ISO 45001 ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตีความอย่างไรให้ใช้งานได้จริง

ISO 45001 ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ของ ISO 45001:2018 ไม่ใช่ข้อสรุปปิดท้ายที่เขียนไว้ให้ครบรูปแบบ แต่เป็นข้อที่ถามว่าองค์กรกำลังทำให้ระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) ดีขึ้นในทิศทางที่ตั้งใจไว้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้ข้อนี้ต่างจากข้อ 10.2 คือข้อ 10.2 เริ่มต้นจากสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว ส่วนข้อ 10.3 ไม่ต้องรอให้มีอะไรผิดก่อน และมีองค์ประกอบหนึ่งที่ไม่ปรากฏในมาตรฐานระบบการจัดการอื่น คือการส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนระบบ และการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในการปรับปรุง

ทำไมมาตรฐานถึงแยกข้อนี้ออกมาต่างหาก

หมวด 10 ของ ISO 45001:2018 ประกอบด้วยข้อ 10.1 บททั่วไป ข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข และข้อ 10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การจัดวางแบบนี้บอกอะไรบางอย่างอยู่ในตัว

ข้อ 10.2 เป็นกลไกที่ถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ มีอุบัติการณ์เกิดขึ้น หรือมีความไม่สอดคล้องถูกพบ องค์กรจึงตอบสนอง สอบสวน หาสาเหตุ และดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ กลไกแบบนี้มีข้อดีคือชัดเจนและตรวจสอบได้ แต่มีเพดานอยู่ในตัวเอง เพราะระบบที่ปรับปรุงเฉพาะเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นจะดีได้มากที่สุดเท่าที่เหตุการณ์พาไป

ข้อ 10.3 ทำหน้าที่ทลายเพดานนั้น ข้อนี้กำหนดให้องค์กรปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอเหตุการณ์ และระบุทิศทางของการปรับปรุงไว้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นคำลอย ๆ คำถามที่ผู้ตรวจประเมินถือติดตัวเข้าไปในข้อนี้จึงไม่ใช่ “คุณมีการปรับปรุงหรือไม่” แต่เป็น “การปรับปรุงของคุณเดินไปทางไหน และคุณรู้ได้อย่างไรว่าไปถึงแล้ว”

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ทิศทางที่ข้อนี้ชี้ไป

สิ่งที่ข้อ 10.3 ต้องการให้ดีขึ้นแบ่งได้เป็นสามชั้นที่ไม่เหมือนกัน และการแยกสามชั้นนี้ออกจากกันคือหัวใจของการตีความข้อนี้

ชั้นที่หนึ่งคือสมรรถนะด้าน OH&S หมายถึงผลลัพธ์ที่วัดได้ซึ่งเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ชั้นนี้ตรงไปตรงมาที่สุดและเป็นชั้นที่องค์กรคุ้นเคย

ชั้นที่สองคือตัวระบบการจัดการเอง หมายถึงความเหมาะสม ความเพียงพอ และความมีประสิทธิผลของระบบ ชั้นนี้ต่างจากชั้นแรก เพราะสมรรถนะที่ดีขึ้นอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกระบบ เช่น ปริมาณงานลดลง ในขณะที่ระบบยังทำงานเหมือนเดิม การปรับปรุงระบบจึงต้องมีหลักฐานของตัวเอง

ชั้นที่สามคือวัฒนธรรมที่สนับสนุนระบบ และการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน ชั้นนี้เป็นชั้นที่ทำให้ข้อ 10.3 ของ ISO 45001 ต่างจากข้อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในมาตรฐานระบบการจัดการอื่นอย่างชัดเจน เพราะเป็นการระบุว่าเรื่องที่จับต้องยากอย่างวัฒนธรรมองค์กรและการมีส่วนร่วม ถูกนับเป็นเป้าหมายของการปรับปรุงด้วย ไม่ใช่ผลพลอยได้

เหตุผลเบื้องหลังชั้นที่สามไม่ใช่เรื่องนามธรรม ระบบ OH&S พึ่งพาข้อมูลที่ต้องมาจากผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก ทั้งการรายงานสภาพที่ไม่ปลอดภัย การรายงานเหตุการณ์เกือบเกิด และการชี้บ่งอันตรายในงานที่ผู้ปฏิบัติงานเห็นแต่ผู้จัดการไม่เห็น ถ้าคนหน้างานไม่พูด ระบบก็ไม่มีวัตถุดิบให้ทำงาน การปรับปรุงวัฒนธรรมจึงเป็นการปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลขาเข้าของทั้งระบบ

กรณีสมมติ — โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในระยอง
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป มีพนักงาน 340 คน ได้รับการรับรอง ISO 45001 มาแล้วสองปี

ในการทบทวนฝ่ายบริหาร ฝ่ายความปลอดภัยรายงานว่าจำนวนอุบัติการณ์ที่บันทึกไว้ลดลงจากปีก่อน และเสนอว่านี่คือหลักฐานของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามข้อ 10.3

เมื่อผู้ตรวจประเมินขอดูข้อมูลประกอบ พบว่าในช่วงเดียวกัน จำนวนรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดและรายงานสภาพที่ไม่ปลอดภัยจากพนักงานลดลงในสัดส่วนที่มากกว่า และการสอบถามผู้ปฏิบัติงานในสายการผลิตพบว่ามีการเปลี่ยนแบบฟอร์มการรายงานให้ต้องระบุชื่อผู้รายงานและให้หัวหน้างานลงนามก่อนส่ง

สิ่งที่ควรเรียนรู้จากกรณีนี้คือ ตัวเลขอุบัติการณ์ที่ลดลงเป็นข้อมูลของชั้นที่หนึ่ง แต่ไม่ได้ตอบชั้นที่สองและชั้นที่สาม การเปลี่ยนแบบฟอร์มทำให้ต้นทุนของการรายงานสูงขึ้น ระบบจึงได้รับข้อมูลน้อยลง ไม่ใช่ที่ทำงานปลอดภัยขึ้น ถ้าองค์กรวัดการปรับปรุงด้วยตัวชี้วัดชั้นเดียว จะแยกสองสถานการณ์นี้ออกจากกันไม่ได้เลย

ความสัมพันธ์กับข้อ 6.2 และข้อ 9.3

ข้อ 10.3 ไม่ได้ลอยอยู่เดี่ยว ๆ ในทางปฏิบัติ ข้อนี้ทำงานเป็นวงจรร่วมกับสองข้ออื่น

ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้าน OH&S และการวางแผนเพื่อบรรลุ เป็นจุดที่องค์กรประกาศว่าจะปรับปรุงอะไรและตั้งใจจะไปถึงระดับใด ส่วนข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร เป็นจุดที่ข้อมูลจากทุกทางถูกนำมารวมเพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจ ผลของการทบทวนฝ่ายบริหารจึงเป็นแหล่งที่มาโดยตรงของโอกาสในการปรับปรุงตามข้อ 10.3 และโอกาสเหล่านั้นจะกลับไปกลายเป็นวัตถุประสงค์ของรอบถัดไปตามข้อ 6.2

ถ้าวงจรนี้ขาดที่จุดใดจุดหนึ่ง อาการที่ปรากฏจะคล้ายกันเสมอ คือมีรายการ “โอกาสในการปรับปรุง” ที่ยาวขึ้นทุกปีโดยไม่มีรายการใดถูกปิด เพราะไม่มีใครรับผิดชอบและไม่มีทรัพยากรผูกไว้ ข้อ 6.2 ที่กำหนดให้ระบุผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และวิธีประเมินผล จึงเป็นกลไกที่ทำให้โอกาสกลายเป็นการกระทำจริง

ประเด็น ข้อ 10.2 ข้อ 10.3
สิ่งที่กระตุ้นให้เริ่ม อุบัติการณ์หรือความไม่สอดคล้องที่เกิดขึ้นแล้ว การตัดสินใจขององค์กรเอง ไม่ต้องรอเหตุการณ์
คำถามหลัก ทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ ทำอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ขอบเขตของผลลัพธ์ จำกัดอยู่ที่สาเหตุของเรื่องที่เกิด สมรรถนะ ตัวระบบ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วม
แหล่งข้อมูลหลัก รายงานเหตุการณ์และผลการสอบสวน ผลการทบทวนฝ่ายบริหาร ผลการตรวจติดตาม ข้อเสนอจากผู้ปฏิบัติงาน
สัญญาณว่าข้อนี้ยังไม่ทำงาน เรื่องเดิมกลับมาซ้ำหลังปิดแล้ว มีเฉพาะกิจกรรมที่มาจากข้อ 10.2 ไม่มีการปรับปรุงที่ริเริ่มเอง

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียบเรียงเพื่อเปรียบเทียบเจตนาของสองข้อ ไม่ใช่การสรุปตัวบทของมาตรฐาน

หลักฐานที่ใช้ตอบข้อนี้ได้จริง

เมื่อผู้ตรวจประเมินเข้ามาที่ข้อ 10.3 สิ่งที่ตอบได้ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศว่าองค์กรมุ่งมั่นปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพราะข้อความแบบนั้นเป็นเรื่องของข้อ 5.2 ไปแล้ว สิ่งที่ตอบข้อ 10.3 ได้คือร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในรอบที่ผ่านมา พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกเปลี่ยนเรื่องนั้น

ร่องรอยที่ใช้ได้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงมาตรการควบคุมที่เลื่อนขึ้นไปในลำดับชั้นของการควบคุม เช่น จากการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลไปเป็นการควบคุมทางวิศวกรรม การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานที่มาจากข้อเสนอของผู้ปฏิบัติงาน การขยายการปรึกษาหารือไปยังกลุ่มที่เดิมไม่ได้ถูกรวม เช่น ผู้รับเหมาประจำ และการเปลี่ยนแปลงวิธีวัดผลที่ทำให้เห็นสิ่งที่เดิมมองไม่เห็น

สำหรับชั้นวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วม หลักฐานที่จับต้องได้มากที่สุดคือข้อมูลเชิงกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ปลายทาง เช่น สัดส่วนของข้อเสนอจากผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการตอบกลับพร้อมเหตุผลภายในกรอบเวลาที่กำหนด ระยะเวลาเฉลี่ยจากวันที่รายงานสภาพไม่ปลอดภัยจนถึงวันที่แก้ไข และการกระจายของผู้รายงานว่ามาจากทุกแผนกหรือกระจุกอยู่ไม่กี่คน ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่าช่องทางการมีส่วนร่วมทำงานอยู่จริงหรือเป็นเพียงกล่องรับความคิดเห็นที่ไม่มีใครเปิด

อ่านประกอบ: ISO 45001 ข้อ 10.2 อุบัติการณ์ ความไม่สอดคล้อง และการปฏิบัติการแก้ไข · ISO 45001 ข้อ 5.4 การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน · ISO 45001 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้าน OH&S และการวางแผนเพื่อบรรลุ

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ในรอบปีที่ผ่านมา มีการปรับปรุงใดที่ริเริ่มขึ้นเองโดยไม่ได้มาจากอุบัติการณ์หรือความไม่สอดคล้อง (ที่มา: ข้อ 10.3 เทียบกับข้อ 10.2)
  2. องค์กรวัดการปรับปรุงของวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมด้วยอะไร และตัวชี้วัดนั้นเปลี่ยนไปอย่างไร (ที่มา: ข้อ 10.3 ประกอบข้อ 5.4)
  3. โอกาสในการปรับปรุงที่ออกมาจากการทบทวนฝ่ายบริหารรอบก่อน ถูกแปลงเป็นวัตถุประสงค์ที่มีผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาแล้วหรือยัง (ที่มา: ข้อ 9.3 และข้อ 6.2)
  4. ถ้าตัวเลขอุบัติการณ์ลดลง องค์กรมีข้อมูลใดยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการรายงานที่ลดลง (ที่มา: ข้อ 9.1 ประกอบข้อ 10.3)
  5. การปรับปรุงที่ทำไปแล้วเลื่อนตำแหน่งขึ้นในลำดับชั้นของการควบคุมหรือไม่ หรือยังอยู่ที่ระดับเดิม (ที่มา: ข้อ 8.1.2 ประกอบข้อ 10.3)

บทความใหม่ในชุดเดียวกัน: ISO 22000 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ของ FSMS · การวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงในการปฏิบัติการแก้ไข

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรมมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand