การป้องกันผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อนโดยเจตนา (Food Defence) เป็นส่วนสำคัญของระบบ FSSC 22000 เนื่องจากโรงงานอาหารอาจเผชิญความเสี่ยงจากบุคคลที่มีเจตนามุ่งร้าย ซึ่งอาจเข้าถึงวัตถุดิบ ส่วนประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ระบบน้ำ สารเคมี หรือพื้นที่สำคัญของโรงงาน
ISO 22002-100 ข้อ 16.2 กำหนดให้โรงงานพิจารณาและจัดทำมาตรการป้องกันผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อนโดยเจตนาให้เหมาะสมกับภัยคุกคามและความเปราะบางขององค์กร
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างมาตรการตามภาคผนวกของ ISO 22002-100 ตั้งแต่การควบคุมพื้นที่ บุคลากร ผู้เยี่ยมชม วัตถุอันตราย การขนส่ง ผู้ขาย ไปจนถึงข้อมูลสำคัญของโรงงาน
Food Defence คืออะไร?
ตามคำนิยามของโครงการริเริ่มความปลอดภัยอาหารสากล (Global Food Safety Initiative: GFSI) การป้องกันผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อนโดยเจตนา (Food Defence) หมายถึง
กระบวนการเพื่อสร้างความมั่นใจว่าอาหาร ส่วนประกอบอาหาร อาหารสัตว์ หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ได้รับการป้องกันจากการโจมตีโดยเจตนาที่มุ่งร้ายทุกรูปแบบ รวมถึงการโจมตีที่มีแรงจูงใจทางอุดมการณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การปนเปื้อนหรือทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย
- คำนิยามนี้แสดงให้เห็นว่า Food Defence ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป แต่รวมถึง
- วัตถุดิบและส่วนประกอบอาหาร
- อาหารสัตว์
- บรรจุภัณฑ์อาหาร
- กระบวนการผลิต
- ระบบน้ำและสาธารณูปโภค
- พื้นที่จัดเก็บและขนส่ง
หัวใจสำคัญคือการป้องกันการกระทำที่เกิดขึ้น โดยเจตนาและมีเจตนามุ่งร้าย ซึ่งอาจเกิดจากบุคคลภายนอก พนักงาน ผู้รับเหมา ผู้เยี่ยมชม หรือผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน
1. การควบคุมพื้นที่ตั้งและผังโรงงาน
โรงงานควรลดโอกาสที่บุคคลซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจะเข้าสู่พื้นที่ หรือเข้าถึงจุดที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนโดยเจตนา
- มาตรการที่ควรพิจารณา ได้แก่
- จัดทำรั้วและติดป้ายห้ามเข้า
- ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือระบบตรวจสอบรอบพื้นที่
- จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตรา
- ล็อกประตูภายนอกและช่องเปิดที่มีความเสี่ยง
- จัดทำระบบควบคุมการเข้าและออก
- ตัดต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่อาจใช้เป็นจุดหลบซ่อน
- รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยรอบ
- ลดจำนวนทางเข้าและทางออกให้เหลือเท่าที่จำเป็น
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- แผนผังพื้นที่โรงงานและจุดควบคุม
- ระเบียบปฏิบัติการควบคุมการเข้าและออก
- รายชื่อพื้นที่ควบคุมและพื้นที่หวงห้าม
- บันทึกการตรวจตราพื้นที่
- บันทึกการตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิด
2. การป้องกันโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารต้องได้รับการป้องกันจากการเข้าถึงหรือแทรกแซงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- โรงงานควร
- รักษาความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมอุณหภูมิ
- ป้องกันแหล่งน้ำและระบบจ่ายน้ำ
- ควบคุมสายพานหรือระบบลำเลียงวัตถุดิบ
- ป้องกันถังเก็บภายนอกและระบบท่อ
- จำกัดบุคคลที่สามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณูปโภค
- กำหนดวิธีตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- รายการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
- แผนควบคุมการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค
- แบบตรวจระบบน้ำ ไฟฟ้า ถัง และท่อ
- รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่
- แผนตอบสนองกรณีพบเหตุผิดปกติ
3. การควบคุมพนักงาน
พนักงานสามารถเข้าถึงวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร และข้อมูลสำคัญได้ โรงงานจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมบุคลากรอย่างเหมาะสม
- มาตรการที่ควรดำเนินการ ได้แก่
- ตรวจสอบและยืนยันตัวตนของพนักงาน
- ใช้ระบบทำงานเป็นทีมในพื้นที่เสี่ยง
- จำกัดสิ่งของที่อนุญาตให้นำเข้าพื้นที่ผลิต
- ใช้บัตรประจำตัวหรือเครื่องแบบแยกตามสิทธิ์การเข้าถึง
- จัดพื้นที่ทำงานให้สามารถมองเห็นกิจกรรมได้ชัดเจน
- ลดจุดอับสายตาด้วยแสงสว่าง กระจก หรือการจัดผังพื้นที่
- ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร
- จัดให้มีช่องทางรายงานเหตุการณ์หรือพฤติกรรมน่าสงสัย
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- ระเบียบปฏิบัติการควบคุมพนักงาน
- ทะเบียนบัตรประจำตัวและสิทธิ์การเข้าถึง
- รายการสิ่งของต้องห้าม
- บันทึกการอบรม Food Defence
- แบบรายงานเหตุการณ์หรือพฤติกรรมต้องสงสัย
4. การควบคุมผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกต้องได้รับการควบคุมก่อนเข้าสู่โรงงาน และต้องไม่เข้าถึงพื้นที่สำคัญโดยลำพัง
- โรงงานควร
- กำหนดเงื่อนไขการอนุญาตเข้าพื้นที่
- ใช้แบบสอบถามหรือแบบลงทะเบียนผู้เยี่ยมชม
- ตรวจสอบสิ่งของที่นำเข้าพื้นที่
- ให้พนักงานติดตามผู้เยี่ยมชมตลอดเวลา
- กำหนดพื้นที่หวงห้าม
- กำหนดกฎการใช้กล้อง โทรศัพท์ และอุปกรณ์บันทึกภาพ
- เรียกคืนบัตรผู้เยี่ยมชมเมื่อออกจากโรงงาน
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- ระเบียบปฏิบัติการควบคุมผู้เยี่ยมชม
- แบบลงทะเบียนผู้เยี่ยมชม
- แบบสอบถามผู้เยี่ยมชม
- บันทึกการออกและคืนบัตร
- รายชื่อพื้นที่หวงห้าม
- แบบอนุญาตถ่ายภาพหรือบันทึกข้อมูล
5. การรักษาความปลอดภัยของพื้นที่จัดเก็บและพื้นที่ผลิต
พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ และถังเก็บ ต้องได้รับการป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปแทรกแซง
- โรงงานควร
- ล็อกพื้นที่จัดเก็บภายใน
- ล็อกถังเก็บและจุดเติมวัตถุดิบ
- ติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือระบบตรวจสอบ
- จำกัดสิทธิ์บุคคลที่สามารถเข้าถึงพื้นที่
- ตรวจสอบล็อก ประตู และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
- กำหนดผู้ติดต่อเมื่อพบเหตุการณ์น่าสงสัย
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- รายการพื้นที่จัดเก็บและพื้นที่ผลิตที่มีความเสี่ยง
- รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึง
- บันทึกการเปิดและปิดพื้นที่
- แบบตรวจล็อก ประตู และระบบรักษาความปลอดภัย
- รายชื่อผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
6. การควบคุมวัตถุอันตราย
สารเคมี เข็ม ใบมีด และอุปกรณ์ที่อาจใช้ปนเปื้อนหรือทำอันตรายต่อผลิตภัณฑ์ ต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด
- โรงงานควร
- จำกัดการเข้าถึงสารเคมีและวัตถุอันตราย
- กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สามารถใช้สารเคมี
- จัดเก็บวัตถุอันตรายในพื้นที่ที่ล็อกได้
- ควบคุมปริมาณคงเหลือ
- บันทึกการเบิกและคืน
- ตรวจนับเข็ม ใบมีด และอุปกรณ์มีคม
- สอบสวนทันทีเมื่อพบของสูญหายหรือยอดไม่ตรง
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- ระเบียบปฏิบัติการควบคุมวัตถุอันตราย
- รายชื่อผู้มีสิทธิ์ใช้สารเคมี
- ทะเบียนสารเคมีและวัตถุอันตราย
- แบบบันทึกการเบิกและคืน
- แบบตรวจนับเข็ม ใบมีด และอุปกรณ์มีคม
- แบบรายงานวัตถุอันตรายสูญหาย
7. การรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง
- การรับและส่งสินค้าเป็นจุดที่อาจเกิดการเปิด เปลี่ยนสินค้า หรือแทรกแซงผลิตภัณฑ์ระหว่างการขนส่ง
- โรงงานควร
- ล็อกพื้นที่บรรทุกสินค้าของรถขนส่ง
- ใช้ซีลที่มีหมายเลขและบันทึกหมายเลขซีล
- ใช้บรรจุภัณฑ์ที่แสดงร่องรอยการเปิดหรือดัดแปลง
- ใช้ระบบระบุตำแหน่ง (GPS) เพื่อติดตามเส้นทาง
- ให้พนักงานของโรงงานอยู่ระหว่างการรับและส่งสินค้า
- กำหนดเวลารถเข้าและออก
- ตรวจสอบเอกสารและตัวตนของผู้ขับรถ
- ใช้ผู้ให้บริการขนส่งที่ผ่านการอนุมัติ
- รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับเหมาด้านการขนส่ง
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- ระเบียบปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง
- ตารางเวลารับและส่งสินค้า
- แบบตรวจสภาพรถขนส่ง
- บันทึกหมายเลขซีล
- บันทึกการตรวจสอบผู้ขับรถ
- ข้อมูลเส้นทางจากระบบ GPS
- รายชื่อผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับอนุมัติ
8. การประเมินผู้ขายและผู้ให้บริการภายนอก
ผู้ขายและผู้ให้บริการภายนอกอาจเข้าถึงวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือพื้นที่สำคัญ จึงต้องได้รับการประเมินตามระดับความเสี่ยง
- โรงงานควร
- ประเมินผู้ขายและผู้ให้บริการด้าน Food Defence
- กำหนดกฎสำหรับผู้รับเหมาที่เข้าพื้นที่
- ตรวจสอบบุคลากร เครื่องมือ และสารที่ผู้รับเหมานำเข้า
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็น
- ให้พนักงานติดตามผู้รับเหมาระหว่างปฏิบัติงาน
- รักษาความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีกับผู้ขาย
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- หลักเกณฑ์ประเมินผู้ขายและผู้ให้บริการ
- แบบประเมินด้านการป้องกันผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อนโดยเจตนา
- ระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้รับเหมา
- รายชื่อผู้ขายและผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติ
- บันทึกการประชุมหรือการสื่อสารด้านความปลอดภัย
9. การควบคุมข้อมูลลับและข้อมูลด้านความปลอดภัย
ข้อมูลเกี่ยวกับผังโรงงาน พื้นที่เสี่ยง ระบบรักษาความปลอดภัย และแผน Food Defence ต้องไม่เปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
- โรงงานควร
- เก็บรักษาแผนผังโรงงานและเอกสารด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
- กำหนดหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเอกสารตามหน้าที่
- รักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
- ฝึกอบรมบุคลากรเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
- ปิดบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่จำเป็น
- ยกเลิกสิทธิ์พนักงานที่ลาออกหรือเปลี่ยนหน้าที่
เอกสารและหลักฐานที่ควรมี
- ระเบียบปฏิบัติการควบคุมข้อมูลลับ
- บัญชีเอกสารด้านความปลอดภัย
- รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
- บันทึกการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูล
- บันทึกการอบรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
- บันทึกการปิดบัญชีและยกเลิกสิทธิ์ผู้ใช้งาน
โรงงานควรเริ่มต้นอย่างไร?
โรงงานควรเริ่มจากการประเมินภัยคุกคามและความเปราะบาง โดยพิจารณาจุดที่บุคคลอาจเข้าถึงและก่อให้เกิดการปนเปื้อนโดยเจตนา เช่น
- วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่เปิดสัมผัส
- พื้นที่ที่ไม่มีผู้เฝ้าระวัง
- จุดรับวัตถุดิบและส่งสินค้า
- ถังเก็บและระบบท่อ
- ระบบน้ำและสาธารณูปโภค
- สารเคมีและวัตถุอันตราย
- ผู้เยี่ยมชมและผู้รับเหมา
- ระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลลับ
- จากนั้นต้องจัดทำแผนป้องกันผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อนโดยเจตนา (Food Defence Plan) โดยระบุ
- พื้นที่หรือขั้นตอนที่มีความเสี่ยง
- ลักษณะภัยคุกคาม
- มาตรการควบคุม
- ผู้รับผิดชอบ
- ความถี่การตรวจ
- วิธีรายงานเหตุการณ์
- วิธีตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ
- วิธีตรวจสอบประสิทธิผล
บทความที่เกี่ยวข้อง
- FSSC 22000 กับการควบคุมสัตว์พาหะตาม ISO 22002-100 ข้อ 7 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับการป้องกันอาหารปลอม (Food Fraud Prevention) ตาม ISO 22002-100 ข้อ 16.3 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ (Allergen Control) ตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.3 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับการควบคุมการปนเปื้อนทางกายภาพ (Physical Contamination) ตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.4 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับการควบคุมการปนเปื้อนทางเคมี (Chemical Contamination) ตาม ISO 22002-1 ข้อ 12.5 โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับ ISO 22002-4 มีอะไรเพิ่มจาก ISO 22002-100? โรงงานต้องทำอะไรบ้าง?
- FSSC 22000 กับคำศัพท์ใน ISO 22002-100 สำคัญอย่างไร? ทำความเข้าใจ Terms and Definitions

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ