ข้อ 9.3 การทบทวนของฝ่ายบริหาร ใน ISO 22000:2018 ไม่ใช่การนั่งฟังรายงานประจำปี แต่คือเวทีที่ผู้บริหารระดับสูงต้องตัดสินสามเรื่อง คือระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารยังเหมาะสมกับสิ่งที่องค์กรทำอยู่หรือไม่ ยังเพียงพอต่ออันตรายที่มีอยู่จริงหรือไม่ และยังได้ผลตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้ข้อนี้ต่างจากการทบทวนฝ่ายบริหารของมาตรฐานระบบอื่น คือปัจจัยนำเข้าที่ต้องนำมาพิจารณามีเรื่องเฉพาะด้านความปลอดภัยอาหารรวมอยู่ด้วย และผลของการทบทวนต้องย้อนกลับไปเชื่อมกับข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบให้ทันสมัย ไม่ใช่จบลงที่บันทึกการประชุม
ทบทวนเพื่อตัดสินอะไร
โครงสร้างของข้อ 9.3 แบ่งเป็นสามส่วนตามธรรมชาติของการประชุม คือกำหนดว่าต้องทบทวนเมื่อใดและโดยใคร กำหนดว่าต้องเอาอะไรเข้าที่ประชุม และกำหนดว่าต้องได้อะไรออกมา ส่วนที่ทำให้การทบทวนมีคุณค่าจริงคือส่วนที่สาม เพราะเป็นตัวพิสูจน์ว่าสองส่วนแรกถูกใช้งานหรือไม่
คำสามคำที่มาตรฐานใช้กำกับการตัดสินคือ ความเหมาะสม ความเพียงพอ และประสิทธิผล ซึ่งไม่ใช่คำที่มีความหมายเหมือนกัน ความเหมาะสมถามว่าระบบที่ออกแบบไว้ยังเข้ากับสิ่งที่องค์กรทำอยู่ในวันนี้หรือไม่ เมื่อมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ลูกค้าใหม่ หรือกระบวนการใหม่เข้ามา ความเพียงพอถามว่าปริมาณและความเข้มของการควบคุมที่มีอยู่พอกับระดับอันตรายหรือไม่ ส่วนประสิทธิผลถามว่าสิ่งที่ทำอยู่ให้ผลตามที่ตั้งใจไว้จริงหรือไม่ เมื่อดูจากข้อมูลที่วัดได้
การประชุมที่จบลงด้วยประโยคว่ารับทราบและให้ดำเนินการต่อ ไม่ได้ตอบสามคำถามนี้ข้อใดเลย
ปัจจัยนำเข้าที่ทำให้ข้อ 9.3 ของ ISO 22000 ต่างจากมาตรฐานอื่น
ปัจจัยนำเข้าชุดพื้นฐานเหมือนกับมาตรฐานระบบการจัดการทั่วไป คือสถานะของเรื่องที่ค้างจากการประชุมครั้งก่อน การเปลี่ยนแปลงของประเด็นภายนอกและภายในที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจติดตาม ผลการดำเนินงาน ความเพียงพอของทรัพยากร และผลของการจัดการความเสี่ยงและโอกาส
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะสำหรับระบบความปลอดภัยของอาหาร คือข้อมูลที่บอกว่าระบบทำงานอย่างไรเมื่อเจอของจริง ได้แก่ ผลของกิจกรรมการทวนสอบที่ทำตามแผน สถานการณ์ฉุกเฉินและอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการถอนคืนหรือเรียกคืนผลิตภัณฑ์ถ้ามี ผลจากการสื่อสารกับหน่วยงานภายนอกทั้งลูกค้า ผู้ส่งมอบ และหน่วยงานกำกับดูแล และผลการทบทวนความจำเป็นในการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย
เจตนาของการเพิ่มปัจจัยนำเข้ากลุ่มนี้ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนวาระประชุม แต่คือการบังคับให้ผู้บริหารได้เห็นข้อมูลที่บอกว่าระบบรับมือกับเหตุจริงได้ดีแค่ไหน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขที่ดูดีในภาวะปกติ
โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่งในสมุทรสาคร (กรณีสมมติ ไม่ใช่ลูกค้ารายจริง) จัดประชุมทบทวนฝ่ายบริหารปีละครั้ง
สิ่งที่นำเสนอในเวอร์ชันที่ยังไม่ได้ผล สไลด์สรุปว่าผลตรวจจุลชีววิทยาผ่านเกณฑ์ทั้งหมด การตรวจติดตามภายในพบข้อบกพร่องและปิดครบแล้ว ไม่มีข้อร้องเรียนที่รุนแรง ที่ประชุมรับทราบและปิดประชุมภายในสี่สิบนาที
ข้อมูลที่หายไป ในปีเดียวกันนั้นมีเหตุอุณหภูมิห้องเย็นเบี่ยงเบนสามครั้งที่แก้ไขได้ทันโดยหัวหน้ากะ มีการเปลี่ยนผู้ส่งมอบวัตถุดิบรายหนึ่งกลางปี และมีลูกค้าต่างประเทศรายใหม่ที่กำหนดข้อจำกัดสารก่อภูมิแพ้ต่างจากลูกค้าเดิม
ความต่างที่เกิดขึ้นเมื่อนำข้อมูลเหล่านี้เข้าที่ประชุม คำถามเปลี่ยนจาก “ผลตรวจผ่านไหม” เป็น “ทำไมอุณหภูมิเบี่ยงเบนสามครั้ง และการวิเคราะห์อันตรายที่ทำไว้ยังครอบคลุมวัตถุดิบจากผู้ส่งมอบรายใหม่กับข้อกำหนดของลูกค้ารายใหม่หรือยัง” ซึ่งเป็นคำถามที่นำไปสู่การตัดสินใจเรื่องทรัพยากรและการปรับปรุงระบบ ไม่ใช่การรับทราบ
ผลลัพธ์ของการทบทวนต้องเป็นการตัดสินใจที่ตามต่อได้
ข้อกำหนดคาดหวังให้ผลของการทบทวนออกมาเป็นการตัดสินใจและการกระทำที่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการปรับปรุง ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงระบบ และความจำเป็นด้านทรัพยากร ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ตามต่อได้คือรายละเอียดสี่อย่างที่ควรปรากฏในบันทึก ได้แก่ ตัดสินใจว่าอะไร ใครรับผิดชอบ ต้องเสร็จเมื่อใด และจะรู้ได้อย่างไรว่าได้ผล
บันทึกที่เขียนว่าให้ฝ่ายผลิตไปพิจารณาปรับปรุงเรื่องอุณหภูมิ ขาดสามอย่างหลังไปทั้งหมด และจะกลายเป็นเรื่องค้างที่ถูกยกมาอีกครั้งในการประชุมปีถัดไปในฐานะเรื่องเดิม
| ลักษณะของผลลัพธ์ | สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินจะตามต่อได้ |
|---|---|
| การตัดสินใจเรื่องทรัพยากร | งบประมาณหรืออัตรากำลังที่อนุมัติจริง และหลักฐานว่าถูกใช้ตามที่อนุมัติ |
| การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบ | เอกสารของระบบที่ถูกแก้ตามมติ และวันที่มีผลบังคับใช้ |
| โอกาสในการปรับปรุง | รายการปรับปรุงที่มีผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา และตัวชี้วัดผล |
| ความจำเป็นในการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย | การเชื่อมต่อไปยังกิจกรรมตามข้อ 10.3 และการทบทวนการวิเคราะห์อันตรายเมื่อจำเป็น |
ความถี่และองค์ประชุมที่เหมาะสม
มาตรฐานกำหนดว่าต้องทบทวนตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ โดยไม่ได้ระบุตัวเลขความถี่ ทางเลือกที่ใช้ได้จริงคือกำหนดรอบหลักไว้หนึ่งรอบต่อปี แล้วกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ต้องทบทวนเพิ่มระหว่างรอบ เช่น เมื่อเกิดเหตุที่กระทบความปลอดภัยของอาหารอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เรื่ององค์ประชุม ข้อกำหนดระบุว่าเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง ประเด็นที่ต้องระวังคือการมอบหมายให้หัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหารเป็นผู้จัดและเป็นผู้ตัดสินใจแทนทั้งหมด เพราะการตัดสินใจเรื่องทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงระบบต้องอาศัยผู้ที่มีอำนาจอนุมัติจริง หัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหารมีบทบาทเตรียมข้อมูลและนำเสนอ ซึ่งเป็นคนละบทบาทกับการเป็นผู้ตัดสิน
ความเชื่อมโยงกับข้ออื่นที่ควรเตรียมไว้
การทบทวนฝ่ายบริหารดึงข้อมูลมาจากหลายข้อพร้อมกัน ข้อมูลผลการดำเนินงานมาจากข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินผล ข้อมูลข้อบกพร่องมาจากข้อ 9.2 การตรวจติดตามภายใน ส่วนผลลัพธ์ของการทบทวนไหลต่อไปยังข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบให้ทันสมัย องค์กรที่เตรียมข้อมูลจากสามข้อนี้ไว้ล่วงหน้า จะใช้เวลาในที่ประชุมไปกับการตัดสินใจแทนที่จะใช้ไปกับการรายงานตัวเลข
อ่านแนวคิดของข้อที่ป้อนข้อมูลเข้ามาได้ที่ ISO 22000 ข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินผล และแนวคิดของข้อที่รับผลไปทำต่อได้ที่ ISO 22000:2018 ข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารให้ทันสมัย
คำถามที่ควรตอบได้
- การทบทวนครั้งล่าสุดตัดสินใจเรื่องใดบ้าง และแต่ละเรื่องมีผู้รับผิดชอบกับกำหนดเวลาหรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.3.3)
- ข้อมูลเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินและผลการทวนสอบถูกนำเข้าที่ประชุมในรูปแบบใด (ที่มา ข้อ 9.3.2)
- ผู้ที่มีอำนาจอนุมัติทรัพยากรอยู่ในที่ประชุมจริงหรือไม่ (ที่มา ข้อ 9.3.1 ร่วมกับข้อ 5.1)
- องค์กรกำหนดเงื่อนไขใดที่ทำให้ต้องทบทวนเพิ่มระหว่างรอบ (ที่มา ข้อ 9.3.1)
- ผลของการทบทวนนำไปสู่การปรับปรุงระบบให้ทันสมัยในเรื่องใดบ้าง (ที่มา ข้อ 9.3.3 ร่วมกับข้อ 10.3)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก
หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ