12 ขั้นตอนการจัดทำระบบ HACCP แบบละเอียด ตามแนวทาง Codex

อินโฟกราฟิกสรุป 12 ขั้นตอนการจัดทำระบบ HACCP และความสัมพันธ์กับหลักการ HACCP 7 ข้อ

การจัดทำระบบ HACCP — Hazard Analysis and Critical Control Point ไม่ได้เริ่มจากการกำหนด CCP ทันที แต่ต้องเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับทีม ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค และกระบวนการผลิตให้ครบถ้วนก่อน

Codex CXC 1-1969 revise 2022 กำหนดแนวทางการประยุกต์ใช้ HACCP เป็น 12 ขั้นตอนต่อเนื่อง โดยขั้นตอนที่ 1–5 เป็นขั้นตอนเตรียมการ ส่วนขั้นตอนที่ 6–12 คือการนำหลักการ HACCP 7 ข้อไปใช้จริง

12 ขั้นตอน HACCP มีอะไรบ้าง?

อินโฟกราฟิกสรุป 12 ขั้นตอนการจัดทำระบบ HACCP และความสัมพันธ์กับหลักการ HACCP 7 ข้อ

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ก่อนเริ่มจัดทำ HACCP สถานประกอบการควรมีโปรแกรมพื้นฐาน รวมถึง GHPs ที่ได้รับการนำไปปฏิบัติและทวนสอบอย่างเหมาะสม เพราะ HACCP จะไม่มีประสิทธิผล หากระบบพื้นฐานด้านสุขลักษณะยังไม่พร้อม

ขั้นตอนที่ 1 จัดตั้งทีม HACCP และกำหนดขอบเขต

อินโฟกราฟิกการจัดตั้งทีม HACCP และบุคลากรจากหลายฝ่ายที่ควรมีในทีม

องค์กรต้องจัดตั้งทีมที่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต อันตราย และมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง

ทีมควรมีบุคลากรจากหลายสาขา เช่น

  • ฝ่ายผลิต
  • ฝ่ายประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ
  • ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง
  • ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • ฝ่ายจัดซื้อ
  • ฝ่ายคลังสินค้า
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาหรือเทคโนโลยีอาหาร

องค์กรขนาดเล็กอาจใช้บุคลากรภายนอกเป็นผู้ให้คำปรึกษาได้ แต่ผู้ประกอบการยังต้องมีความเข้าใจและรับผิดชอบต่อระบบของตนเอง

สิ่งที่ควรกำหนดในขั้นตอนนี้

  • หัวหน้าทีม HACCP
  • สมาชิกและความเชี่ยวชาญ
  • หน้าที่และความรับผิดชอบ
  • ผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม
  • กระบวนการและสถานที่ที่อยู่ในขอบเขต
  • ประเภทอันตรายที่พิจารณา
  • จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแผน HACCP

ตัวอย่างขอบเขต: ครอบคลุมการผลิตไก่ปรุงสุกแช่เย็น ตั้งแต่การรับวัตถุดิบจนถึงการจัดเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก่อนขนส่ง

หลักฐานที่ควรมี

  • คำสั่งแต่งตั้งทีม HACCP
  • รายชื่อทีมและตำแหน่ง
  • หลักฐานความรู้หรือการฝึกอบรม
  • ขอบเขตของแผน HACCP
  • บันทึกการประชุมทีม

ขั้นตอนที่ 2 อธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ทีม HACCP ต้องจัดทำรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้เพียงพอต่อการระบุและประเมินอันตราย

ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่

  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • วัตถุดิบและส่วนประกอบ
  • สารก่อภูมิแพ้
  • คุณลักษณะทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยา
  • ค่า pH และค่าปริมาณน้ำอิสระ หากเกี่ยวข้อง
  • วิธีการถนอมอาหาร
  • กระบวนการให้ความร้อนหรือการแปรรูป
  • บรรจุภัณฑ์
  • อายุผลิตภัณฑ์
  • เงื่อนไขการจัดเก็บ
  • เงื่อนไขการขนส่ง
  • วิธีการจำหน่าย
  • ข้อกำหนดทางกฎหมายหรือข้อกำหนดของลูกค้า

ผลิตภัณฑ์หลายรายการสามารถรวมอยู่ในแผนเดียวกันได้ หากมีวัตถุดิบ คุณลักษณะ และกระบวนการผลิตที่ใกล้เคียงกัน และการรวมกลุ่มนั้นไม่ทำให้การวิเคราะห์อันตรายคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างรายละเอียดผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดทำระบบ HACCP เช่น อกไก่ปรุงสุกแช่เย็น

ขั้นตอนที่ 3 ระบุวัตถุประสงค์การใช้และกลุ่มผู้บริโภค

อินโฟกราฟิกวัตถุประสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์และกลุ่มผู้บริโภคเปราะบางที่ควรพิจารณาในระบบ HACCP

ต้องระบุว่าผลิตภัณฑ์จะถูกนำไปใช้อย่างไร และใครเป็นผู้บริโภค

ประเด็นที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • เป็นอาหารพร้อมรับประทานหรือไม่
  • ต้องปรุงหรือให้ความร้อนเพิ่มเติมหรือไม่
  • ใช้เป็นวัตถุดิบของผู้ผลิตรายอื่นหรือไม่
  • ผู้บริโภคทั่วไปหรือกลุ่มเปราะบาง
  • วิธีเก็บรักษาหลังเปิดบรรจุภัณฑ์
  • ผู้บริโภคมีโอกาสใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

กลุ่มเปราะบางอาจประกอบด้วย

  • ทารกและเด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ป่วยในโรงพยาบาล
  • ผู้แพ้อาหาร

วัตถุประสงค์การใช้มีผลต่อการประเมินนัยสำคัญของอันตราย ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานที่ไม่มีขั้นตอนให้ความร้อนโดยผู้บริโภค อาจต้องควบคุมการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคเข้มงวดกว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องปรุงสุกก่อนรับประทาน

ขั้นตอนที่ 4 จัดทำแผนผังกระบวนการผลิต

อินโฟกราฟิกองค์ประกอบที่ควรแสดงในแผนผังกระบวนการผลิต (Flow Diagram) สำหรับระบบ HACCP

แผนผังกระบวนการผลิต หรือ Flow Diagram ต้องแสดงลำดับและความสัมพันธ์ของขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

แผนผังควรครอบคลุม

  • การรับวัตถุดิบ
  • การตรวจรับ
  • การจัดเก็บ
  • การเตรียมวัตถุดิบ
  • การชั่งและผสม
  • การแปรรูป
  • การให้ความร้อน
  • การทำให้เย็น
  • การบรรจุ
  • การตรวจสอบ
  • การเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • การขนส่ง

รวมถึงจุดสำคัญเพิ่มเติม เช่น

  • จุดนำวัตถุดิบหรือส่วนประกอบเข้าสู่กระบวนการ
  • จุดที่เกิดผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ
  • การนำกลับมาผลิตซ้ำ
  • ของเสียและผลพลอยได้
  • ขั้นตอนที่มีการรอคอย

แผนผังควรจัดทำให้เข้าใจง่าย แต่ต้องละเอียดเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์อันตรายในแต่ละขั้นตอน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่แสดงขั้นตอนพักรอ
  • ไม่แสดงการนำสินค้ากลับมาผลิตซ้ำ
  • ไม่แสดงการจัดเก็บระหว่างกระบวนการ
  • ไม่แสดงการรับบรรจุภัณฑ์
  • ไม่แสดงขั้นตอนคัดแยกหรือแกะบรรจุภัณฑ์
  • ใช้แผนผังเก่าที่ไม่ตรงกับสายการผลิตจริง

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบแผนผังกระบวนการ ณ สถานที่จริง

ทีม HACCP ต้องเดินตรวจสอบกระบวนการผลิตจริง เพื่อยืนยันว่าแผนผังถูกต้อง ครบถ้วน และตรงกับวิธีปฏิบัติของสถานประกอบการ

การตรวจสอบควรครอบคลุม

  • การทำงานในแต่ละกะ
  • การผลิตในช่วงเริ่มต้นและสิ้นสุดงาน
  • เส้นทางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
  • การเคลื่อนที่ของพนักงาน
  • การนำผลิตภัณฑ์กลับมาผลิตซ้ำ
  • เวลารอระหว่างขั้นตอน
  • การจัดเก็บชั่วคราว
  • การจัดการของเสีย
  • ความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์หรือขนาดบรรจุ

หากพบว่าแผนผังไม่ตรงกับการปฏิบัติงาน ต้องแก้ไขและยืนยันใหม่

หลักฐานที่ควรมี

  • แผนผังกระบวนการที่อนุมัติแล้ว
  • วันที่ตรวจยืนยัน
  • รายชื่อผู้ตรวจยืนยัน
  • บันทึกการแก้ไขแผนผัง
  • ลายเซ็นหรือการอนุมัติของทีม HACCP

ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์อันตรายและระบุมาตรการควบคุม

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 1 มาใช้

ทีม HACCP ต้องระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากวัตถุดิบ สภาพแวดล้อม และแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ แล้วประเมินว่าอันตรายใดเป็นอันตรายที่มีนัยสำคัญ

ประเภทอันตรายที่ต้องพิจารณา

อันตรายทางชีวภาพ เช่น

  • แบคทีเรียก่อโรค
  • ไวรัส
  • ปรสิต
  • สารพิษจากจุลินทรีย์

อันตรายทางเคมี เช่น

  • สารกำจัดศัตรูพืช
  • ยาสัตว์ตกค้าง
  • สารทำความสะอาด
  • สารหล่อลื่น
  • วัตถุเจือปนอาหารเกินกำหนด
  • สารก่อภูมิแพ้ที่ไม่ได้แจ้งบนฉลาก

อันตรายทางกายภาพ เช่น

  • เศษแก้ว
  • เศษโลหะ
  • พลาสติกแข็ง
  • กระดูก
  • หิน
  • เศษไม้

ปัจจัยที่ใช้ประเมินนัยสำคัญ

  • โอกาสเกิดหากไม่มีการควบคุม
  • ความรุนแรงต่อผู้บริโภค
  • ระดับของอันตรายในวัตถุดิบ
  • การเพิ่มจำนวนหรือการสร้างสารพิษ
  • การปนเปื้อนหรือปนเปื้อนข้าม
  • การอยู่รอดหลังผ่านกระบวนการ
  • วัตถุประสงค์การใช้
  • กลุ่มผู้บริโภค
  • ข้อกำหนดทางกฎหมาย
  • ประวัติข้อร้องเรียนหรือการเรียกคืน

Codex ให้นิยามอันตรายที่มีนัยสำคัญว่า เป็นอันตรายที่มีเหตุผลคาดว่าจะเกิดในระดับที่ยอมรับไม่ได้หากไม่มีการควบคุม และจำเป็นต้องควบคุมตามวัตถุประสงค์การใช้ของอาหาร

มาตรการควบคุมต้องสามารถป้องกันอันตราย กำจัดอันตราย หรือลดอันตรายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ตัวอย่างมาตรการควบคุม ได้แก่

  • การควบคุมผู้ส่งมอบ
  • การตรวจรับวัตถุดิบ
  • การให้ความร้อน
  • การควบคุมอุณหภูมิ
  • การปรับค่า pH
  • การควบคุมค่า aw
  • การทำความสะอาด
  • การแยกสารก่อภูมิแพ้
  • เครื่องตรวจจับโลหะ
  • การตรวจสอบฉลาก

ขั้นตอนที่ 7 กำหนดจุดควบคุมวิกฤต

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 2 มาใช้

CCP — Critical Control Point คือขั้นตอนที่มีการใช้มาตรการควบคุมซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมอันตรายที่มีนัยสำคัญ

ทีม HACCP อาจใช้

  • แผนภูมิการตัดสินใจ
  • ตารางพิจารณา CCP
  • ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
  • ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
  • ข้อกำหนดกฎหมายหรือมาตรฐาน

การใช้แผนภูมิการตัดสินใจเป็นเพียงเครื่องมือช่วย ไม่สามารถใช้แทนความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อันตราย และกระบวนการได้

ตัวอย่าง CCP

  • การพาสเจอไรซ์
  • การฆ่าเชื้อ
  • การปรุงสุก
  • การควบคุมความเป็นกรด
  • การตรวจจับโลหะ
  • การควบคุมสูตรผสมที่เกี่ยวข้องกับสารกันเสีย
  • การควบคุมการติดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในบางกระบวนการ

ขั้นตอนเดียวกันไม่จำเป็นต้องเป็น CCP ในทุกโรงงาน เพราะต้องพิจารณาจากมาตรการควบคุมและกระบวนการเฉพาะของแต่ละสถานประกอบการ

ขั้นตอนที่ 8 กำหนดค่าวิกฤตที่ผ่านการรับรองความใช้ได้

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 3 มาใช้

Critical Limit — ค่าวิกฤต คือเกณฑ์ที่สังเกตหรือวัดได้ ซึ่งใช้แบ่งระหว่างสภาวะที่ยอมรับได้กับยอมรับไม่ได้ ณ CCP

ตัวอย่างค่าวิกฤต ได้แก่

  • อุณหภูมิ
  • เวลา
  • ค่า pH
  • ค่า aw
  • ความเข้มข้น
  • ความเร็วสายพาน
  • อัตราการไหล
  • ขนาดโลหะทดสอบ
  • การมีหรือไม่มีฉลากที่ถูกต้อง

ค่าวิกฤตต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเพียงพอต่อการควบคุมอันตราย แหล่งข้อมูลที่อาจใช้ ได้แก่

  • กฎหมาย
  • Codex
  • งานวิจัย
  • เอกสารวิชาการ
  • แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
  • ผลการทดลอง
  • ข้อมูลจากผู้ผลิตเครื่องจักร
  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • การศึกษารับรองความใช้ได้

ไม่ควรกำหนดค่าวิกฤตจากประสบการณ์หรือความสะดวกของโรงงานเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนที่ 9 จัดทำระบบเฝ้าระวัง CCP

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 4 มาใช้

การเฝ้าระวัง หรือ Monitoring คือการสังเกตหรือวัดค่าตามแผน เพื่อประเมินว่า CCP ยังอยู่ภายใต้การควบคุมหรือไม่

แผนเฝ้าระวังควรตอบคำถามให้ครบว่า

ตารางกำหนดการเฝ้าระวัง CCP ตอบคำถามตรวจอะไร อย่างไร เมื่อไร บ่อยแค่ไหน ใครตรวจ บันทึกที่ใด

การเฝ้าระวังควรตรวจพบการเบี่ยงเบนได้ทันเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัยถูกปล่อยออกจากการควบคุม

หากเป็นไปได้ควรใช้การติดตามแบบต่อเนื่อง หากตรวจแบบไม่ต่อเนื่อง ต้องกำหนดความถี่ให้เพียงพอ

ขั้นตอนที่ 10 กำหนดการดำเนินการแก้ไข

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 5 มาใช้

องค์กรต้องกำหนดการดำเนินการแก้ไขไว้ล่วงหน้าสำหรับแต่ละ CCP เมื่อพบว่าค่าวิกฤตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ การดำเนินการควรครอบคลุม 3 ส่วน

1. ทำให้กระบวนการกลับเข้าสู่การควบคุม

เช่น

  • ปรับอุณหภูมิ
  • ปรับเวลา
  • หยุดสายการผลิต
  • ปรับความเร็วเครื่อง
  • เปลี่ยนการตั้งค่า
  • ซ่อมแซมอุปกรณ์

2. จัดการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ

ต้อง

  • ระบุช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ
  • แยกและควบคุมผลิตภัณฑ์
  • ประเมินความปลอดภัย
  • กำหนดวิธีจัดการ

ผลิตภัณฑ์อาจถูก

  • ผลิตซ้ำ
  • ให้ความร้อนซ้ำ
  • ลดระดับการใช้งาน
  • เปลี่ยนวัตถุประสงค์
  • ทำลาย

3. ป้องกันการเกิดซ้ำ

ควรตรวจหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสม เช่น

  • ซ่อมเครื่องจักร
  • ปรับวิธีปฏิบัติงาน
  • ฝึกอบรมพนักงาน
  • แก้ไขแผนการบำรุงรักษา
  • ทบทวนค่าวิกฤตหรือการเฝ้าระวัง

Codex ระบุว่าการแก้ไขต้องรวมถึงการแยกผลิตภัณฑ์ การประเมินความปลอดภัย การกำหนดวิธีจัดการ และควรทำการวิเคราะห์สาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

ขั้นตอนที่ 11 รับรองความใช้ได้ของแผน HACCP และกำหนดการทวนสอบ

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 6 มาใช้ และประกอบด้วย 2 ส่วนที่แตกต่างกัน

11.1 การรับรองความใช้ได้ของแผน HACCP

ก่อนนำแผน HACCP ไปปฏิบัติ ต้องทำให้มั่นใจว่าองค์ประกอบทั้งหมดของแผน เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันแล้ว สามารถควบคุมอันตรายที่มีนัยสำคัญได้

องค์ประกอบที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • การระบุอันตราย
  • CCP
  • ค่าวิกฤต
  • มาตรการควบคุม
  • วิธีและความถี่ของ Monitoring
  • การดำเนินการแก้ไข
  • วิธีและความถี่ของ Verification
  • ข้อมูลและบันทึกที่ต้องจัดเก็บ

ดังนั้น การรับรองความใช้ได้ของแผน HACCP ไม่ได้หมายถึงการตรวจเฉพาะค่าวิกฤตหรือมาตรการควบคุม แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดของแผนร่วมกัน

การรับรองความใช้ได้ของมาตรการควบคุมและค่าวิกฤตอาจอาศัย

  • เอกสารวิทยาศาสตร์
  • แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
  • ผลการทดลอง
  • แนวทางจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
  • การศึกษารับรองความใช้ได้

หลังเริ่มนำระบบไปใช้ ควรรวบรวมหลักฐานจากการผลิตจริง เพื่อแสดงว่าสามารถควบคุมอันตรายได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะการผลิตจริง

11.2 กำหนดวิธีการทวนสอบ

Verification — การทวนสอบ คือกิจกรรมเพิ่มเติมจาก Monitoring เพื่อยืนยันว่า

  • มีการปฏิบัติตามแผน
  • CCP อยู่ภายใต้การควบคุม
  • มาตรการควบคุมทำงานตามที่กำหนด
  • ระบบ HACCP ทำงานอย่างมีประสิทธิผล
  • แผนยังเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ

ตัวอย่างกิจกรรมทวนสอบ ได้แก่

  • ทบทวนบันทึก CCP
  • ทบทวนการเบี่ยงเบน
  • ตรวจสอบการดำเนินการแก้ไข
  • สอบเทียบเครื่องมือ
  • สังเกตการปฏิบัติงาน
  • ตรวจติดตามภายใน
  • สุ่มตัวอย่างและทดสอบ
  • ทบทวนแผน HACCP
  • ตรวจสอบการปล่อยผลิตภัณฑ์

สรุปง่าย ๆ คือ Validation ตรวจว่าแผนสามารถควบคุมอันตรายได้หรือไม่ ส่วน Verification ตรวจว่าระบบถูกนำไปใช้และทำงานตามแผนหรือไม่

ขั้นตอนที่ 12 จัดทำเอกสารและเก็บบันทึก

ขั้นตอนนี้เป็นการนำหลักการ HACCP ข้อที่ 7 มาใช้

องค์กรต้องมีเอกสารและบันทึกที่เพียงพอสำหรับแสดงว่า HACCP ได้รับการออกแบบและนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเอกสาร

  • ขอบเขตของแผน HACCP
  • รายชื่อทีม HACCP
  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์
  • วัตถุประสงค์การใช้
  • แผนผังกระบวนการ
  • ตารางวิเคราะห์อันตราย
  • ผลการกำหนด CCP
  • ค่าวิกฤต
  • แผน Monitoring
  • วิธีดำเนินการแก้ไข
  • แผน Validation
  • แผน Verification
  • แบบฟอร์มบันทึก

ตัวอย่างบันทึก

  • บันทึกการเฝ้าระวัง CCP
  • บันทึกการเบี่ยงเบน
  • บันทึกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
  • บันทึกการดำเนินการแก้ไข
  • บันทึกการสอบเทียบ
  • บันทึกผลการตรวจติดตาม
  • บันทึกการทบทวนแผน
  • บันทึกการอนุมัติปล่อยสินค้า
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลง

เอกสารและบันทึกควร

  • อ่านได้
  • ระบุวันที่และเวลา
  • ระบุผู้ตรวจหรือผู้บันทึก
  • แก้ไขอย่างมีการควบคุม
  • ป้องกันการสูญหาย
  • ค้นหาได้
  • เก็บไว้นานตามอายุผลิตภัณฑ์ กฎหมาย และข้อกำหนดของลูกค้า

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรม GHPs และ HACCP สามารถดูรายละเอียดได้ที่ หลักสูตร GHPs & HACCP ของ EQA Thailand

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand