วางแผนเรียน PCQI / PCHF เวอร์ชั่น 2 ต้องทำความรู้จักกับ cGMP ล่วงหน้าก่อนเรียนไหม ?

วางแผนเรียน PCQI / PCHF เวอร์ชั่น 2 ต้องทำความรู้จักกับ cGMP ล่วงหน้าก่อนเรียนไหม ? | EQA Thailand

วางแผนเรียน PCQI / PCHF เวอร์ชั่น 2 ต้องทำความรู้จักกับ cGMP ล่วงหน้าก่อนเรียนไหม ?

เมื่อท่านรู้ว่า ต้องเข้าเรียนหลักสูตร PCQI/PCHF เพื่อที่จะสามารถดูแลระบบความปลอดภัยของอาหารในโรงงานได้ ตามข้อกำหนดของ FSMA จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หน้าที่และบทบาทนี้นั้นอยู่ภายใน ข้อกำหนดที่เรียกว่า cGMP  ดังนั้น ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่บทบาทของ “PCQI” หรือ Preventive Controls Qualified Individual ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความปลอดภัยอาหารตามกฎหมาย FSMA ของสหรัฐฯ เลยจำเป็นต้องเข้าใจมาตรฐานพื้นฐานสำคัญที่เรียกว่า cGMP หรือ Current Good Manufacturing Practice

cGMP คืออะไร?

สนใจอบรม PCQI / PCHF Version 2.0?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

cGMP (Current Good Manufacturing Practice) คือข้อกำหนดด้านการผลิตที่ “ทันสมัย” ซึ่งออกโดย U.S. FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) เพื่อกำกับดูแลกระบวนการผลิต แปรรูป บรรจุ และจัดเก็บ ผลิตภัณฑ์ อาหารและยาให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

หลักสำคัญของ cGMP คือ ?

  • ป้องกันการปนเปื้อน ทั้งทางเคมี กายภาพ และจุลินทรีย์
  • ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงสินค้าสำเร็จรูป
  • สร้างระบบการจัดทำเอกสารและการตรวจสอบย้อนกลับ
  • รับประกันความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

  เนื้อหา cGMP ครอบคลุมอะไรบ้าง?

สำหรับเนื้อหาของ cGMPนั้นประกอบไปด้วย ข้อกำหนดที่บทนำ หลังจากนั้นก็จะเป็นข้อกำหนดส่วน A , B,C,D,E และ F โดยแต่ข้อกำหนดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. บทนำ: วัตถุประสงค์ของข้อกำหนด
  • ออกโดย FDA สหรัฐฯ เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตอาหารให้ปลอดภัย
  • เน้นระบบป้องกัน (Preventive) มากกว่าการตอบสนองเมื่อเกิดปัญหา
  • ใช้กับโรงงานผลิตอาหารในสหรัฐฯ และโรงงานต่างประเทศที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ
  1. Subpart A – General Provisions (บททั่วไป)
  • กำหนดขอบเขต คำจำกัดความ และข้อยกเว้น เช่น:
    • โรงงานแอลกอฮอล์, การเก็บวัตถุดิบดิบเท่านั้น, การผลิตในฟาร์ม
  • กำหนดว่า “Preventive Controls Qualified Individual (PCQI)” ต้องเป็นผู้จัดทำและดูแลแผนความปลอดภัยอาหาร
  1. Subpart B – Current Good Manufacturing Practice (cGMP)

ข้อกำหนดพื้นฐานที่โรงงานต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันการปนเปื้อน:

  1. Personnel (บุคลากร)สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือ, สวมชุดป้องกัน, ห้ามใส่เครื่องประดับ, สุขภาพต้องไม่เสี่ยงต่ออาหาร
  2. Plant and Grounds (อาคารและพื้นที่)ทำความสะอาดง่าย ป้องกันแมลงสัตว์พาหะ แยกพื้นที่สะอาด/สกปรก
  3. Sanitary Operations (การทำความสะอาด) แบ่งเป็นทำความสะอาดพื้นที่สัมผัสอาหาร/ไม่สัมผัส, การใช้สารเคมี, การควบคุมสัตว์พาหะ
  4. Sanitary Facilities (สิ่งอำนวยความสะอาด)น้ำสะอาด ห้องน้ำ จุดล้างมือ การกำจัดของเสีย การระบายน้ำ
  5. Equipment and Utensils (เครื่องมือและอุปกรณ์) ออกแบบและดูแลให้ง่ายต่อการล้าง ป้องกันเศษโลหะหรือสารเคมีปนเปื้อน
  6. Processes and Controls (กระบวนการควบคุม) ป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์, cross-contact จาก allergen, ควบคุม pH, อุณหภูมิ, aw, และการจัดเก็บวัตถุดิบ
  7. Warehousing and Distribution (การเก็บและขนส่ง) ป้องกันการปนเปื้อนและเสื่อมคุณภาพของสินค้า
  8. By-products for Animal Feed (ของเหลือใช้เป็นอาหารสัตว์) ต้องจัดเก็บและติดป้ายอย่างถูกต้อง ไม่ปนเปื้อน
  9. Defect Action Levels

โดยมีรายละเอียดดังนี้  FDA กำหนด Defect Action Levels (DALs) เพื่อควบคุมระดับความบกพร่องที่เกิดจากธรรมชาติ โดยเป็นขีดจำกัดที่ FDA จะพิจารณาว่า "food adulterated" ได้

ขอบเขต DALs ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายชนิด และรวมถึงแมลง, รา, ฝุ่น, เศษโลหะ, ขนสัตว์ ฯลฯ

ผู้ประกอบการ ต้องมีระบบคุณภาพ (QC) และการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดระดับความบกพร่องให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนด และไม่สามารถผสมผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องเกิน DAL กับล็อตอื่นได้

1.พื้นฐานตามระเบียบ 21 CFR § 110.110

- อนุญาตให้ FDA กำหนด ระดับสูงสุดของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในอาหารที่ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ ที่เรียกว่า Defect Action Levels (DALs)

- การผสมอาหารที่มีความบกพร่องเกินระดับ DAL เข้ากับล็อตอื่นถือเป็น การฝ่าฝืนกฏหมาย และผลิตภัณฑ์ถือว่ามีการปนเปื้อน (adulterated) โดยตรง แม้ว่าผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายจะต่ำกว่าระดับก็ตาม

  1. ทำไมต้องมี Defect Action Levels?
  • การกำจัดข้อบกพร่องเช่น แมลง รา หรือเศษสิ่งแปลกปลอมนั้น แทบเป็นไปไม่ได้ทางเศรษฐกิจ ในระดับศูนย์
  • DALs จึงถูกออกแบบมาควบคุม ขีดจำกัดที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ หากเกินจะถือว่าผิดกฏหมายตาม Section 402(a)(3) ของ Federal Food, Drug, and Cosmetics Act
  1. วัสดุหรือผลบกพร่องที่พบบ่อย (Common Defects)
  • รายการวัสดุและข้อบกพร่องกว่า 179 ชนิด ใน handbook
    • เศษแมลง (insect fragments) เช่น ในนม, ขนม, เครื่องเทศ
    • รา (mold) เช่น ในผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ, เครื่องเทศบางประเภท
    • ขนสัตว์ฟันแทะ (rodent filth) เช่น ในพริก, ถั่ว, ไขมันถั่วลิสง
    • มูลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ในพริกไทยดำทั้งเม็ด พืชแห้งบางชนิด
    • พาราซิตหรือหนอนพยาธิ เช่น ในปลาบางชนิด
    • สิ่งแปลกปลอมอื่น (glass, metal, plastic, stones)
  1. ตัวอย่างระดับ DAL (ตัวเลขโดยประมาณ)
ผลิตภัณฑ์ ค่ามาตรฐาน DAL ที่ USDA กำหนด
Canned peaches ≥ 3% ของผลไม้เน่า/โดนแมลงทำลาย
Ground cinnamon ≥ 400 เศษแมลง/50 g
Peanut butter ≥ 30 เศษแมลง/100 g
Wheat flour ≥ 150 เศษแมลง/100 g
Frozen broccoli ≥ 60 เพลิงไหม้หรือไร/100 g
Ground thyme ≥ 925 เศษแมลง/10 g

สามารถดูรายละเอียดของสินค้าท่าน ว่ามีกำหนดในข้อนี้หรือไม่

https://www.fda.gov/food/current-good-manufacturing-practices-cgmps-food-and-dietary-supplements/food-defect-levels-handbook

 

  1. Subpart C – Hazard Analysis and Risk-Based Preventive Controls (การวิเคราะห์อันตรายและการกำหนดมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน) มีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้
  2. Food Safety Plan (แผนความปลอดภัยอาหาร)

จัดทำโดย PCQI และต้องเป็นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร ประกอบด้วย:

  • Hazard analysis
  • Preventive controls
  • Monitoring, Corrections, Verification
  • Recall plan
  • Supply chain program
  1. Hazard Analysis
  • วิเคราะห์อันตรายที่อาจเกิดจาก:
    • จุลินทรีย์ (เชื้อโรค, สิ่งแวดล้อม)
    • สารเคมี (สารพิษ, allergen)
    • วัตถุกายภาพ (เศษโลหะ, แก้ว)
  1. Preventive Controls การกำหนดมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน
  • Process Controls: การฆ่าเชื้อ, การทำเย็น ฯลฯ
  • Allergen Controls: การแยกวัตถุดิบ, การติดฉลาก
  • Sanitation Controls: การล้างทำความสะอาด
  • Supply Chain Controls: การประเมินผู้ผลิตวัตถุดิบ
  • Recall Plan: ขั้นตอนในการเรียกคืนอาหาร

 

  1. Subpart D – Monitoring, Corrective Actions, Verification (การติดตาม การดำเนินการแก้ไข และการทวนสอบ)

Monitoring: ติดตามว่ามาตรการควบคุมทำงานอย่างต่อเนื่อง

Corrective Actions: วิธีจัดการเมื่อเกิดปัญหา เช่น การเรียกคืนสินค้า

Verification: ยืนยันว่ามาตรการที่กำหนดมีผลจริง เช่น การสอบเทียบเครื่องมือ, การตรวจสินค้า

Validation: ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของการควบคุม

Reanalysis: ต้องทบทวนแผนอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ

 

  1. Subpart E – Recordkeeping (การจัดเก็บเอกสาร)
  • เอกสารทุกฉบับ เช่น แผนอาหาร การตรวจสอบ การแก้ไขปัญหา ต้อง:
    • มีลายเซ็นกำกับ
    • จัดเก็บไว้อย่างเหมาะสม
    • พร้อมให้ FDA ตรวจสอบเมื่อร้องขอ

 

  1. Subpart F – Requirements Applying to Records That Must Be Established and Maintained
  • เอกสารต้อง:
    • ระบุชื่อกิจกรรม, วันที่, ผู้ดำเนินการ, และผลลัพธ์
    • จัดเก็บได้นานตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น 2 ปี)
    • เป็นภาษาอังกฤษ หรือสามารถแปลได้ทันที
  1. Subpart G – Supply-Chain Program (การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน)
  • สำหรับวัตถุดิบที่มีอันตรายที่ผู้ผลิตต้องควบคุมก่อนรับเข้าโรงงาน:
    • ต้องมี ผู้ขายที่ผ่านการประเมิน
    • เอกสารที่ต้องใช้ เช่น: COA (Certificate of Analysis), GMP Audit, 3rd party certification
    • หากผู้ผลิตวัตถุดิบไม่สามารถควบคุมอันตรายได้ ผู้รับผิดชอบ (โรงงาน) ต้องควบคุมเองหรือเปลี่ยนแหล่งผลิต

 

 

 

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand