การตรวจสอบความใช้ได้ (validation) การเฝ้าระวัง (monitoring) และการทวนสอบ (verification) เป็นคนละเรื่องกันที่ ตำแหน่งบนเส้นเวลา ไม่ใช่ที่ความเข้มงวด อย่างแรกทำก่อน อย่างที่สองทำระหว่าง อย่างที่สามทำหลัง มาตรฐานเขียนความต่างนี้ไว้ในหมายเหตุของนิยามข้อ 3.45 และผูกหน้าที่ไว้คนละข้อกัน บทความนี้แยกให้ชัดพร้อมตัวอย่างสามกระบวนการ
ลำดับเวลาที่อธิบายทั้งสามคำได้ในภาพเดียว
ถ้าจำได้เรื่องเดียวจากบทความนี้ ให้จำเส้นเวลา
ก่อน — การตรวจสอบความใช้ได้ (validation) ตอบว่า มาตรการนี้ทำได้จริงหรือเปล่า ทำก่อนเอาไปใช้จริง
ระหว่าง — การเฝ้าระวัง (monitoring) ตอบว่า ตอนนี้กำลังทำได้อยู่หรือเปล่า และให้ข้อมูลเพื่อดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด
หลัง — การทวนสอบ (verification) ตอบว่า ที่ผ่านมาทำได้จริงหรือเปล่า เป็นการยืนยันความสอดคล้องย้อนหลัง
ความต่างนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ไหน มาตรฐานเขียนไว้ตรง ๆ ในหมายเหตุใต้นิยามข้อ 3.45 ซึ่งเทียบสามคำนี้ไว้ในย่อหน้าเดียว แต่เป็นย่อหน้าที่คนอ่านผ่านเพราะอยู่ในบทนิยาม ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนด
เมื่อวางเส้นเวลาแล้ว คำถามที่เคยสับสนจะตอบได้เอง เช่น การสอบเทียบเทอร์โมมิเตอร์เป็นอะไร คำตอบคือไม่ใช่ทั้งสามอย่าง สิ่งนี้เป็นข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด ซึ่งเป็นการดูแลเครื่องมือที่ใช้เฝ้าระวัง ไม่ใช่การพิสูจน์ว่ามาตรการทำได้
ข้อ 8.5.3 การตรวจสอบความใช้ได้ — สามสิ่งที่ข้อกำหนดนี้กำหนดไว้
ข้อ 8.5.3 สั้นมากแต่มีของแข็งอยู่สามเรื่อง
เรื่องแรก ต้องทำก่อนใช้ ข้อกำหนดระบุว่าการตรวจสอบความใช้ได้ต้องทำ ก่อนนำมาตรการนั้นเข้าไปอยู่ในแผนควบคุมอันตราย ไม่ใช่ทำย้อนหลังเมื่อผู้ตรวจถาม
เรื่องที่สอง ต้องทำใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดผูกไว้กับข้อว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงโดยตรง หมายความว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนพารามิเตอร์กระบวนการ เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ หรือเปลี่ยนวิธีกระจายสินค้า ต้องกลับมาถามว่าหลักฐานเดิมยังใช้ได้อยู่ไหม
เรื่องที่สาม ถ้าผลออกมาว่าทำไม่ได้ ต้องแก้แล้วประเมินใหม่ ข้อกำหนดไม่ได้เปิดช่องให้บันทึกว่า “ผลไม่ผ่านแต่ใช้ต่อไปก่อน” ทีมต้องปรับมาตรการหรือปรับชุดมาตรการแล้ววนกลับไปประเมินใหม่
และสิ่งที่ต้องเก็บคือ ทั้งวิธีการที่ใช้ตรวจสอบ และหลักฐานความสามารถของมาตรการ ไม่ใช่เก็บแค่ข้อสรุปว่าผ่าน
ข้อ 8.8 การทวนสอบ และผลบังคับที่ตามมา
ข้อ 8.8.1 บังคับให้วางแผนการทวนสอบโดยระบุ วัตถุประสงค์ วิธีการ ความถี่ และผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ทำเป็นกิจกรรมประจำที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
สิ่งที่การทวนสอบต้องยืนยันครอบคลุมทั้งฝั่งโปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐาน (PRP) และฝั่งแผนควบคุมอันตราย ว่า นำไปปฏิบัติจริงและได้ผลจริง รวมถึงยืนยันว่าระดับอันตรายยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และข้อมูลที่ใช้ตั้งต้นวิเคราะห์อันตรายยังเป็นปัจจุบัน
สามเรื่องต่อไปนี้เป็นส่วนที่มีผลในทางปฏิบัติมากที่สุดของข้อนี้
หนึ่ง ผลการทวนสอบทำให้สินค้ากลายเป็นของที่อาจไม่ปลอดภัยได้
ถ้าการทวนสอบใช้การทดสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุดท้ายหรือตัวอย่างจากกระบวนการ แล้วผลออกมาว่าเกินระดับที่ยอมรับได้ ข้อกำหนดสั่งให้ จัดการล็อตที่ได้รับผลกระทบเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย และดำเนินการแก้ไขทันที
นี่คือเหตุผลที่ผลแล็บที่ส่งกลับมาช้ากว่ากำหนดจึงเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร เพราะเมื่อผลออกมาเกินเกณฑ์ สินค้าที่อาจถูกส่งออกไปแล้วจะกลายเป็นเรื่องของการเรียกคืน
สอง คนทวนสอบต้องไม่ใช่คนเฝ้าระวัง
ข้อ 8.8.1 เขียนไว้ชัดว่าองค์กรต้องทำให้มั่นใจว่า กิจกรรมทวนสอบไม่ได้ทำโดยผู้ที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังกิจกรรมเดียวกัน
ข้อนี้กระทบผังองค์กรจริง โดยเฉพาะโรงงานที่มีคนจำกัด การให้หัวหน้ากะเซ็นทั้งช่องเฝ้าระวังและช่องทวนสอบในฟอร์มเดียวกันคือสิ่งที่ข้อกำหนดปิดทางไว้
สาม ผลการทวนสอบต้องถูกสื่อสาร ไม่ใช่แค่เก็บ
ข้อกำหนดระบุว่าผลต้องถูกเก็บเป็นเอกสารและ ต้องถูกสื่อสาร ต่อ และข้อ 8.8.2 บังคับให้ทีมความปลอดภัยอาหารวิเคราะห์ผลการทวนสอบ แล้วส่งเป็นข้อมูลเข้าสู่การประเมินสมรรถนะ
หมายความว่าแฟ้มผลทวนสอบที่ไม่เคยถูกเปิดอ่านในที่ประชุมใด ๆ เลย ยังไม่ถือว่าครบตามข้อนี้
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้กับสามกระบวนการ
ตัวอย่างข้างล่างเป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายว่ากิจกรรมแบบไหนตกอยู่ในช่องไหน
กระบวนการที่ 1 — การฆ่าเชื้อด้วยความร้อน
| ก่อน (ข้อ 8.5.3) | หลักฐานทางวิชาการหรือผลการศึกษาที่แสดงว่าอุณหภูมิและเวลาที่เลือกลดจุลินทรีย์เป้าหมายได้ตามที่ต้องการ รวมถึงข้อมูลการกระจายความร้อนของเครื่องที่ใช้จริง |
| ระหว่าง (ข้อ 8.5.4.3) | บันทึกอุณหภูมิและเวลาต่อเนื่องระหว่างเดินเครื่อง พร้อมระบบเบี่ยงทางเมื่อหลุดเกณฑ์ |
| หลัง (ข้อ 8.8) | การทบทวนบันทึกโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นคนบันทึก การสุ่มทดสอบผลิตภัณฑ์ตามแผน และการทบทวนแนวโน้มของค่าที่บันทึกได้ |
| เครื่องมือ (ข้อ 8.7) | การสอบเทียบเทอร์โมมิเตอร์และตัวบันทึก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสามช่องบน |
กระบวนการที่ 2 — การตรวจจับโลหะ
ก่อน การกำหนดขนาดชิ้นทดสอบที่เครื่องต้องตรวจจับได้สำหรับผลิตภัณฑ์และรูปแบบบรรจุนั้นโดยเฉพาะ พร้อมหลักฐานการทดสอบในสภาพที่ใช้งานจริง เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความชื้นหรือเกลือต่างกันให้ผลต่างกัน
ระหว่าง การทดสอบด้วยชิ้นทดสอบตามความถี่ที่กำหนด และการยืนยันว่าชุดคัดแยกทำงาน
หลัง การทบทวนบันทึกการทดสอบชิ้นทดสอบ การตรวจสอบว่าเมื่อพบของหลุดมีการกันสินค้าย้อนกลับจริงตามที่เขียนไว้ และการประเมินสมรรถนะเครื่องตามรอบ
เมื่อไรต้องกลับไปทำใหม่ เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนขนาดบรรจุ เปลี่ยนวัสดุห่อ หรือย้ายตำแหน่งเครื่อง ทั้งหมดนี้เข้าเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงตามข้อ 8.5.3
กระบวนการที่ 3 — การล้างเปลี่ยนรุ่นเพื่อคุมสารก่อภูมิแพ้
ก่อน การศึกษาที่พิสูจน์ว่าขั้นตอนการล้างชุดนี้ ที่ความเข้มข้นน้ำยา อุณหภูมิ และเวลาสัมผัสที่กำหนด ลดสารตกค้างลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้จริง ทำในเครื่องจริงและกับสูตรที่ยากที่สุด
ระหว่าง การตรวจพินิจตามคำสั่งงานที่จุดที่ระบุไว้ ก่อนปล่อยให้เริ่มผลิตรุ่นถัดไป
หลัง การสุ่มป้ายผิวสัมผัสส่งทดสอบตามแผน และการทบทวนว่าผลที่ได้ยังสอดคล้องกับสิ่งที่พิสูจน์ไว้ตอนแรก
จุดที่ต้องแยกให้ขาดในกรณีนี้คือ การป้ายผิวสัมผัสหลังล้างในการผลิตปกติ ไม่ใช่การตรวจสอบความใช้ได้ เพราะทำหลังกิจกรรม สิ่งนี้คือการทวนสอบ ส่วนการป้ายผิวสัมผัสในการศึกษาครั้งแรกเพื่อกำหนดขั้นตอนการล้าง นั่นคือการตรวจสอบความใช้ได้
ห้ากรณีที่มักถูกเรียกว่า validation แต่ไม่เข้านิยาม
- การสอบเทียบเครื่องมือ — อยู่ในข้อ 8.7 เป็นการดูแลเครื่องมือที่ใช้เฝ้าระวัง
- การตรวจติดตามภายใน — อยู่ในข้อ 9.2 เป็นการตรวจระบบ ไม่ใช่การพิสูจน์มาตรการ
- การทดสอบผลิตภัณฑ์ประจำเดือน — เป็นการทวนสอบตามข้อ 8.8 เพราะทำหลังผลิต
- การทดสอบเรียกคืนสินค้าจำลอง — อยู่ในข้อ 8.9.5 เป็นการทวนสอบความสามารถในการเรียกคืน
- การอนุมัติเอกสารโดยหัวหน้า — เป็นการควบคุมเอกสาร ไม่ได้พิสูจน์ว่ามาตรการทำงานได้
มีอีกกรณีที่เป็นการตรวจสอบความใช้ได้จริงแต่ถูกลืม คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเฝ้าระวังและการวัด ข้อ 8.7 กำหนดให้ต้องตรวจสอบความใช้ได้ก่อนใช้งาน และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือการแก้ไขซอฟต์แวร์ ต้องได้รับอนุมัติ จัดทำเอกสาร และตรวจสอบความใช้ได้ก่อนนำไปใช้
ตารางสรุปผู้รับผิดชอบและช่วงเวลาดำเนินการ
| คำถามที่ตอบ | กิจกรรม | ข้อ | จังหวะ |
|---|---|---|---|
| มาตรการนี้ทำได้จริงไหม | ตรวจสอบความใช้ได้ | 8.5.3 | ก่อนใช้ และเมื่อเปลี่ยนแปลง |
| ตอนนี้ทำได้อยู่ไหม | เฝ้าระวัง | 8.5.4.3 | ระหว่างผลิต |
| ที่ผ่านมาทำได้จริงไหม | ทวนสอบ | 8.8 | หลังกิจกรรม ตามแผน |
| เครื่องมือที่ใช้เชื่อถือได้ไหม | ควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด | 8.7 | ตามรอบที่กำหนด |
| ผลรวมทั้งระบบเป็นอย่างไร | วิเคราะห์ผลการทวนสอบ | 8.8.2 และ 9.1.2 | ก่อนประเมินสมรรถนะ |
สี่คำถามสำหรับการตรวจสอบตนเอง
หนึ่ง หยิบ CCP หรือ OPRP มาหนึ่งตัว แล้วถามว่าหลักฐานที่พิสูจน์ว่ามาตรการนี้ทำได้ อยู่ในเอกสารฉบับไหน ลงวันที่เมื่อไร และทำก่อนเริ่มใช้จริงหรือไม่
สอง ไล่ดูรายการการเปลี่ยนแปลงในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนผู้ส่งมอบ แล้วถามว่ามีตัวไหนที่ควรกลับไปตรวจสอบความใช้ได้ใหม่แต่ยังไม่ได้ทำ
สาม เปิดฟอร์มเฝ้าระวังหนึ่งใบ ดูว่าคนเซ็นช่องทวนสอบกับคนเซ็นช่องเฝ้าระวังเป็นคนเดียวกันหรือไม่
สี่ ถามว่าผลการทวนสอบรอบล่าสุดถูกนำเข้าที่ประชุมไหน และมีบันทึกการวิเคราะห์ผลหรือเปล่า ถ้าตอบว่าเก็บไว้ในแฟ้มเฉย ๆ หมายความว่ายังขาดข้อ 8.8.2
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐาน ISO 22000:2018 ฉบับจริงเป็นหลัก
อบรมการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบตาม ISO 22000
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตร ISO 22000 และ FSSC 22000 ทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ
การวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 8.5.1 ถึง 8.5.2.3 — ข้อมูลตั้งต้นถึงอันตรายที่มีนัยสำคัญ
CCP กับ OPRP ต่างกันตรงไหน — ตีความข้อ 8.5.2.4 และ 8.5.4
Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร — ข้อ 8.5.3 กับ 8.8 — บทความนี้
ผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย จัดการอย่างไร — ลำดับข้อ 8.9.1 ถึง 8.9.4
การแก้ไข กับ การปฏิบัติการแก้ไข ต่างกันตรงไหน — ข้อ 3.9 3.10 และ 8.9.3
การถอนคืนและเรียกคืนสินค้า — ข้อ 8.9.5 และการทดสอบเรียกคืนจำลอง

ISO 22000 ข้อ 7.2 และ 7.3 ความสามารถกับความตระหนัก ต่างกันอย่างไร
GHPs การออกแบบสถานประกอบการและสิ่งอำนวยความสะดวก — ผังที่วางถูกคือมาตรการที่ถูกที่สุด
ISO 22000 ข้อ 5.1 ภาวะผู้นำและความมุ่งมั่น — หลักฐานอยู่ในบันทึกการตัดสินใจทางธุรกิจ
ISO 22000:2018 ข้อ 8.1 การวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงาน — ร่มที่คลุมทั้งหมวด 8
ISO 22000 ข้อ 5.2 นโยบายความปลอดภัยอาหาร อธิบายและตีความ