ISO 22000 ข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินผล ตีความข้อกำหนด

ภาพปกบทความ ISO 22000 ข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินผล
สรุปสั้นก่อน
ISO 22000:2018 ข้อ 9.1 การเฝ้าระวัง วัด วิเคราะห์ และประเมินผล เป็นการเฝ้าระวังคนละระดับกับการเฝ้าระวังจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในข้อ 8.5.4 ข้อ 8.5.4 ถามว่าล็อตนี้ปลอดภัยหรือไม่ ส่วนข้อ 9.1 ถามว่าระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารทั้งระบบยังทำงานได้ตามที่ตั้งใจหรือไม่ ข้อนี้แบ่งเป็น 9.1.1 ทั่วไป ที่ให้องค์กรตัดสินใจว่าจะวัดอะไรด้วยวิธีใดและเมื่อใด กับ 9.1.2 การวิเคราะห์และประเมินผล ที่บังคับให้เอาข้อมูลที่เก็บมาแปลงเป็นข้อสรุป

เส้นแบ่งที่ต้องจับให้ได้ก่อน — 8.5.4 กับ 9.1 ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คำว่า “เฝ้าระวัง” ปรากฏในมาตรฐานฉบับนี้ในสองบริบทที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และการอ่านรวมกันทำให้ระบบผิดรูปได้

บริบทแรกอยู่ในข้อ 8.5.4 แผนควบคุมอันตราย ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังเชิงปฏิบัติการที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต ณ จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (critical control point) หรือที่โปรแกรมปฏิบัติการพื้นฐาน (operational PRP) คำถามของการเฝ้าระวังชนิดนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่กำลังไหลผ่านจุดนี้อยู่ภายในขีดจำกัดที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าหลุด ต้องมีการดำเนินการทันทีกับผลิตภัณฑ์ล็อตนั้น

บริบทที่สองคือข้อ 9.1 ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังระดับระบบ คำถามเปลี่ยนไปเป็นว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ระบบที่ออกแบบไว้ให้ผลอย่างที่คาดหรือไม่ ข้อมูลจากข้อ 8.5.4 เป็นวัตถุดิบชั้นหนึ่งของข้อ 9.1 แต่ไม่ใช่คำตอบของข้อ 9.1 ในตัวมันเอง

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ผลของการไม่แยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน คือองค์กรนำแฟ้มบันทึกอุณหภูมิรายชั่วโมงมาแสดงเป็นหลักฐานของข้อ 9.1 ซึ่งตอบได้แค่ว่ามีการเฝ้าระวังเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ตอบว่าองค์กรอ่านอะไรออกจากข้อมูลชุดนั้น

9.1.1 สี่คำถามที่องค์กรต้องตอบเอง

ข้อ 9.1.1 ไม่ได้กำหนดรายการสิ่งที่ต้องวัด แต่กำหนดว่าองค์กรต้องเป็นผู้ตัดสินใจในสี่ประเด็น คือ จะเฝ้าระวังและวัดอะไร จะใช้วิธีการใดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้ จะทำเมื่อใด และจะเอาผลมาวิเคราะห์และประเมินเมื่อใด

คำว่า “วิธีการที่ให้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้” เป็นเงื่อนไขที่มีน้ำหนักกว่าที่เห็น เพราะมันหมายความว่าวิธีวัดต้องเหมาะกับสิ่งที่ต้องการรู้ การใช้ผลตรวจจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าระบบสุขลักษณะได้ผล เป็นวิธีที่ให้ข้อมูลช้าเกินกว่าจะควบคุมอะไรได้ทัน และตัวอย่างที่สุ่มก็ไม่ได้แทนล็อตทั้งหมดในเชิงสถิติ

ข้อนี้ยังเชื่อมกับข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด ซึ่งกำหนดเรื่องความเหมาะสมและการสอบเทียบหรือทวนสอบเครื่องมือ ข้อมูลจากเครื่องมือที่ไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้อง ไม่มีน้ำหนักพอที่จะใช้สรุปผลตามข้อ 9.1.2 ได้

กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเล สมุทรสาคร

โรงงานสมมติแห่งหนึ่งกำหนดจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมไว้ที่ขั้นตอนการลวก โดยเฝ้าระวังอุณหภูมิและเวลาทุกรอบการผลิต ตลอดหกเดือนไม่มีค่าใดหลุดขีดจำกัด

เมื่อผู้ตรวจประเมินถามว่าองค์กรสรุปอะไรได้จากข้อมูลชุดนี้ ทีมตอบว่า “ผ่านทุกรอบ” ซึ่งยังไม่ใช่คำตอบตามข้อ 9.1.2

เมื่อนำข้อมูลมาพล็อตดูแนวโน้ม กลับพบว่าค่าอุณหภูมิเฉลี่ยของกะดึกเบนเข้าใกล้ขีดจำกัดล่างมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่หลุด สัญญาณนี้ชี้ไปที่สภาพหัวจ่ายไอน้ำที่เสื่อมลง ซึ่งเป็นข้อมูลที่การดูรายรอบว่าผ่านหรือไม่ผ่าน มองไม่เห็น

9.1.2 หัวใจอยู่ที่คำว่าวิเคราะห์ ไม่ใช่คำว่าเก็บ

ข้อ 9.1.2 กำหนดให้องค์กรวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูลที่ได้มาจากการเฝ้าระวังและการวัด แล้วใช้ผลนั้นตอบคำถามหลายชั้น ได้แก่ การยืนยันว่าสมรรถนะโดยรวมของระบบเป็นไปตามที่วางแผนไว้ การชี้ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงหรือปรับให้ทันสมัยในส่วนใดของระบบ การระบุแนวโน้ม และการให้ข้อมูลสำหรับการวางแผนการตรวจติดตามภายใน

ความต่างระหว่างการเก็บกับการวิเคราะห์อยู่ตรงนี้ ข้อมูลที่ถูกเก็บครบทุกช่องแล้วเซ็นชื่อกำกับ ตอบได้แค่ว่าองค์กรทำตามขั้นตอน ส่วนการวิเคราะห์คือการถามว่าข้อมูลชุดนี้กำลังบอกอะไรที่ยังไม่รู้

เจตนาของข้อนี้จึงไม่ใช่การเพิ่มรายงาน แต่คือการทำให้ระบบมองเห็นตัวเองได้ก่อนที่ปัญหาจะโตพอจะกลายเป็นการเรียกคืนสินค้าหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า

ผลของข้อ 9.1 ไปโผล่ที่ไหนต่อ

ข้อ 9.1 ไม่ได้จบในตัวเอง ผลลัพธ์ของมันเป็นข้อมูลนำเข้าของอีกสามข้อ

ข้อแรกคือข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องพิจารณาสารสนเทศเกี่ยวกับสมรรถนะและประสิทธิผลของระบบ ถ้าการวิเคราะห์ตามข้อ 9.1.2 ไม่ได้ทำ วาระการทบทวนฝ่ายบริหารจะเหลือเพียงการรายงานตัวเลขดิบให้ผู้บริหารฟัง ซึ่งไม่พอสำหรับการตัดสินใจเรื่องทรัพยากร

ข้อที่สองคือข้อ 8.8 การทวนสอบที่เกี่ยวข้องกับ PRP และแผนควบคุมอันตราย ซึ่งใช้ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่ามาตรการควบคุมที่ใช้อยู่ยังได้ผล

ข้อที่สามคือข้อ 10.3 การปรับปรุงระบบให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพราะสัญญาณจากแนวโน้มคือเหตุผลที่ทำให้ทีมความปลอดภัยของอาหารกลับไปทบทวนการวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.2 อีกครั้ง

ตารางเทียบ — เฝ้าระวังสองระดับ ต่างกันที่คำถาม

ประเด็น การเฝ้าระวังเชิงปฏิบัติการ (ข้อ 8.5.4) การเฝ้าระวังระดับระบบ (ข้อ 9.1)
คำถามหลัก ผลิตภัณฑ์ที่กำลังผลิตอยู่ในการควบคุมหรือไม่ ระบบทั้งระบบยังให้ผลตามที่วางแผนไว้หรือไม่
จังหวะเวลา ระหว่างการผลิต ต้องรู้ผลทันเวลาที่จะจัดการล็อตได้ ตามรอบที่องค์กรกำหนด เพื่อดูภาพรวมและแนวโน้ม
สิ่งที่ทำเมื่อพบความผิดปกติ จัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัยตามข้อ 8.9 ทบทวนความเหมาะสมของมาตรการควบคุมและของแผนทั้งฉบับ
ผลลัพธ์ที่ส่งต่อ การตัดสินใจปล่อยหรือกักผลิตภัณฑ์ ข้อมูลนำเข้าสู่ข้อ 9.3 การทบทวนฝ่ายบริหาร และข้อ 10.3

สิ่งที่ควรระวังเมื่อออกแบบตัวชี้วัด

ข้อ 9.1 เปิดให้องค์กรเลือกตัวชี้วัดเอง ซึ่งเป็นทั้งความยืดหยุ่นและกับดัก ตัวชี้วัดที่วัดง่ายไม่จำเป็นต้องเป็นตัวชี้วัดที่มีความหมาย จำนวนครั้งที่ส่งบันทึกทันเวลา บอกเรื่องวินัยของการบันทึก แต่ไม่ได้บอกเรื่องความปลอดภัยของอาหาร

เกณฑ์ที่ใช้ตรวจสอบตัวชี้วัดของตัวเองได้คือ ถ้าตัวเลขนี้เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง องค์กรจะต้องทำอะไรต่อ ถ้าตอบไม่ได้ว่าจะทำอะไร แปลว่าตัวชี้วัดนั้นยังไม่เชื่อมกับการตัดสินใจ และจะกลายเป็นตัวเลขที่รายงานไปโดยไม่มีผลใด

คำถามที่ควรตอบได้

  1. องค์กรตัดสินใจไว้อย่างไรว่าจะเฝ้าระวังและวัดอะไรบ้างในระดับระบบ และใช้เหตุผลใดเลือกสิ่งเหล่านั้น (ที่มา: ข้อ 9.1.1)
  2. วิธีการวัดที่เลือกใช้ให้ผลลัพธ์ที่ใช้ตัดสินใจได้จริงหรือไม่ และเครื่องมือที่ใช้ได้รับการสอบเทียบหรือทวนสอบตามข้อใด (ที่มา: ข้อ 9.1.1 ประกอบข้อ 8.7)
  3. จากข้อมูลรอบล่าสุด องค์กรสรุปแนวโน้มอะไรได้ และข้อสรุปนั้นถูกบันทึกไว้ที่ใด (ที่มา: ข้อ 9.1.2)
  4. ผลการวิเคราะห์ตามข้อ 9.1.2 ถูกนำเข้าสู่การทบทวนฝ่ายบริหารในรูปแบบใด และทำให้เกิดการตัดสินใจอะไรบ้าง (ที่มา: ข้อ 9.1.2 ประกอบข้อ 9.3)
  5. ถ้าตัวชี้วัดที่ใช้อยู่แย่ลงในรอบหน้า องค์กรกำหนดไว้หรือยังว่าใครต้องทำอะไรต่อ (ที่มา: ข้อ 9.1.2 ประกอบข้อ 10.3)

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรฝึกอบรม ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand