ใน มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 3.4.4 กำหนดให้โรงงานต้องมีโปรแกรมการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร หรือ การตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร (Documented Inspections) แยกออกจากโปรแกรมการตรวจติดตามภายใน เพื่อให้มั่นใจว่า สภาพแวดล้อมของโรงงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการผลิตอาหาร
การตรวจลักษณะนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การตรวจประจำเดือน โดยเฉพาะในพื้นที่เปิดผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาตรฐานกำหนดว่าต้องดำเนินการ ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ ความถี่ของการตรวจต้องพิจารณาจากความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร

การตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร คืออะไรในมาตรฐาน BRCGS Food ?
การตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร (Documented Inspections) คือ โปรแกรมการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร เพื่อประเมินว่าสภาพแวดล้อมของโรงงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ อาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และการทำความสะอาด ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการผลิตอาหารหรือไม่
ตามคำอธิบายในไกด์ การตรวจนี้แตกต่างจากการตรวจติดตามภายในตามข้อ 3.4.1 ถึง 3.4.3 เพราะการตรวจติดตามภายในเป็นการตรวจเชิงลึกต่อระบบ ขั้นตอน และแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ ส่วนการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสารเป็นการตรวจที่เรียบง่ายกว่า โดยเน้นการตรวจสภาพจริง ณ จุดปฏิบัติงาน เพื่อประเมินว่าสภาพหน้างานยังเหมาะสม และสามารถควบคุมความเสี่ยงได้หรือไม่
ดังนั้น โรงงานที่ดำเนินการตาม มาตรฐาน BRCGS Food จึงควรมีแผนการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร แยกจากแผนการตรวจติดตามภายในอย่างชัดเจน
ขอบเขตขั้นต่ำของการตรวจประจำเดือน
ตามมาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 3.4.4 การตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร อย่างน้อยต้องครอบคลุม 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1. การตรวจสุขลักษณะ
การตรวจสุขลักษณะ หรือ Hygiene Inspection มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการทำความสะอาด และการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่ผลิต
การตรวจสุขลักษณะควรประเมินว่า พื้นที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงควรประเมินมาตรฐานด้านสุขลักษณะส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมในการผลิตยังคงถูกสุขลักษณะ และเหมาะสมต่อการผลิตอาหารที่ปลอดภัย
ตัวอย่างประเด็นที่ควรตรวจ ได้แก่ ความสะอาดของพื้นที่ผลิต ความสะอาดของเครื่องมือและอุปกรณ์ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน และความเหมาะสมของสุขลักษณะส่วนบุคคลในพื้นที่ผลิต
2. การตรวจสภาพอาคารและอุปกรณ์
การตรวจสภาพอาคารและอุปกรณ์ หรือ Fabrication Inspection เป็นการตรวจเพื่อระบุความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์จากสภาพของอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ เช่น ประตู ผนัง พื้น เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต
ตัวอย่างประเด็นที่ควรตรวจ ได้แก่ ความเหมาะสม สถานะ สภาพการซ่อมแซม และความสะอาดของประตู ผนัง พื้น และส่วนประกอบอื่น ๆ ของอาคาร รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
นอกจากนี้ ควรมีการตรวจอุปกรณ์เพื่อระบุและควบคุมความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม เช่น อุปกรณ์ที่สึกหรอ หรืออุปกรณ์ที่เสียหาย ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะมีโอกาสปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์
ความถี่ของการตรวจประจำเดือนตามมาตรฐาน BRCGS Food
มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 3.4.4 ระบุว่า ความถี่ของการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสารต้องพิจารณาจากความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร
สำหรับ พื้นที่เปิดผลิตภัณฑ์ ต้องตรวจ ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ดังนั้น โรงงานอาหารจึงควรมีระบบ การตรวจประจำเดือน อย่างเป็นทางการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่ดูแลเป็นพิเศษ หรือพื้นที่ความเสี่ยงสูง อาจต้องมีความถี่ในการตรวจมากกว่าเดือนละครั้ง เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของพื้นที่และลักษณะการผลิต
กิจกรรมตามฤดูกาล หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะบางช่วงเวลา ควรถูกนำมาพิจารณาในแผนการตรวจเมื่อเหมาะสม เช่น การเริ่มเดินเครื่อง การเปลี่ยนกะ หรือช่วงเริ่มต้นการผลิต ซึ่งสามารถกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการตรวจได้
ควรตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดบ้าง ?
การทบทวนโปรแกรมการตรวจควรดำเนินการก่อนมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร เช่น
การนำอุปกรณ์ใหม่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่เข้ามาใช้ การเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของกระบวนการผลิต หรือการเปลี่ยนแปลงผังกระบวนการผลิต
รวมถึงกรณีที่พบความไม่สอดคล้องจากการตรวจ เช่น การตรวจติดตามภายใน การตรวจตามมาตรฐาน BRCGS การตรวจของลูกค้า การตรวจจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือการตรวจจากหน่วยงานอิสระ เช่น ข้อเสนอแนะจากการสำรวจเชิงลึกด้านการควบคุมสัตว์พาหะ
เอกสารยังระบุว่า เป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการตรวจหลังจากมีกิจกรรมใด ๆ ที่อาจเปลี่ยนระดับความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ เช่น หลังจากการซ่อมบำรุง
ผู้ตรวจต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ?
ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร ควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมกับระบบที่ตนเองต้องตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำการตรวจสุขลักษณะและการตรวจสภาพอาคารและอุปกรณ์ ไม่จำเป็นต้องมีระดับการฝึกอบรมเท่ากับผู้ตรวจติดตามภายในเสมอไป
นอกจากนี้ ข้อกำหนดเรื่องความเป็นอิสระตามข้อ 3.4.2 ไม่ได้จำเป็นต้องนำมาใช้กับการตรวจประเภทนี้ทุกกรณี ดังนั้น การตรวจช่วงเริ่มต้นการผลิตอาจดำเนินการโดยหัวหน้างานหรือผู้จัดการสายงานได้ และสามารถใช้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการตรวจได้เช่นกัน
การรายงานผลและการปฏิบัติการแก้ไข
ผลการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสารต้องรายงานต่อบุคลากรที่รับผิดชอบกิจกรรมหรือพื้นที่ที่ถูกตรวจ
เมื่อพบประเด็นที่ต้องแก้ไข ต้องมีการตกลงเรื่อง การปฏิบัติการแก้ไข (Corrective Action) และกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการให้ชัดเจน พร้อมทั้งต้องตรวจสอบว่าการแก้ไขนั้นดำเนินการแล้วเสร็จอย่างมีประสิทธิผล
เอกสารเน้นว่า ประเด็นที่พบจากการตรวจควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ และต้องเก็บรักษาบันทึกของการตรวจ รวมถึงบันทึกการปฏิบัติการแก้ไขไว้เป็นหลักฐาน
การนำผลการตรวจเข้าสู่การทบทวนของฝ่ายบริหาร
มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 3.4.4 กำหนดให้มีการสรุปผลการตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร และนำไปทบทวนในการประชุม การทบทวนของฝ่ายบริหาร (Management Review) ตามข้อ 1.1.4
บันทึกการตรวจสามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อระบุแนวโน้มของปัญหา และช่วยผลักดันการปรับปรุง เช่น การปรับปรุงด้านสุขลักษณะ การปรับปรุงสภาพอาคาร การปรับปรุงอุปกรณ์ และการควบคุมความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม
ดังนั้น การตรวจประจำเดือนไม่ควรเป็นเพียงการตรวจตามรายการเท่านั้น แต่ควรเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้โรงงานเห็นแนวโน้มของปัญหา และนำไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐาน BRCGS Food ข้อ 3.4.4 กำหนดให้โรงงานต้องมีโปรแกรม การตรวจที่จัดทำเป็นเอกสาร (Documented Inspections) แยกจากการตรวจติดตามภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมของโรงงานและอุปกรณ์การผลิตอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการผลิตอาหาร
หัวใจสำคัญของข้อกำหนดนี้คือการตรวจด้าน สุขลักษณะ (Hygiene Inspection) และการตรวจด้าน สภาพอาคารและอุปกรณ์ (Fabrication Inspection) โดยความถี่ของการตรวจต้องอ้างอิงตามความเสี่ยง และสำหรับพื้นที่เปิดผลิตภัณฑ์ต้องตรวจไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
ผลการตรวจต้องมีการรายงาน กำหนดการปฏิบัติการแก้ไข กำหนดระยะเวลาดำเนินการ ตรวจติดตามผล เก็บบันทึก และสรุปผลเข้าสู่การทบทวนของฝ่ายบริหาร เพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบด้านสุขลักษณะ อาคาร อุปกรณ์ และความปลอดภัยอาหารอย่างต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ