การจัดการการเปลี่ยนแปลงในระบบบริหารหลายมาตรฐาน รวมได้แค่ไหน

ภาพปกบทความ การจัดการการเปลี่ยนแปลงในระบบบริหารหลายมาตรฐาน
สรุปสั้นก่อน
มาตรฐานระบบบริหารทุกตัวที่ใช้โครงสร้างระดับสูงร่วมกันพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงไว้สองระดับ ระดับระบบและระดับปฏิบัติการ แต่ใช้เลขข้อและถ้อยคำต่างกัน องค์กรที่มีหลายมาตรฐานจึงไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงหลายฉบับ สิ่งที่ต้องมีหลายชุดคือ เกณฑ์การตัดสิน ของแต่ละด้าน บทความนี้อธิบายว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน และจุดใดที่การรวมกระบวนการทำให้คำถามสำคัญหายไปได้

การเปลี่ยนแปลงถูกพูดถึงสองระดับ ไม่ใช่ระดับเดียว

ระดับแรกคือการวางแผนการเปลี่ยนแปลงของตัวระบบบริหารเอง ซึ่งในมาตรฐานรุ่นที่ใช้โครงสร้างระดับสูงร่วมกันจะอยู่ที่ข้อ 6.3 คำถามของระดับนี้คือ เมื่อองค์กรตัดสินใจว่าระบบต้องเปลี่ยน องค์กรพิจารณาวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยน ผลที่อาจตามมา ความสมบูรณ์ของระบบหลังเปลี่ยน ทรัพยากรที่ต้องใช้ และการมอบหมายความรับผิดชอบหรือไม่

ระดับที่สองคือการควบคุมการเปลี่ยนแปลงระหว่างการปฏิบัติงาน ซึ่งอยู่ในหมวด 8 ของแต่ละมาตรฐาน คำถามของระดับนี้คือ เมื่อของจริงหน้างานเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร วัตถุดิบ วิธีทำงาน หรือคน องค์กรควบคุมอย่างไรก่อนปล่อยให้เดินต่อ

เส้นแบ่งนี้สำคัญเพราะสองระดับใช้ผู้ตัดสินใจคนละกลุ่มและใช้จังหวะเวลาต่างกัน การเปลี่ยนแปลงระดับระบบตามธรรมชาติแล้วเดินผ่านการทบทวนฝ่ายบริหาร ส่วนการเปลี่ยนแปลงระดับปฏิบัติการต้องตัดสินได้ภายในกะ องค์กรที่ยุบสองระดับนี้เข้าด้วยกันจะได้กระบวนการที่ช้าเกินไปสำหรับหน้างาน หรือหลวมเกินไปสำหรับระบบ

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →
มาตรฐาน ระดับระบบ ระดับปฏิบัติการ คำถามเฉพาะของด้านนี้
ISO 9001:2015 ข้อ 6.3 ข้อ 8.5.6 คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ยังเป็นไปตามที่ตกลงกับลูกค้าหรือไม่
ISO 14001:2026 ข้อ 6.3 ข้อ 8.1 ลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมและพันธกรณีตามกฎหมายเปลี่ยนไปหรือไม่
ISO 45001:2018 ไม่มีข้อแยกต่างหาก ใช้ข้อ 6.1.4 เป็นจุดวางแผน ข้อ 8.1.3 มีอันตรายใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ และผู้ปฏิบัติงานได้ร่วมพิจารณาหรือยัง
ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 6.3 ข้อ 8.1 ผลการประเมินความเสี่ยงและมาตรการควบคุมที่เลือกไว้ยังใช้ได้หรือไม่
ISO 22000:2018 ข้อ 6.3 ข้อ 8.1 และ 8.6 แผนควบคุมอันตรายและโปรแกรมพื้นฐานต้องปรับตามหรือไม่

รวมกระบวนการได้ แต่ห้ามรวมเกณฑ์

ข้อดีของการมีกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงฉบับเดียวนั้นชัดเจน ผู้ขอเปลี่ยนไม่ต้องจำว่าเรื่องนี้ต้องกรอกแบบฟอร์มของระบบไหน ผู้อนุมัติเห็นภาพรวมในที่เดียว และองค์กรมีทะเบียนการเปลี่ยนแปลงชุดเดียวที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

ข้อเสียเกิดขึ้นเมื่อการรวมเลยไปถึงการรวมช่องประเมินผลกระทบ เพราะเกณฑ์ของแต่ละด้านไม่เหมือนกัน คำถามที่ด้านความปลอดภัยต้องถามคือมีอันตรายใหม่หรือไม่ คำถามที่ด้านสิ่งแวดล้อมต้องถามคือพันธกรณีตามกฎหมายเปลี่ยนหรือไม่ และคำถามที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศต้องถามคือความเสี่ยงชุดเดิมยังครอบคลุมหรือไม่ ถ้าแบบฟอร์มมีช่องเดียวว่า “ผลกระทบต่อระบบบริหาร” ผู้กรอกจะตอบตามด้านที่ตัวเองถนัด

แนวทางที่ใช้ได้คือหนึ่งกระบวนการ หนึ่งทะเบียน แต่มีชุดคำถามคัดกรองแยกตามด้าน และมีกติกาว่าด้านใดต้องมีผู้ลงนามเพิ่มเมื่อคำตอบเป็น “ใช่”

กรณีสมมติ — โรงงานผลิตยางล้อแห่งหนึ่งในชลบุรี
โรงงานขอเปลี่ยนสารเคมีตัวเร่งในสูตรผสมเพื่อลดเวลาบ่ม คำขอถูกส่งผ่านกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงฉบับรวม ฝ่ายเทคนิคประเมินว่าคุณสมบัติของยางยังอยู่ในสเปกและอนุมัติ

สิ่งที่ไม่มีใครถามคือ สารตัวใหม่มีจุดวาบไฟต่ำกว่าเดิม ซึ่งเป็นคำถามของด้านความปลอดภัย และถูกเก็บอยู่ในกลุ่มที่ต้องแจ้งปริมาณครอบครองตามกฎหมาย ซึ่งเป็นคำถามของด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมาย ทั้งสองคำถามไม่มีช่องให้ตอบในแบบฟอร์ม

บทเรียนของกรณีนี้ไม่ใช่ “อย่ารวมกระบวนการ” แต่คือชุดคำถามคัดกรองของแต่ละด้านต้องถูกถามทุกครั้ง แม้ผู้ขอเปลี่ยนจะมองว่าเป็นเรื่องของฝ่ายผลิตล้วน ๆ

การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวคือจุดที่ระบบรั่วได้ง่ายที่สุด

การเปลี่ยนแปลงถาวรเดินผ่านกระบวนการได้ไม่ยากเพราะมีงบประมาณและมีคนเซ็นอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราว เช่น การเดินสายไฟชั่วคราวระหว่างซ่อม การใช้วัตถุดิบทดแทนหนึ่งล็อต การเปิดสิทธิ์เข้าถึงระบบให้ผู้รับเหมาเป็นเวลาสองสัปดาห์ หรือการข้ามขั้นตอนตรวจสอบเพราะเครื่องมือส่งสอบเทียบ เป็นกลุ่มที่เล็ดลอดได้ง่าย

สิ่งที่ควรกำหนดไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวมีสามอย่าง คือวันสิ้นสุดที่ระบุชัด ผู้รับผิดชอบที่ต้องกลับมาปิด และเงื่อนไขที่จะทำให้ของชั่วคราวกลายเป็นถาวร โดยต้องผ่านการพิจารณาใหม่ ไม่ใช่กลายเป็นถาวรด้วยการที่ไม่มีใครกลับมาดู

กรณีสมมติ — ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ในระหว่างย้ายอุปกรณ์ ทีมปฏิบัติการเปิดสิทธิ์เข้าถึงระดับผู้ดูแลระบบให้ผู้รับเหมาสองราย โดยบันทึกไว้ในระบบแจ้งงานว่าเป็นการเปิดชั่วคราวสามวัน

สองเดือนต่อมา การตรวจติดตามภายในพบว่าสิทธิ์ทั้งสองยังเปิดอยู่ เพราะระบบแจ้งงานปิดตั๋วเมื่องานย้ายเสร็จ แต่ไม่มีขั้นตอนที่ผูกการปิดตั๋วเข้ากับการถอนสิทธิ์

ในแง่ ISO/IEC 27001 ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “ลืมถอนสิทธิ์” ซึ่งเป็นอาการ แต่อยู่ที่กระบวนการเปลี่ยนแปลงไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการปิดที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อ 8.1 เรียกร้องเมื่อองค์กรควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้

การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้วางแผนก็ต้องมีที่ทาง

ข้อกำหนดในหมวด 8 ของหลายมาตรฐานกล่าวถึงการทบทวนผลของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจ และการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ ประโยคนี้ยอมรับความจริงว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่องค์กรไม่ได้เลือก เช่น ผู้ส่งมอบเปลี่ยนแหล่งผลิตเอง กฎหมายออกใหม่ หรือพนักงานหลักลาออกกะทันหัน

สิ่งที่องค์กรควบคุมได้ในกรณีนี้ไม่ใช่ตัวการเปลี่ยนแปลง แต่คือความเร็วในการรู้และความครบถ้วนในการทบทวน ซึ่งเป็นเหตุผลที่กระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงควรมีช่องทางรับเรื่องจากภายนอกด้วย ไม่ใช่รับเฉพาะคำขอจากภายใน

หลังเปลี่ยนแล้วต้องมีการยืนยัน

ขั้นตอนที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยน กระบวนการที่ออกแบบไว้ไม่ครบจะจบลงที่การอนุมัติ ทั้งที่คำถามสำคัญคือหลังเปลี่ยนแล้วผลเป็นไปตามที่คาดหรือไม่

ในระบบความปลอดภัยอาหาร ขั้นตอนนี้มีชื่อชัดเจนคือการยืนยันความถูกต้องของมาตรการควบคุมก่อนนำไปใช้จริง และการทวนสอบหลังใช้ ในระบบอื่นอาจไม่มีคำเฉพาะ แต่เจตนาเหมือนกัน คือการเปลี่ยนแปลงไม่ได้จบที่ลายเซ็น แต่จบเมื่อมีหลักฐานว่าผลลัพธ์ยังอยู่ในเกณฑ์

คำถามที่ควรตอบได้

  1. องค์กรแยกการเปลี่ยนแปลงระดับระบบกับระดับปฏิบัติการออกจากกันอย่างไร และใครอนุมัติแต่ละระดับ (ที่มา: ข้อ 6.3 และหมวด 8 ของแต่ละมาตรฐาน)
  2. แบบฟอร์มการเปลี่ยนแปลงมีชุดคำถามคัดกรองแยกตามด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสารสนเทศหรือไม่ (ที่มา: เกณฑ์เฉพาะของแต่ละมาตรฐาน)
  3. การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวมีวันสิ้นสุดและผู้รับผิดชอบปิดที่ระบุไว้ทุกรายการหรือไม่ (ที่มา: การควบคุมการเปลี่ยนแปลงในหมวด 8)
  4. เมื่อผู้ส่งมอบเปลี่ยนแปลงบางอย่างโดยที่เราไม่ได้ขอ องค์กรรู้ได้อย่างไรและภายในกี่วัน (ที่มา: การควบคุมผู้ให้บริการภายนอกร่วมกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง)
  5. มีหลักฐานการยืนยันผลหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดหรือไม่ และเก็บไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อกำหนดการทบทวนผลของการเปลี่ยนแปลง)

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรการตรวจติดตามภายในและระบบบริหารแบบบูรณาการ

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand