลายข้อพร้อมกัน
ต้นทางคือข้อ 6.1.2.1 การชี้บ่งอันตราย ซึ่งกำหนดว่าอะไรคือภาวะฉุกเฉินที่ต้องเตรียม และข้อ 8.1.2 การขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางภาวะฉุกเฉินจึงลดโอกาสเกิดลงได้ก่อนที่จะต้องพึ่งแผนตอบสนอง
ปลายทางคือข้อ 10.2 เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง การสอบสวนต้องตอบทั้งเรื่องสาเหตุของเหตุการณ์และเรื่องประสิทธิผลของการตอบสนอง ซึ่งเป็นสองคำถามที่ต้องแยกกันตอบ และข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร ที่ต้องเห็นผลการทดสอบแผนเป็นข้อมูลนำเข้า ไม่ใช่เห็นเพียงจำนวนครั้งที่ซ้อม
อีกจุดที่เชื่อมกันคือข้อ 7.4 การสื่อสาร เพราะช่องทางที่ใช้แจ้งเหตุและสั่งการในภาวะฉุกเฉิน ต้องเป็นช่องทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและทุกฝ่ายรู้จัก ไม่ใช่ช่องทางที่เลือกใช้ตอนเกิดเหตุ
ISO 45001 ข้อ 6.1.2 การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง
ISO 45001 ข้อ 8.1.4 การจัดซื้อ ผู้รับเหมา และการจ้างงานภายนอก
ISO 27001 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ
คำถามที่ควรตอบได้
- รายการภาวะฉุกเฉินที่องค์กรเตรียมพร้อมรับมือ มาจากผลการชี้บ่งอันตรายของพื้นที่ตนเองอย่างไร และทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อใด (ที่มา: ข้อ 8.2 ประกอบข้อ 6.1.2.1)
- ในรอบที่ผ่านมา องค์กรทดสอบแผนตอบสนองด้วยสถานการณ์ใดบ้าง และใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าการทดสอบนั้นผ่าน (ที่มา: ข้อ 8.2)
- ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ได้อยู่ในทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉิน รู้หน้าที่ของตนเมื่อเกิดเหตุจากช่องทางใด (ที่มา: ข้อ 8.2)
- ผู้รับเหมาและผู้มาติดต่อได้รับข้อมูลเรื่องการตอบสนองเหตุฉุกเฉินเมื่อใด และองค์กรยืนยันได้อย่างไรว่าเขาได้รับจริง (ที่มา: ข้อ 8.2 ประกอบข้อ 8.1.4)
- หลังการทดสอบครั้งล่าสุดหรือหลังเหตุการณ์จริงครั้งล่าสุด แผนถูกแก้ไขในเรื่องใดบ้าง และการแก้ไขนั้นถูกสื่อสารออกไปแล้วหรือยัง (ที่มา: ข้อ 8.2 ประกอบข้อ 10.2)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรฝึกอบรม ISO 45001:2018 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ISO 45001 ข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน ต่างจากการตรวจระบบคุณภาพอย่างไร
ISO 45001 ข้อ 6.1.4 การวางแผนการดำเนินการ — สะพานจากทะเบียนความเสี่ยงไปสู่กระบวนการจริง
ISO 45001 ข้อ 4.3 การกำหนดขอบเขตของระบบ — เส้นแบ่งเดินตามคน ไม่ใช่ตามรั้ว
ISO 45001:2018 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ — ต้องมีอะไร ควบคุมอย่างไร และทำไมการเข้าถึงจึงสำคัญ
ISO 45001 ข้อ 5.3 บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ในองค์กร
ISO 45001:2018 ข้อ 4.1 และ 4.2 บริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตีความข้อกำหนด