ISO 22000 ข้อ 8.5.1 ขั้นตอนเบื้องต้นก่อนวิเคราะห์อันตราย ตีความข้อกำหนด

ISO 22000 ข้อ 8.5.1 ขั้นตอนเบื้องต้นก่อนวิเคราะห์อันตราย ตีความข้อกำหนด | EQA Thailand
สรุปสั้นก่อน
ISO 22000:2018 ข้อ 8.5.1 ขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับการวิเคราะห์อันตราย (preliminary steps to enable hazard analysis) คือชุดข้อมูลตั้งต้นที่ทีมความปลอดภัยของอาหารต้องรวบรวม คงไว้ และปรับให้ทันสมัย ก่อนที่จะลงมือวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.2 ข้อนี้ครอบคลุมคุณลักษณะของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สุดท้าย การใช้ตามวัตถุประสงค์ ผังกระบวนการ และคำอธิบายกระบวนการกับสภาพแวดล้อมของกระบวนการ เจตนาของมันตรงไปตรงมา คือการวิเคราะห์อันตรายจะแม่นได้ไม่เกินความแม่นของข้อมูลที่ใช้ตั้งต้น

ข้อนี้ตัดสินคุณภาพของข้อ 8.5.2 ไว้ล่วงหน้าแล้ว

ข้อ 8.5.1 ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ควบคุมการผลิตโดยตรง มันจึงถูกมองเป็นงานเอกสารเตรียมการ ทั้งที่ในทางเทคนิคมันคือข้อที่กำหนดเพดานความถูกต้องของทุกสิ่งที่ตามมา

เหตุผลอยู่ที่ลำดับการทำงาน การวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.2 คือการไล่ดูทีละขั้นตอนว่าอันตรายใดอาจเกิดขึ้น เพิ่มขึ้น ลดลง หรือถูกนำเข้ามา ถ้าขั้นตอนใดไม่ปรากฏในผังกระบวนการ อันตรายที่ขั้นตอนนั้นก็ไม่ถูกพิจารณา และถ้าคุณลักษณะของวัตถุดิบระบุไว้ไม่ครบ อันตรายที่ติดมากับวัตถุดิบก็หายไปจากการวิเคราะห์ตั้งแต่ต้น

ส่วนทั่วไปของข้อนี้ยังเรียกให้รวบรวมข้อกำหนดตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจุดที่บริบทไทยมีน้ำหนัก เพราะผู้ผลิตที่ส่งออกต้องถือข้อกำหนดของประเทศปลายทางไว้พร้อมกับข้อกำหนดในประเทศ และสองชุดนี้อาจกำหนดค่าที่ต่างกันสำหรับสิ่งเดียวกัน

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

คำที่ต้องอ่านให้ชัดคือคำว่าคงไว้และปรับให้ทันสมัย ข้อมูลชุดนี้จึงไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวตอนขอการรับรอง แต่ต้องเดินตามการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ ผู้ส่งมอบ เครื่องจักร และกฎหมาย

8.5.1.2 และ 8.5.1.3 คุณลักษณะ ไม่ใช่เอกสารขายสินค้า

สองส่วนนี้ว่าด้วยคุณลักษณะของวัตถุดิบ ส่วนผสม และวัสดุที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ กับคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ทั้งคู่มีเงื่อนไขนำหน้าเหมือนกันคือ องค์กรต้องทำให้แน่ใจว่าข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหารตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับได้ถูกชี้บ่งไว้ครบ

ความเข้าใจที่ทำให้ข้อนี้ไม่ครบคือการนำเอกสารข้อมูลจำเพาะที่ใช้ในการซื้อขายมาใช้แทน เอกสารเหล่านั้นเขียนขึ้นเพื่อระบุคุณภาพเชิงพาณิชย์ ส่วนสิ่งที่ข้อ 8.5.1.2 ต้องการคือข้อมูลที่ใช้ตัดสินอันตรายได้ ซึ่งครอบคลุมถึงแหล่งที่มา วิธีการผลิต วิธีบรรจุและส่งมอบ สภาวะการเก็บรักษาและอายุการเก็บ วิธีเตรียมหรือจัดการก่อนนำไปใช้ และเกณฑ์การยอมรับที่ผูกกับความปลอดภัยของอาหาร

ฝั่งผลิตภัณฑ์สุดท้ายก็เช่นกัน สิ่งที่ต้องระบุรวมถึงองค์ประกอบ คุณลักษณะทางชีวภาพ เคมี และกายภาพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อายุการเก็บและสภาวะการเก็บที่ตั้งใจไว้ บรรจุภัณฑ์ ฉลากในส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือคำแนะนำการจัดการและการเตรียม รวมถึงวิธีการกระจายและส่งมอบ

ประโยคเรื่องฉลากมีน้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะข้อความบนฉลากคือมาตรการควบคุมที่องค์กรส่งต่อให้ผู้บริโภคเป็นผู้ปฏิบัติ ถ้าความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ขึ้นกับการเก็บในตู้เย็นหรือการให้ความร้อนก่อนบริโภค ข้อความนั้นต้องอยู่บนฉลากและต้องถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเล จังหวัดสมุทรสาคร

โรงงานสมมติแห่งหนึ่งเปลี่ยนผู้ส่งมอบกุ้งแช่แข็งรายหนึ่งเป็นอีกรายในไตรมาสก่อน โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้ส่งมอบตามปกติและได้เอกสารข้อมูลจำเพาะครบ

สิ่งที่ไม่ได้ปรับตามคือเอกสารคุณลักษณะวัตถุดิบของระบบ ซึ่งยังระบุแหล่งที่มาและวิธีการเลี้ยงตามผู้ส่งมอบรายเดิม ขณะที่รายใหม่ใช้รูปแบบการเลี้ยงที่มีข้อพิจารณาเรื่องสารตกค้างต่างออกไป

ผลที่ตามมาไม่ได้อยู่ที่เอกสารขาด แต่อยู่ที่การวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.2 สำหรับวัตถุดิบรายการนี้ ยังตั้งอยู่บนข้อมูลของผู้ส่งมอบที่เลิกใช้ไปแล้ว ซึ่งเป็นความไม่สอดคล้องที่ต้นทางของข้อ 8.5.1.2 ไม่ใช่ที่การวิเคราะห์

8.5.1.4 การใช้ตามวัตถุประสงค์ รวมถึงการใช้ผิดที่คาดหมายได้

ส่วนนี้สั้นแต่มีขอบเขตกว้างกว่าที่ชื่อบอก เพราะไม่ได้ให้พิจารณาเฉพาะการใช้งานตามที่องค์กรตั้งใจ แต่ให้พิจารณาการจัดการผลิตภัณฑ์ที่คาดหมายได้ตามสมควร และการใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือการจัดการที่ผิดซึ่งคาดหมายได้ตามสมควรด้วย

เกณฑ์อยู่ที่คำว่าคาดหมายได้ตามสมควร ไม่ใช่ทุกความเป็นไปได้ในจินตนาการ องค์กรจึงต้องอธิบายได้ว่าใช้อะไรเป็นฐานในการตัดสิน เช่น ลักษณะช่องทางจำหน่าย พฤติกรรมการเก็บและการเตรียมของผู้บริโภคปลายทาง หรือข้อร้องเรียนที่เคยเกิดขึ้น

ส่วนนี้ยังกำหนดให้ชี้บ่งกลุ่มผู้บริโภคหรือผู้ใช้ของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม และให้ชี้บ่งกลุ่มที่เปราะบางเป็นพิเศษต่ออันตรายด้านความปลอดภัยของอาหารไว้ด้วย ประโยคหลังนี้เปลี่ยนผลการวิเคราะห์ได้จริง เพราะอันตรายเดียวกันที่ระดับเดียวกันมีนัยสำคัญต่างกันเมื่อผู้บริโภคเป็นคนละกลุ่ม

กรณีสมมติ — ผู้ผลิตเครื่องดื่ม จังหวัดนครปฐม

โรงงานสมมติแห่งหนึ่งผลิตเครื่องดื่มธัญพืชพร้อมดื่มส่งขายผ่านร้านค้าปลีกทั่วไป เอกสารการใช้ตามวัตถุประสงค์ระบุว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

ต่อมามีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายเข้าสู่สถานดูแลผู้สูงอายุโดยฝ่ายขาย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกลุ่มผู้บริโภคไปสู่กลุ่มที่ต้องชี้บ่งว่าเปราะบางเป็นพิเศษ แต่เอกสารตามข้อ 8.5.1.4 ไม่ได้ถูกปรับ

ผลคือระดับความเข้มงวดของมาตรการควบคุมที่เลือกไว้เดิม ถูกตัดสินบนสมมติฐานเรื่องกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องทบทวนการวิเคราะห์อันตรายใหม่ ไม่ใช่แค่แก้ข้อความในเอกสาร

8.5.1.5 ผังกระบวนการ สามส่วนที่ต้องมีครบ

ส่วนนี้แยกเป็นสามส่วนย่อยที่ทำหน้าที่ต่างกัน และการมีเพียงส่วนแรกคือสิ่งที่ทำให้ข้อนี้ไม่ครบ

ส่วนแรกคือการจัดทำผังกระบวนการ โดยผังต้องชัดเจน ถูกต้อง และมีรายละเอียดพอสำหรับการวิเคราะห์อันตราย สิ่งที่ผังต้องแสดงตามความเหมาะสมรวมถึงลำดับและปฏิสัมพันธ์ของขั้นตอน กระบวนการที่จ้างภายนอก จุดที่วัตถุดิบและสิ่งอื่นเข้าสู่สายการผลิต จุดที่มีการนำกลับไปแปรรูปใหม่หรือหมุนเวียนกลับ และจุดที่ผลิตภัณฑ์ ผลพลอยได้ และของเสียออกจากสายการผลิต

จุดที่ต้องสังเกตคือคำว่าการนำกลับไปแปรรูปใหม่ เพราะเส้นทางย้อนกลับเหล่านี้เป็นเส้นทางที่ผลิตภัณฑ์เดินสวนทางกับการไหลปกติ และเป็นเส้นทางที่ผังซึ่งวาดตามลำดับการผลิตจากซ้ายไปขวามองข้ามได้ง่ายที่สุด

ส่วนที่สองคือการยืนยันความถูกต้องของผัง ณ สถานที่จริง โดยทีมความปลอดภัยของอาหาร พร้อมปรับปรุงผังตามความเหมาะสมและเก็บไว้เป็นเอกสารสารสนเทศ ข้อนี้เป็นข้อที่มีคำว่าหน้างานอยู่ในตัวข้อกำหนดเอง การนั่งตรวจผังในห้องประชุมจึงไม่ตอบข้อนี้ และการยืนยันควรทำในช่วงที่สายการผลิตกำลังเดินจริง เพราะช่วงที่หยุดเดินจะไม่เห็นการเคลื่อนที่ของคนและวัสดุ

ส่วนที่สามคือคำอธิบายกระบวนการและสภาพแวดล้อมของกระบวนการ ซึ่งครอบคลุมผังพื้นที่โรงงานโดยแยกพื้นที่จัดการอาหารกับพื้นที่ที่ไม่ใช่ เครื่องจักรและวัสดุสัมผัสอาหาร การไหลของวัสดุ โปรแกรมพื้นฐานที่มีอยู่ พารามิเตอร์ของกระบวนการ มาตรการควบคุมและระดับความเข้มงวดที่ใช้ รวมถึงข้อกำหนดจากภายนอกที่มีผลต่อการเลือกมาตรการควบคุม และต้องรวมความแปรผันที่เกิดจากฤดูกาลหรือรูปแบบการเข้ากะไว้ด้วย

ตารางเทียบ — ผังที่ใช้วิเคราะห์ได้ กับผังที่ใช้ไม่ได้

ประเด็น ผังที่ยังใช้วิเคราะห์อันตรายไม่ได้ ผังที่ตอบเจตนาของข้อ 8.5.1.5
ระดับรายละเอียด รวบหลายขั้นตอนไว้ในกล่องเดียว เช่น เตรียมวัตถุดิบ แยกจนถึงระดับที่ตัดสินอันตรายรายขั้นตอนได้
เส้นทางย้อนกลับ ไม่แสดงการนำกลับไปแปรรูปใหม่ แสดงจุดที่นำกลับเข้าและจุดที่นำกลับออก
กระบวนการที่จ้างภายนอก ตัดออกเพราะไม่ได้ทำเอง แสดงไว้ในผังพร้อมจุดส่งออกและรับกลับ
การยืนยันหน้างาน อนุมัติในห้องประชุม ไม่มีร่องรอยการเดินตรวจ มีบันทึกการยืนยันหน้างาน วันที่ และผู้ยืนยัน
ความเป็นปัจจุบัน ฉบับเดียวกับปีที่ขอการรับรองครั้งแรก ปรับตามการเปลี่ยนเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ และผังพื้นที่

ผลของข้อนี้ไปโผล่ที่ไหนต่อ

ข้อ 8.5.1 เป็นข้อมูลนำเข้าของหลายข้อพร้อมกัน

ปลายทางหลักคือข้อ 8.5.2 การวิเคราะห์อันตราย ซึ่งใช้ผังกระบวนการเป็นฐานในการไล่พิจารณาทีละขั้นตอน และใช้คุณลักษณะของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กับการใช้ตามวัตถุประสงค์ในการประเมินนัยสำคัญของอันตราย

ปลายทางที่สองคือข้อ 8.2 โปรแกรมพื้นฐาน เพราะคำอธิบายสภาพแวดล้อมของกระบวนการ โดยเฉพาะผังพื้นที่และการไหลของวัสดุและคน คือข้อมูลที่ใช้ตัดสินว่าโปรแกรมพื้นฐานชุดใดจำเป็นและเข้มงวดเพียงใด

ปลายทางที่สามคือข้อ 7.1.6 การควบคุมกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และบริการจากภายนอก เพราะกระบวนการที่จ้างภายนอกซึ่งปรากฏบนผัง คือสิ่งที่ต้องมีข้อตกลงและการทวนสอบรองรับ

และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสี่เรื่องนี้ ข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง คือกลไกที่พาข้อมูลชุดนี้กลับเข้าสู่วงจรอีกครั้ง

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ข้อมูลตั้งต้นสำหรับการวิเคราะห์อันตรายถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อใด และอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ทบทวน (ที่มา: ข้อ 8.5.1.1)
  2. เอกสารคุณลักษณะวัตถุดิบขององค์กร ต่างจากเอกสารข้อมูลจำเพาะที่ใช้ซื้อขายอย่างไร และมีข้อกำหนดตามกฎหมายที่ใช้บังคับระบุไว้ครบหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.5.1.2)
  3. องค์กรชี้บ่งกลุ่มผู้บริโภคที่เปราะบางเป็นพิเศษไว้สำหรับผลิตภัณฑ์ใดบ้าง และใช้อะไรเป็นฐานในการตัดสิน (ที่มา: ข้อ 8.5.1.4)
  4. ผังกระบวนการฉบับปัจจุบันแสดงเส้นทางการนำกลับไปแปรรูปใหม่และกระบวนการที่จ้างภายนอกไว้หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.5.1.5.1)
  5. การยืนยันความถูกต้องของผังหน้างานครั้งล่าสุดทำเมื่อใด โดยใคร และทำในช่วงที่สายการผลิตเดินอยู่หรือไม่ (ที่มา: ข้อ 8.5.1.5.2)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand