ISO 14001:2026 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและการวางแผนเพื่อบรรลุ

ISO 14001:2026 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 6.2 ของ ISO 14001:2026 แยกเป็นสองข้อย่อย ข้อ 6.2.1 พูดถึงตัววัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม (environmental objectives) ว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไรและต้องเกาะอยู่กับอะไร ส่วนข้อ 6.2.2 พูดถึงแผนที่จะพาไปให้ถึง โดยเพิ่มเงื่อนไขที่ชัดขึ้นเรื่องตัวชี้วัดสำหรับติดตามความก้าวหน้า ประเด็นที่ทำให้ข้อนี้ตอบได้ไม่ครบในการตรวจประเมินไม่ใช่การไม่มีวัตถุประสงค์ แต่คือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ไม่ได้เกาะกับลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญของตัวเอง และแผนที่เขียนไว้ไม่มีตัวชี้วัดที่บอกได้ระหว่างทางว่ากำลังไปถึงหรือไม่

วัตถุประสงค์ต้องงอกออกมาจากอะไร ไม่ใช่คิดขึ้นลอย ๆ

ข้อ 6.2.1 เริ่มด้วยการกำหนดว่าองค์กรต้องจัดตั้งวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่หน้าที่และระดับที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญและพันธกรณีด้านการปฏิบัติตามที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสที่ได้ชี้บ่งไว้

ประโยคนี้กำหนดต้นทางของวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน วัตถุประสงค์ไม่ใช่สิ่งที่คิดขึ้นในที่ประชุมโดยดูจากว่าปีนี้ควรทำอะไรให้ดูดี แต่ต้องตามรอยกลับไปหาผลการประเมินตาม ข้อ 6.1.2 ลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม ได้ ถ้าผลการประเมินบอกว่าประเด็นที่มีนัยสำคัญสามอันดับแรกคือการใช้น้ำ การเกิดของเสียอันตรายจากกระบวนการล้าง และการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย แต่วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้กลับเป็นการลดการใช้กระดาษในสำนักงาน สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินจะถามคือความเชื่อมโยง ไม่ใช่ความตั้งใจ

คำว่า “ที่หน้าที่และระดับที่เกี่ยวข้อง” ก็มีน้ำหนัก เพราะเป็นการบอกว่าวัตถุประสงค์ระดับองค์กรเพียงข้อเดียวอาจไม่พอ ถ้าประเด็นที่มีนัยสำคัญกระจายอยู่หลายหน่วยงาน วัตถุประสงค์ควรกระจายลงไปให้หน่วยงานที่ควบคุมประเด็นนั้นได้จริงเป็นผู้รับผิดชอบ การตั้งเป้าไว้ที่ระดับบริษัทแล้วไม่มีใครในสายผลิตรู้ว่าตนเองเกี่ยวข้องอย่างไร คือรูปแบบที่อธิบายข้อนี้ได้ยาก

คุณสมบัติหกข้อ อ่านให้เป็นสามคำถามจะเข้าใจง่ายกว่า

ข้อ 6.2.1 ระบุคุณสมบัติของวัตถุประสงค์ไว้เป็นรายการ การท่องรายการนั้นไม่ช่วยให้เขียนวัตถุประสงค์ได้ดีขึ้น วิธีที่ใช้ได้จริงคือแปลงรายการเป็นคำถามสามข้อที่ต้องตอบให้ได้

คำถามที่หนึ่ง วัตถุประสงค์นี้เกาะอยู่กับนโยบายของเราหรือไม่ ถ้านโยบายสิ่งแวดล้อมประกาศเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการป้องกันมลพิษ แต่วัตถุประสงค์ทั้งชุดพูดเรื่องการปลูกต้นไม้อย่างเดียว ความสอดคล้องยังไม่ครบ ทิศทางในนโยบายกับสิ่งที่ลงมือทำจริงต้องเป็นเรื่องเดียวกัน

คำถามที่สอง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไปถึงแล้ว มาตรฐานกำหนดให้วัตถุประสงค์วัดได้ถ้าทำได้ในทางปฏิบัติ และต้องถูกเฝ้าระวัง คำว่า “ถ้าทำได้ในทางปฏิบัติ” เป็นช่องที่เปิดไว้ให้กับกรณีที่การวัดเป็นตัวเลขไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ เช่น วัตถุประสงค์เรื่องการยกระดับความตระหนักในบางลักษณะ แต่ช่องนี้ไม่ได้เปิดให้เลี่ยงการวัดในเรื่องที่วัดได้อยู่แล้ว เช่น ปริมาณน้ำ ปริมาณของเสีย หรือปริมาณพลังงาน ซึ่งมีมิเตอร์และใบชั่งอยู่แล้ว องค์กรที่เขียนว่า “ลดการใช้พลังงาน” โดยไม่ระบุฐานเปรียบเทียบและตัวเลขเป้าหมาย จะอธิบายข้อนี้ได้ยาก

คำถามที่สาม ใครต้องรู้ และเรารู้ได้อย่างไรว่ามันยังใช้ได้อยู่ มาตรฐานกำหนดให้วัตถุประสงค์ถูกสื่อสาร ถูกปรับให้ทันสมัยตามความเหมาะสม และมีอยู่ในรูปเอกสารสารสนเทศ สามข้อนี้รวมกันหมายความว่าวัตถุประสงค์ไม่ใช่เอกสารที่เขียนครั้งเดียวแล้วเก็บไว้ในแฟ้ม แต่เป็นสิ่งที่ต้องถูกทบทวนเมื่อบริบทเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนวัตถุดิบ หรือมีกฎหมายใหม่ที่ทำให้เป้าเดิมกลายเป็นเป้าที่ต่ำกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำไปแล้ว

กรณีสมมติ — ผู้ผลิตเครื่องดื่มแห่งหนึ่งในนครปฐม (เป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ลูกค้าจริง) ประเมินแล้วพบว่าปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตเป็นลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญอันดับหนึ่ง และมีพันธกรณีตามใบอนุญาตที่กำหนดเพดานการระบายน้ำทิ้งไว้ด้วย

วัตถุประสงค์ฉบับแรกที่ร่างไว้เขียนว่า “ใช้น้ำอย่างประหยัด” ซึ่งตอบคำถามที่หนึ่งได้ เพราะสอดคล้องกับนโยบาย แต่ตอบคำถามที่สองไม่ได้เลย เพราะไม่มีจุดที่บอกว่าเมื่อไรถือว่าสำเร็จ

ฉบับที่แก้แล้วเขียนว่า “ลดปริมาณการใช้น้ำต่อการผลิตหนึ่งพันลิตร จากค่าฐานของปีที่ผ่านมา ให้ได้ตามเป้าที่กำหนด ภายในสิ้นปีงบประมาณ” พร้อมระบุว่าค่าฐานคำนวณจากมิเตอร์ตัวใด และเป้าหมายกำหนดจากผลการทดลองปรับรอบการล้างถังผสม ฉบับนี้ตอบทั้งสามคำถาม และที่สำคัญคือทำให้ข้อ 6.2.2 เขียนต่อได้ เพราะมีตัวเลขให้ไล่

ข้อ 6.2.2 คือการเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นงานที่มีเจ้าของ

ข้อ 6.2.2 กำหนดให้องค์กรพิจารณาว่าจะทำอะไร ต้องใช้ทรัพยากรอะไร ใครรับผิดชอบ เสร็จเมื่อไร และจะประเมินผลอย่างไร โดยรวมถึงตัวชี้วัดสำหรับติดตามความก้าวหน้าของวัตถุประสงค์ที่วัดได้ ซึ่งโยงต่อไปที่การเฝ้าระวังและวัดผลตามข้อ 9.1.1

องค์ประกอบสี่อย่างแรกเป็นสิ่งที่ใครก็ตามที่เคยบริหารโครงการคุ้นเคยอยู่แล้ว จุดที่ควรให้เวลากับมันมากที่สุดคือองค์ประกอบสุดท้าย เพราะคำว่า ตัวชี้วัดสำหรับติดตามความก้าวหน้า ไม่เหมือนกับ เกณฑ์การตัดสินว่าสำเร็จ เกณฑ์ตัดสินบอกได้แค่ตอนจบว่าถึงหรือไม่ถึง ส่วนตัวชี้วัดความก้าวหน้าต้องบอกได้ระหว่างทางว่ากำลังเดินไปถูกทางหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แก้ทันก่อนจะหมดรอบ

ในกรณีของเป้าลดการใช้น้ำข้างต้น เกณฑ์ตัดสินคือค่าการใช้น้ำต่อหน่วยผลิต ณ สิ้นปี ส่วนตัวชี้วัดความก้าวหน้าที่ใช้ได้จริงระหว่างทางอาจเป็นค่าเดียวกันแต่อ่านรายเดือน ประกอบกับตัวชี้วัดของงานที่ต้องทำ เช่น จำนวนจุดรั่วที่ปิดได้เทียบกับที่สำรวจพบ หรือสัดส่วนของรอบการล้างที่ปรับตามวิธีใหม่แล้ว การมีเฉพาะตัวเลขสรุปรายปีทำให้ตัวชี้วัดกลายเป็นการรายงานย้อนหลัง ไม่ใช่เครื่องมือบริหาร

สิ่งที่เขียน เป็นอะไร ตอบข้อ 6.2 ส่วนไหน
“ลดการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตให้ได้ตามเป้า ภายในสิ้นปี” วัตถุประสงค์ ข้อ 6.2.1
“ปรับรอบการล้างถังผสม และปิดจุดรั่วในระบบท่อ” การดำเนินการ ข้อ 6.2.2 ส่วนสิ่งที่จะทำ
“งบซ่อมท่อ และเวลาหยุดไลน์สองวัน” ทรัพยากร ข้อ 6.2.2 ส่วนทรัพยากร
“ค่าน้ำต่อหน่วยผลิตรายเดือน และสัดส่วนจุดรั่วที่ปิดแล้ว” ตัวชี้วัดความก้าวหน้า ข้อ 6.2.2 ส่วนการประเมินผล เชื่อมกับข้อ 9.1.1
“ผลการดำเนินการเทียบเป้า ณ สิ้นปี” เกณฑ์ตัดสิน ข้อ 6.2.1 ส่วนการวัดได้ และเป็นข้อมูลนำเข้าของข้อ 9.3

การบูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ ไม่ใช่ถ้อยคำประดับ

ข้อ 6.2.2 ปิดท้ายด้วยการกำหนดให้องค์กรพิจารณาว่าการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์จะบูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจขององค์กรได้อย่างไร ประโยคนี้ใช้คำว่าพิจารณา ไม่ใช่คำสั่งบังคับให้ทำ แต่เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินถามได้และควรมีคำตอบ

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ถ้าแผนสิ่งแวดล้อมเดินอยู่บนเส้นทางของตัวเอง มีการประชุมของตัวเอง มีงบของตัวเอง และไม่ปรากฏในแผนงานของฝ่ายผลิตหรือฝ่ายวิศวกรรมเลย โอกาสที่แผนจะเดินช้ากว่ากำหนดย่อมสูงขึ้น เพราะเมื่อทรัพยากรตึงตัว งานที่อยู่นอกแผนหลักจะถูกเลื่อนก่อน วิธีที่ตอบเจตนาข้อนี้ได้ตรงคือการฝังงานเข้าไปในกลไกที่มีอยู่แล้ว เช่น ให้การปิดจุดรั่วเป็นส่วนหนึ่งของแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน แทนที่จะตั้งเป็นโครงการแยก

สำหรับองค์กรที่ทำระบบคุณภาพอยู่ด้วย ตรรกะของข้อนี้ทับซ้อนกับ ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์คุณภาพของ ISO 9001 ค่อนข้างมาก ต่างกันตรงต้นทางเป็นหลัก คือฝั่งสิ่งแวดล้อมต้องเกาะกับลักษณะปัญหาที่มีนัยสำคัญและ พันธกรณีด้านการปฏิบัติตาม ขณะที่ฝั่งคุณภาพเกาะกับความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจของลูกค้า การรวมสองชุดไว้ในตารางเดียวทำได้ ถ้ายังแยกให้เห็นว่าแต่ละข้อมีต้นทางจากที่ใด

วัตถุประสงค์กับการทบทวนฝ่ายบริหาร

ผลการดำเนินการเทียบกับวัตถุประสงค์เป็นข้อมูลนำเข้าของ การทบทวนฝ่ายบริหารตามข้อ 9.3 และเป็นจุดที่ตรรกะทั้งหมดปิดวง เพราะเมื่อไม่บรรลุ ผลลัพธ์ของการทบทวนต้องรวมถึงการดำเนินการที่จะทำต่อ ไม่ใช่แค่การบันทึกว่าไม่บรรลุ

ในทางกลับกัน ถ้าวัตถุประสงค์ทุกข้อบรรลุครบทุกปีติดต่อกันโดยไม่มีข้อใดพลาดเลย คำถามที่ตามมาคือระดับความท้าทายของเป้าเหมาะสมกับเจตนาเรื่องการปรับปรุงสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ มาตรฐานไม่ได้กำหนดว่าเป้าต้องยาก แต่กำหนดให้ระบบต้องนำไปสู่การปรับปรุง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการรักษาระดับเดิม

คำถามที่ควรตอบได้

  1. วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละข้อของเรา ตามรอยกลับไปหาลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญหรือพันธกรณีข้อใดได้บ้าง (ที่มา: ข้อ 6.2.1 ในส่วนสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจัดตั้งวัตถุประสงค์)
  2. ข้อใดของเราที่ยังวัดไม่ได้ และเรามีเหตุผลอะไรรองรับว่าการวัดไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ (ที่มา: ข้อ 6.2.1 ในส่วนคุณสมบัติเรื่องการวัดได้)
  3. เรามีตัวชี้วัดที่บอกความก้าวหน้าระหว่างทางหรือมีแต่ตัวเลขสรุปตอนสิ้นรอบ (ที่มา: ข้อ 6.2.2 ในส่วนการประเมินผลและตัวชี้วัด เชื่อมกับข้อ 9.1.1)
  4. งานที่ต้องทำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ปรากฏอยู่ในแผนงานของหน่วยงานที่ต้องลงมือจริงหรือไม่ หรืออยู่เฉพาะในแผนของฝ่ายสิ่งแวดล้อม (ที่มา: ข้อ 6.2.2 ในส่วนการบูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ)
  5. เมื่อบริบทเปลี่ยนไปในรอบที่ผ่านมา เราได้ทบทวนว่าวัตถุประสงค์เดิมยังเหมาะสมอยู่หรือไม่ และบันทึกการทบทวนนั้นไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อ 6.2.1 ในส่วนการปรับให้ทันสมัยตามความเหมาะสม)

เมื่อไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ คำถามถัดมาคือกรณีนั้นเป็นความไม่สอดคล้องหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละคำถามกันและมีเกณฑ์ตัดสินต่างกัน เส้นแบ่งนี้อธิบายไว้ในบทความ ISO/IEC 27001:2022 ข้อ 10.2 ความไม่สอดคล้องและการปฏิบัติการแก้ไข

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตร ISO 14001:2026 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand