ISO 9001:2015 ข้อ 8.3 การออกแบบและพัฒนา ตีความข้อกำหนดพร้อมตัวอย่างในบริบทไทย

ภาพปกบทความ
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.3 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ของ ISO 9001:2015 เป็นข้อที่ถูกประกาศตัดออกจากขอบเขตด้วยเหตุผลว่า “ผลิตตามแบบลูกค้า” แต่คำถามที่ตัดสินจริงไม่ใช่ว่าใครเป็นคนวาดแบบ หากเป็นว่าองค์กรได้ตัดสินใจเรื่องคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือวิธีการให้บริการเองหรือไม่ ถ้าตัดสินใจเอง แปลว่ามีการออกแบบและพัฒนาเกิดขึ้น และข้อ 8.3 ต้องถูกนำมาใช้ เจตนาของข้อนี้คือทำให้การเปลี่ยนความต้องการให้กลายเป็นข้อกำหนดที่ผลิตได้จริง เป็นกระบวนการที่มีการวางแผน มีการตรวจสอบระหว่างทาง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในห้องประชุมแล้วหายไปกับความทรงจำของคนที่อยู่ในห้องนั้น

ตัดออกจากขอบเขตได้เมื่อใด และตัดไม่ได้เมื่อใด

การพิจารณาว่าองค์กรมีกิจกรรมการออกแบบและพัฒนา (design and development) หรือไม่ ให้ดูที่จุดตัดสินใจ ไม่ใช่ที่แผนกหรือชื่อตำแหน่ง ถ้าลูกค้าส่งแบบมาครบทุกมิติ ระบุวัสดุ ค่าพิกัดความคลาดเคลื่อน และวิธีทดสอบมาให้ทั้งหมด องค์กรเพียงผลิตตามนั้น กรณีนี้การควบคุมจะไปตกอยู่ที่ข้อ 8.5.1 การควบคุมการผลิตและการให้บริการเป็นหลัก

แต่ถ้าองค์กรเป็นผู้เลือกวัสดุทดแทน กำหนดลำดับขั้นตอนการผลิต ออกแบบแม่พิมพ์ ปรับสูตร กำหนดอายุการเก็บรักษา หรือออกแบบรูปแบบการให้บริการเอง กิจกรรมเหล่านั้นคือการออกแบบและพัฒนา แม้จะไม่มีแผนกที่ชื่อว่าฝ่ายออกแบบก็ตาม การประกาศตัดข้อ 8.3 ออกทั้งที่มีการตัดสินใจเหล่านี้เกิดขึ้น เป็นการลดขอบเขตที่ผู้ตรวจประเมินจะขอหลักฐานสนับสนุน

ในทางกลับกัน องค์กรที่ตัดข้อนี้ออกอย่างถูกต้อง ควรอธิบายได้ว่าข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาจากภายนอกอย่างไร และมีกลไกใดรองรับเมื่อแบบที่ได้รับมาไม่ครบหรือขัดแย้งกันเอง

การวางแผน (ข้อ 8.3.2) คือการตอบล่วงหน้าว่าใครตัดสินอะไร

ข้อ 8.3.2 ต้องการให้องค์กรกำหนดล่วงหน้าว่ากระบวนการออกแบบจะเดินอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าต้องตอบคำถามชุดหนึ่งก่อนเริ่มงาน ได้แก่ งานนี้มีความซับซ้อนระดับใด แบ่งเป็นกี่ช่วง แต่ละช่วงจบด้วยการตัดสินใจอะไร ใครมีอำนาจอนุมัติให้ผ่านไปช่วงถัดไป ต้องใช้ทรัพยากรและความสามารถแบบใด ลูกค้าหรือผู้ใช้ต้องเข้ามามีส่วนร่วมตรงจุดไหน และจะเก็บหลักฐานอะไรไว้เป็นเอกสารสารสนเทศ

ระดับความละเอียดของการวางแผนควรได้สัดส่วนกับความเสี่ยงของงาน การเปลี่ยนสีฉลากกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล ไม่ควรใช้แผนแบบเดียวกัน มาตรฐานไม่ได้บังคับให้ทุกโครงการผ่านทุกด่านเท่ากัน แต่บังคับให้องค์กรตัดสินใจอย่างมีเหตุผลว่าโครงการไหนต้องผ่านด่านใดบ้าง

กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย

ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายหนึ่งในนครปฐม (กรณีสมมติ ไม่ใช่ลูกค้ารายจริง) ได้รับโจทย์จากฝ่ายขายให้ทำเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลต่ำสำหรับวางขายในร้านสะดวกซื้อ

ปัจจัยนำเข้าที่ถูกเก็บไว้ตอนเริ่มงาน ระดับความหวานเป้าหมาย อายุการเก็บรักษาที่ต้องได้ ข้อกำหนดฉลากโภชนาการตามกฎหมาย ขนาดบรรจุที่สายการผลิตเดิมรองรับได้ และงบต้นทุนต่อขวด

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่บันทึกปัจจัยนำเข้า ทีมพัฒนาสูตรได้รสชาติที่ชิมแล้วผ่าน แต่ต้องใช้สารให้ความหวานที่ทำให้ต้นทุนเกินกรอบ และต้องใช้กระบวนการฆ่าเชื้อที่สายการผลิตเดิมทำไม่ได้ ปัญหาถูกพบตอนเตรียมผลิตจริง ซึ่งเป็นจุดที่การแก้ไขมีราคาแพงที่สุด

สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อบันทึกไว้ตั้งแต่ต้น ข้อจำกัดเรื่องสายการผลิตและต้นทุนกลายเป็นเงื่อนไขที่ทีมพัฒนาต้องออกแบบภายใต้กรอบนั้นตั้งแต่แรก และเมื่อถึงจุดทบทวนช่วงที่หนึ่ง คำถามที่ถามได้ทันทีคือสูตรที่เสนอมาอยู่ในกรอบทั้งสามข้อหรือไม่

ปัจจัยนำเข้าและผลลัพธ์ต้องเชื่อมถึงกันได้

ข้อ 8.3.3 พูดถึงปัจจัยนำเข้า (inputs) และข้อ 8.3.5 พูดถึงผลลัพธ์ (outputs) ของการออกแบบ เจตนาที่เชื่อมสองข้อนี้เข้าด้วยกันคือ ทุกสิ่งที่ระบุไว้เป็นความต้องการตอนเริ่มงาน ต้องตามไปเจอคำตอบได้ในผลลัพธ์ตอนจบงาน

ปัจจัยนำเข้าที่ควรถูกดึงเข้ามาไม่ได้มีแค่สิ่งที่ลูกค้าบอก แต่รวมถึงข้อกำหนดกฎหมายและกฎระเบียบที่ผลิตภัณฑ์นั้นต้องปฏิบัติตาม ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้าที่เคยมีปัญหา มาตรฐานหรือหลักปฏิบัติที่องค์กรเลือกใช้ และผลที่อาจเกิดขึ้นหากผลิตภัณฑ์ทำงานผิดพลาด

ผลลัพธ์ที่ข้อกำหนดคาดหวังไม่ใช่แค่แบบหรือสูตร แต่คือชุดข้อมูลที่เพียงพอให้กระบวนการถัดไปทำงานต่อได้ นั่นหมายถึงข้อมูลที่บอกได้ว่าจะจัดซื้ออะไร ผลิตอย่างไร ตรวจอย่างไร และเกณฑ์ตัดสินว่ายอมรับได้คืออะไร ถ้าผลลัพธ์ของการออกแบบยังต้องอาศัยการอธิบายปากเปล่าจากผู้ออกแบบทุกครั้งที่จะผลิต แปลว่าผลลัพธ์ยังไม่ครบตามเจตนาของข้อนี้

ทบทวน ทวนสอบ และยืนยันความถูกต้อง ต่างกันที่คำถามที่ถาม

ข้อ 8.3.4 รวมกิจกรรมควบคุมระหว่างทางไว้ด้วยกัน สามคำนี้ถูกใช้สลับกันจนความหมายเบลอได้ง่าย วิธีที่ช่วยแยกได้ชัดคือดูว่าแต่ละกิจกรรมกำลังถามคำถามอะไร

กิจกรรม คำถามหลักที่กำลังถาม ตัวอย่างหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
การทบทวน (review) งานเดินมาถึงจุดนี้แล้ว ยังตอบโจทย์เดิมอยู่หรือไม่ และควรไปต่อ แก้ไข หรือหยุด บันทึกการประชุมที่มีข้อสรุปและผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่แค่รายชื่อผู้เข้าร่วม
การทวนสอบ (verification) ผลลัพธ์ที่ได้ตรงกับปัจจัยนำเข้าที่ระบุไว้หรือไม่ ผลการวัดเทียบกับค่าที่กำหนด ผลการคำนวณ ผลการเทียบแบบ
การยืนยันความถูกต้อง (validation) ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้จริงตามที่ผู้ใช้ตั้งใจจะใช้หรือไม่ ผลทดลองใช้ในสภาพจริง ผลทดสอบอายุการเก็บ ผลตอบรับจากผู้ใช้กลุ่มทดลอง

ความต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ระหว่างสองคำหลัง การทวนสอบเทียบผลลัพธ์กับข้อกำหนดที่เราเขียนเอง ส่วนการยืนยันความถูกต้องเทียบผลลัพธ์กับการใช้งานจริง ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทวนสอบทุกรายการยังอาจไม่ผ่านการยืนยันความถูกต้องได้ ถ้าข้อกำหนดที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้นไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง

การเปลี่ยนแปลงการออกแบบ (ข้อ 8.3.6) คือจุดที่ระบบมักขาดตอน

ข้อ 8.3.6 ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างการออกแบบ หรือหลังจากส่งมอบแล้ว ถูกชี้บ่ง ทบทวน และควบคุมในระดับที่เพียงพอจะป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ คำสำคัญคือ “ผลกระทบ” เพราะการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีนัยสำคัญในมุมของผู้ออกแบบ อาจมีนัยสำคัญมากในมุมของฝ่ายผลิตหรือฝ่ายจัดซื้อ

สิ่งที่ควรถูกเก็บไว้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ตัวการเปลี่ยนแปลงคืออะไร ผลการทบทวนว่ากระทบอะไรบ้าง ใครเป็นผู้อนุมัติ และมีการกระทำใดที่ต้องทำเพื่อป้องกันผลกระทบ เช่น ต้องแก้เอกสารวิธีปฏิบัติงานควบคู่ไปด้วยหรือไม่ ต้องแจ้งผู้ส่งมอบหรือไม่ และวัตถุดิบหรือสินค้าคงคลังของแบบเดิมจะจัดการอย่างไร

องค์กรที่บริหารส่วนนี้ได้ดี เชื่อมข้อ 8.3.6 เข้ากับข้อ 8.5.6 การควบคุมการเปลี่ยนแปลงในการผลิต และข้อ 7.5.3 การควบคุมเอกสารสารสนเทศ เพื่อให้แบบฉบับล่าสุดที่อยู่ในมือหน้างานตรงกับแบบที่ได้รับอนุมัติจริง อ่านแนวคิดเรื่องการควบคุมเอกสารเพิ่มเติมได้ที่บทความ ISO 9001 ข้อ 7.5 เอกสารสารสนเทศ และแนวคิดเรื่องการควบคุมการผลิตที่ ISO 9001 ข้อ 8.5.1 การควบคุมการผลิตและการให้บริการ

คำถามที่ควรตอบได้

  1. องค์กรตัดสินใจเรื่องคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือวิธีการให้บริการเองในจุดใดบ้าง และจุดเหล่านั้นถูกนับเป็นการออกแบบและพัฒนาหรือไม่ (ที่มา ข้อ 8.3.1)
  2. โครงการออกแบบล่าสุดแบ่งเป็นกี่ช่วง แต่ละช่วงจบด้วยการตัดสินใจของใคร (ที่มา ข้อ 8.3.2)
  3. ปัจจัยนำเข้าที่บันทึกไว้ตอนเริ่มงาน ตามไปเจอคำตอบในผลลัพธ์ตอนจบงานได้ครบทุกข้อหรือไม่ (ที่มา ข้อ 8.3.3 ร่วมกับข้อ 8.3.5)
  4. กิจกรรมใดในโครงการคือการทวนสอบ และกิจกรรมใดคือการยืนยันความถูกต้อง แยกกันได้ชัดหรือไม่ (ที่มา ข้อ 8.3.4)
  5. การเปลี่ยนแปลงแบบครั้งล่าสุดถูกทบทวนผลกระทบต่อฝ่ายใดบ้าง และเอกสารหน้างานถูกแก้ตามหรือยัง (ที่มา ข้อ 8.3.6)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ISO 9001:2015 ระบบบริหารคุณภาพ

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand