รูปแบบกล่องกระดาษลูกฟูกมีผลโดยตรงต่อการใช้วัตถุดิบ ความสะดวกในการขึ้นรูป ความแข็งแรงต่อแรงกด การบรรจุสินค้า และต้นทุนการผลิต แม้กล่องจะมีขนาดภายนอกใกล้เคียงกัน แต่การเลือกโครงสร้างฝาปิด ทิศทางลอน ตำแหน่งรอยพับ และวิธีประกอบที่ต่างกัน อาจทำให้สมรรถนะของกล่องแตกต่างกันอย่างมาก
ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 4 อธิบายรูปแบบกล่องที่ใช้ในโรงงานผลิตกล่องลูกฟูก ได้แก่ กล่องเซาะร่องมาตรฐาน กล่องไดคัท และกล่องประกอบหลายชิ้นส่วน พร้อมอธิบายรหัสกล่อง 0201, 0203, 0204, 0312 และกลุ่ม 04 ตลอดจนหลักการกำหนดความยาว ความกว้าง ความลึก ทิศทางลอน และค่าเผื่อรอยพับ
เนื้อหาเหมาะสำหรับฝ่ายออกแบบบรรจุภัณฑ์ ฝ่ายผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย และผู้ใช้งานกล่องกระดาษลูกฟูกที่ต้องการสื่อสารสเปกกับโรงงานให้ถูกต้อง
ตอนก่อนหน้าอธิบายกระบวนการผลิตแผ่นด้วยเครื่อง Corrugator ไว้แล้วใน ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 3: กระบวนการผลิตด้วยเครื่อง Corrugator การทำรอยพับ และการควบคุมรอยต่อกล่อง

รูปแบบกล่องกระดาษลูกฟูกแบ่งเป็นกี่กลุ่ม?
รูปแบบกล่องพื้นฐานแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กล่องเซาะร่องมาตรฐาน หรือ Regular Slotted Container: RSC
- กล่องไดคัท หรือ Die-cut container
- กล่องประกอบหลายชิ้นส่วน หรือ Multi-component case
แต่ละกลุ่มเหมาะกับเครื่องจักร กระบวนการผลิต และการใช้งานที่แตกต่างกัน
กล่องเซาะร่องมาตรฐาน หรือ RSC คืออะไร?
Regular Slotted Container: RSC คือกล่องที่แนวตัด รอยพับ และร่องเซาะส่วนใหญ่เป็นเส้นตรง ตามทิศทางเดินเครื่องและทิศทางขวางเครื่อง
กล่องประเภทนี้สามารถผลิตด้วยเครื่องจักรมาตรฐาน เช่น
- เครื่องพิมพ์และเซาะร่อง
- เครื่อง Slotter
- เครื่อง Folder Gluer
- เครื่องพับและติดกาวแบบต่อเนื่อง
ผู้ผลิตสามารถตั้งตำแหน่งลูกเซาะร่อง ลูกทำรอยพับ และชุดพับติดกาวตามขนาดที่กำหนดได้ โดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ไดคัทเฉพาะแบบ
จุดเด่นของกล่อง RSC
- ผลิตได้รวดเร็ว
- เหมาะกับการผลิตจำนวนมาก
- ใช้เครื่องจักรมาตรฐาน
- ควบคุมต้นทุนได้ง่าย
- เปลี่ยนขนาดงานได้สะดวก
- เหมาะกับสินค้าทั่วไปและงานขนส่ง
ข้อจำกัดคือรูปแบบส่วนใหญ่ต้องเป็นแนวตรง จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องการช่องจับ เส้นโค้ง ระบบล็อก หรือรายละเอียดเฉพาะรูปทรง
ส่วนประกอบของแผ่นคลี่กล่อง RSC
ก่อนขึ้นรูป กล่องจะอยู่ในรูป แผ่นคลี่ หรือ Blank ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ ได้แก่
- แผงตัวกล่อง หรือ Body panels
- แผงด้านยาวและแผงด้านกว้าง
- ฝาปิด หรือ Flaps
- ร่องเซาะ หรือ Slots
- รอยพับแผง หรือ Panel scores
- รอยพับฝา หรือ Flap scores
- แถบรอยต่อสำหรับติดกาวหรือเย็บลวด
- ทิศทางเดินเครื่อง
- ทิศทางลอน
คำว่า Stitch or glue lap ควรใช้ว่า แถบรอยต่อสำหรับเย็บลวดหรือติดกาว ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “แถบกาว” เพราะรอยต่อดังกล่าวอาจประกอบด้วยการติดกาวหรือเย็บลวดก็ได้

รหัสกล่อง 0201 คืออะไร?
กล่องรหัส 0201 เป็นรูปแบบ RSC ที่ใช้แพร่หลายมากที่สุด มักเรียกในทางการค้าว่า กล่องฝาชนมาตรฐาน
ฝาปิดด้านนอกจะพับเข้าหากัน แต่ไม่จำเป็นต้องชนกันเต็มแนวกลางทุกชุด เนื่องจากความยาวของฝาขึ้นอยู่กับมิติความกว้างของกล่อง
ลักษณะสำคัญของกล่อง 0201
- ฝาปิดด้านหัวและฝาปิดด้านข้างมีความกว้างเท่ากัน
- ใช้แผ่นคลี่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างคุ้มค่า
- ผลิตได้ด้วยเครื่อง Slotter และ Folder Gluer ทั่วไป
- ใช้วัตถุดิบน้อยกว่ารูปแบบฝาเกยเต็ม
- เหมาะกับสินค้าทั่วไปและกล่องขนส่ง
กล่อง 0201 จึงเป็นตัวเลือกพื้นฐานเมื่อไม่ได้ต้องการการเสริมแรงบริเวณฝาปิดเป็นพิเศษ

กล่องรหัส 0203 แบบฝาเกยเต็ม
กล่องรหัส 0203 เรียกว่า กล่องเซาะร่องแบบฝาเกยเต็ม หรือ Full-overlap Slotted Container ฝาปิดด้านนอกจะพับเกยซ้อนกันเต็มพื้นที่ แทนที่จะเพียงเข้าหากันบริเวณกึ่งกลาง
จุดเด่นของกล่อง 0203
- เพิ่มชั้นกระดาษบริเวณด้านบนและด้านล่าง
- ช่วยกระจายแรงจากสินค้า
- เพิ่มการปกป้องจากแรงกระแทกและการเจาะทะลุ
- เหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
- เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงบริเวณฝาปิด
ข้อจำกัดของกล่อง 0203
- ใช้พื้นที่กระดาษมากขึ้น
- น้ำหนักกล่องสูงขึ้น
- ต้นทุนสูงกว่า 0201
- ต้องควบคุมแนวพับและการเกยของฝาให้เหมาะสม
กล่องชนิดนี้ควรเลือกใช้เมื่อความแข็งแรงเพิ่มเติมมีความจำเป็นจริง ไม่ควรเลือกจากความรู้สึกว่าฝาเกยเต็มแข็งแรงกว่าเสมอ โดยไม่ประเมินน้ำหนักสินค้าและสภาพการขนส่ง
กล่องรหัส 0204 แบบฝาทุกด้านชนกัน
กล่องรหัส 0204 เรียกว่า กล่องเซาะร่องแบบฝาทุกด้านชนกัน หรือ All Flaps Meeting Slotted Container ฝาด้านหัวกล่องถูกออกแบบให้มีความยาวเท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวกล่อง ทำให้ฝาทั้งสองด้านชนกันตรงกึ่งกลางพอดี
กล่อง 0204 เหมาะกับงานประเภทใด?
- งานที่ต้องการพื้นรองรับสินค้าเต็มพื้นที่
- งานที่ต้องการพื้นที่รับแรงด้านบนอย่างสม่ำเสมอ
- สินค้าที่วางบนพื้นกล่องโดยตรง
- สินค้าที่ต้องการลดช่องว่างระหว่างฝาปิด
- งานที่ต้องการพื้นหรือฝาด้านบนแข็งแรงกว่ารูปแบบมาตรฐาน
เนื่องจากเกิดชั้นกระดาษซ้อนกันมากขึ้นบางส่วน พื้นหรือด้านบนของกล่องจึงแข็งแรงกว่า 0201 เล็กน้อย แต่ใช้วัสดุมากกว่าและมีต้นทุนสูงกว่า
ความแตกต่างระหว่าง 0201, 0203 และ 0204
| รหัส | รูปแบบฝา | จุดเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| 0201 | ฝาชนมาตรฐาน | ประหยัด ผลิตง่าย ใช้งานทั่วไป | การเสริมแรงบริเวณฝาน้อยกว่า |
| 0203 | ฝาเกยเต็ม | ฝาซ้อนเต็มพื้นที่ รองรับงานหนัก | ใช้วัสดุมาก ต้นทุนสูง |
| 0204 | ฝาทุกด้านชนกัน | พื้นรองรับหรือพื้นที่รับแรงสม่ำเสมอ | ใช้กระดาษมากกว่า 0201 |

กล่องรหัส 0312 แบบเซาะร่องครึ่งหนึ่ง
กล่องรหัส 0312 คือ กล่องเซาะร่องครึ่งหนึ่ง หรือ Half-slotted Container โครงสร้างมีฝาปิดเพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านเปิดโล่ง จึงสามารถใช้เป็น
- ถาด
- กล่องเปิดด้านบน
- ตัวกล่องสำหรับใช้ร่วมกับฝาครอบ
- ฐานกล่องสำหรับงานสวมฝา
- ภาชนะสำหรับงานจัดเก็บหรือหยิบสินค้า
กล่อง 0312 สามารถใช้ร่วมกับฝาครอบแยกอีกชิ้นหนึ่ง เมื่อผลิตตัวกล่องและฝาที่มีขนาดต่างกันเล็กน้อย จะสามารถสวมครอบกันเป็น กล่องแบบตัวและฝา หรือ Box and Lid
โครงสร้างแบบสวมซ้อน
ในงานผลิตผลสดหรือสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงบริเวณหัวกล่อง อาจจัดให้ฝาเกยอยู่บริเวณแผงด้านข้างและแผงหัวท้าย ขณะที่พื้นกล่องเป็นแผ่นต่อเนื่อง
ข้อดีคือผนังบริเวณหัวกล่องมีความหนาเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมความต้านแรงกดในแนวดิ่งของกล่อง
กล่องกลุ่ม 04 หรือ Folder
กล่องกลุ่ม 04 Series เรียกรวมว่า กล่องแบบพับ หรือ Folder โดยทั่วไปผลิตจากแผ่นที่พับหุ้มสินค้า หรือพับขึ้นรูปเป็นถาดและฝาในตัว
รูปแบบที่พบในเอกสาร ได้แก่ 0402, 0410 และ 0420
รหัส 0402
เป็นโครงสร้างสองชิ้น ประกอบด้วย ชิ้นใน หรือ Inner และ ชิ้นนอก หรือ Outer เหมาะกับงานที่ต้องการให้ชิ้นนอกหุ้มชิ้นใน หรือให้เกิดโครงสร้างเสริมจากกระดาษสองชิ้น
รหัส 0410 และ 0420
เป็นกล่องพับชิ้นเดียวที่ขึ้นรูปจากแผ่นเดียว เหมาะกับ
- เสื้อผ้า
- ของใช้ในบ้าน
- สินค้าสั่งซื้อทางไปรษณีย์
- สินค้าอีคอมเมิร์ซ
- ขวดหรือสินค้าที่ต้องการกล่องทรงตื้น

กล่องไดคัทคืออะไร?
กล่องไดคัท หรือ Die-cut Container ผลิตโดยใช้แม่พิมพ์ตัดและทำรอยพับตามรูปทรงที่ออกแบบไว้ เหมาะกับกล่องที่มีรายละเอียด เช่น
- แนวตัดโค้ง
- ช่องจับ
- ช่องเสียบ
- ลิ้นล็อก
- ฝาเปิดในตัว
- ระบบล็อกโดยไม่ใช้กาว
- ช่องแสดงสินค้า
- รูปทรงเฉพาะผลิตภัณฑ์
- บรรจุภัณฑ์พร้อมวางจำหน่าย
กล่องไดคัทมีความแม่นยำด้านมิติสูงกว่ากล่อง RSC เพราะตำแหน่งตัดและรอยพับถูกกำหนดด้วยแม่พิมพ์
ข้อควรระวังในการไดคัท
แรงจากการตัดและการทำรอยพับอาจทำให้ลอนยุบในบางตำแหน่ง ส่งผลให้ความต้านแรงกดของแผ่นลดลง การออกแบบไดคัทจึงต้องควบคุม
- แรงกดของเครื่อง
- ความสูงใบมีด
- ความสูงเส้นทำรอยพับ
- ยางดีดชิ้นงาน
- ทิศทางลอน
- ตำแหน่งแนวรับแรง
- ระยะห่างระหว่างรอยตัดและรอยพับ

กล่องประกอบหลายชิ้นส่วนคืออะไร?
Multi-component Case คือกล่องที่ไม่ได้ผลิตจากแผ่นเดียว แต่ประกอบจากชิ้นส่วนตัดแยกหลายชิ้น โครงสร้างทั่วไปอาจประกอบด้วย
- แผงตัวกล่อง
- แผงหัวด้านที่หนึ่ง
- แผงหัวด้านที่สอง
- แผ่นรอง
- เสามุม
- แผ่นกั้น
- ชิ้นส่วนเสริมแรง
การใช้ชิ้นส่วนแยกช่วยให้จัดทิศทางลอนและเกรดกระดาษแต่ละส่วนให้เหมาะกับหน้าที่ของชิ้นงานได้
ข้อดีของกล่องประกอบหลายชิ้นส่วน
- ใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า
- เสริมแรงเฉพาะตำแหน่งได้
- จัดทิศทางลอนต่างกันในแต่ละชิ้นได้
- เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่
- เหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
- ปรับเปลี่ยนแผงหัวหรือแผ่นรองได้
อาจเพิ่มแผ่นกั้นรูปตัว H เสามุมสามเหลี่ยม หรือวัสดุเสริมภายใน เพื่อแบ่งสินค้าและเพิ่มความแข็งแรง

วิธีระบุขนาดกล่องให้ถูกต้อง
การแจ้งขนาดกล่องโดยทั่วไปใช้ลำดับ ความยาว × ความกว้าง × ความลึก หรือ L × W × D
- ความยาว คือด้านที่ยาวกว่าของช่องเปิดกล่อง
- ความกว้าง คือด้านที่สั้นกว่าของช่องเปิดกล่อง
- ความลึก คือมิติภายในจากรอยพับฝาด้านบนถึงรอยพับฝาด้านล่าง หรือระยะภายในระหว่างฝาด้านในส่วนบนและส่วนล่าง
การระบุลำดับมิติช่วยบอกตำแหน่งช่องเปิดและทิศทางการบรรจุสินค้า

กล่องเปิดด้านบนและกล่องเปิดด้านหัว
ลำดับมิติไม่ได้ระบุเพียงขนาด แต่ยังสะท้อนตำแหน่งช่องเปิดของกล่อง
กล่องเปิดด้านบน
- มีช่องเปิดใหญ่
- บรรจุสินค้าได้สะดวก
- เหมาะกับการบรรจุจากด้านบน
ข้อจำกัดคือใช้พื้นที่กระดาษมากกว่าสำหรับปริมาตรเดียวกัน
กล่องเปิดด้านหัว
- ใช้พื้นที่กระดาษน้อยกว่าในบางโครงสร้าง
- อาจประหยัดวัสดุสำหรับปริมาตรเท่ากัน
ข้อจำกัดคือช่องเปิดเล็กกว่า บรรจุสินค้าได้ยากกว่า และอาจต้องไดคัทเพื่อควบคุมทิศทางลอนให้ตั้งตรงระหว่างขนส่ง
ดังนั้น รูปแบบที่ใช้กระดาษน้อยกว่าอาจไม่ได้มีต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอไป หากต้องเพิ่มกระบวนการไดคัทหรือการประกอบ
ทิศทางลอนสำคัญต่อกล่องอย่างไร?
ทิศทางลอนควรสัมพันธ์กับทิศทางที่กล่องต้องรับแรง สำหรับกล่องขนส่งทั่วไป มักจัดให้ลอนตั้งในแนวดิ่งเมื่อขึ้นรูปกล่อง เพื่อให้แนวลอนช่วยรับแรงกดจากด้านบนลงด้านล่าง
หากจัดทิศทางลอนผิด อาจเกิดผลกระทบ เช่น
- ความต้านแรงกดลดลง
- ผนังกล่องโป่งหรือยุบง่าย
- กล่องเสียรูปเมื่อตั้งซ้อน
- ขอบกล่องรับแรงได้ไม่เต็มที่
ในบางรูปแบบ เช่น กล่องเปิดด้านหัว อาจต้องไดคัทแผ่นคลี่เพื่อรักษาทิศทางลอนที่ต้องการ
ค่าเผื่อรอยพับคืออะไร?
ค่าเผื่อรอยพับ หรือ Scoring Allowance คือค่าที่ใช้ชดเชยผลจากความหนาและการยุบตัวของแผ่นกระดาษลูกฟูกขณะพับ
แผ่นกระดาษลูกฟูกไม่ได้พับเหมือนกระดาษแผ่นบาง เมื่อพับ โครงสร้างลอนและกระดาษผิวบริเวณรอยพับจะยุบตัวและเคลื่อนเข้าหากัน ดังนั้น ระยะระหว่างเส้นรอยพับบนแผ่นคลี่ ไม่เท่ากับมิติภายในของกล่องสำเร็จรูปโดยตรง
ค่าเผื่อรอยพับขึ้นอยู่กับ
- รูปแบบกล่อง
- ชนิดลอน
- ความหนาของแผ่น
- น้ำหนักมาตรฐานของกระดาษ
- ทิศทางลอน
- ชนิดลูกทำรอยพับ
- รูปแบบรอยพับ
- ทิศทางการพับเข้าและพับออก
การกำหนดค่าเผื่อไม่เหมาะสมอาจทำให้
- ขนาดภายในเล็กกว่าสเปก
- สินค้าใส่ไม่ได้
- ฝาปิดไม่ชนหรือเกยมากเกินไป
- กล่องบวม
- กล่องไม่เป็นฉาก
- รอยต่อเยื้อง
วิธีวัดกล่องตัวอย่างอย่างถูกต้อง
การวัดเฉพาะขนาดภายนอกของกล่องที่ขึ้นรูปแล้วอาจคลาดเคลื่อนจากความหนาของแผ่นและรูปแบบรอยพับ วิธีตรวจสอบกล่องตัวอย่างที่แม่นยำกว่ามีขั้นตอนดังนี้
- เปิดกล่องบริเวณรอยต่อผู้ผลิต
- คลี่กล่องและวางด้านผิวหน้าลง
- ระบุรูปแบบกล่อง เกรดแผ่น และชนิดลอน
- ทำเครื่องหมายกึ่งกลางรอยพับแผงและรอยพับหัวกล่อง
- วัดระหว่างกึ่งกลางรอยพับของแผงที่สองและแผงที่สาม โดยไม่ใช้แผงแรกหรือแผงที่สี่เป็นจุดวัดหลัก
- หักค่าเผื่อรอยพับตามชนิดแผ่นและลอน แล้วคำนวณความยาวและความกว้าง
- วัดระหว่างรอยพับหัวกล่อง แล้วหักค่าเผื่อเพื่อหาความลึก
เหตุใดจึงต้องวัดที่กึ่งกลางรอยพับ?
รอยพับของแผ่นลูกฟูกมีความกว้าง ไม่ได้เป็นเส้นบางเพียงเส้นเดียว การวัดจากขอบรอยพับอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน จึงควรกำหนดจุดกึ่งกลางรอยพับเป็นจุดอ้างอิง

ข้อมูลที่ควรส่งให้โรงงานผลิตกล่อง
เพื่อให้โรงงานออกแบบและเสนอแผ่นได้ถูกต้อง ควรส่งข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- ผลิตภัณฑ์จริงหรือตัวอย่างสินค้า
- กล่องตัวอย่าง
- มิติภายในที่ต้องการ
- น้ำหนักต่อกล่อง
- จำนวนสินค้าต่อกล่อง
- รูปแบบการจัดเรียงสินค้า
- ความสูงในการซ้อน
- ลักษณะการวางบนพาเลต
- สภาพคลังสินค้า
- วิธีการขนส่ง
- ความเสี่ยงด้านความชื้น
- รูปแบบการเปิดกล่อง
- ข้อกำหนดงานพิมพ์
- รูปแบบรอยต่อ
การให้เพียงขนาดภายนอกโดยไม่มีสินค้าและข้อมูลการใช้งาน อาจทำให้โรงงานเลือกโครงสร้างที่ไม่เหมาะสมได้
สรุปความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 4
รูปแบบกล่องพื้นฐานแบ่งเป็นกล่องเซาะร่องมาตรฐาน กล่องไดคัท และกล่องประกอบหลายชิ้นส่วน
กล่อง 0201 เหมาะกับงานทั่วไปและมีประสิทธิภาพด้านวัตถุดิบ กล่อง 0203 ใช้ฝาเกยเต็มเพื่อเพิ่มชั้นวัสดุบริเวณฝาปิด กล่อง 0204 ให้พื้นที่รองรับสินค้าและพื้นที่รับแรงที่ต่อเนื่อง ส่วนกล่อง 0312 เหมาะกับถาด กล่องเปิดด้านบน และกล่องแบบตัวกับฝา
กล่องกลุ่ม 04 เป็นกล่องแบบพับที่อาจเป็นโครงสร้างชิ้นเดียวหรือสองชิ้น ส่วนกล่องไดคัทเหมาะกับรูปทรงซับซ้อนและต้องการความแม่นยำสูง ขณะที่กล่องหลายชิ้นส่วนช่วยเสริมแรงเฉพาะตำแหน่งและจัดการทิศทางลอนได้ยืดหยุ่น
การระบุขนาดกล่องต้องใช้ลำดับความยาว × ความกว้าง × ความลึก และต้องพิจารณาค่าเผื่อรอยพับ เพราะระยะบนแผ่นคลี่ไม่เท่ากับมิติภายในของกล่องสำเร็จรูปโดยตรง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องรูปแบบกล่องกระดาษลูกฟูก
กล่อง RSC คืออะไร?
RSC คือกล่องเซาะร่องมาตรฐานที่แนวตัดและรอยพับส่วนใหญ่เป็นเส้นตรง สามารถผลิตด้วยเครื่อง Slotter และ Folder Gluer มาตรฐาน
กล่อง 0201 กับ 0203 ต่างกันอย่างไร?
0201 เป็นกล่องฝาชนมาตรฐาน ส่วน 0203 มีฝาปิดเกยซ้อนกันเต็มพื้นที่ จึงใช้วัสดุมากกว่าและเพิ่มการปกป้องบริเวณฝาปิด
กล่อง 0204 ใช้เมื่อใด?
ใช้เมื่อต้องการพื้นรองรับผลิตภัณฑ์หรือพื้นที่รับแรงด้านบนที่เต็มและสม่ำเสมอ เพราะฝาด้านหัวชนกันพอดีตรงกึ่งกลาง
กล่อง 0312 คืออะไร?
เป็นกล่องเซาะร่องครึ่งหนึ่งที่มีฝาเพียงด้านเดียว ใช้เป็นถาด กล่องเปิดด้านบน หรือตัวกล่องสำหรับใช้ร่วมกับฝาครอบ
ทำไมต้องควบคุมทิศทางลอน?
เพราะทิศทางลอนมีผลต่อความสามารถในการรับแรงกดและการซ้อนกล่อง โดยทั่วไปลอนควรตั้งในแนวดิ่งเมื่อกล่องอยู่ในตำแหน่งใช้งาน
ค่าเผื่อรอยพับสำคัญอย่างไร?
ค่าเผื่อรอยพับชดเชยการยุบตัวและความหนาของแผ่นบริเวณรอยพับ หากไม่กำหนดให้ถูกต้อง ขนาดภายในและตำแหน่งฝาปิดอาจคลาดเคลื่อน
ตอนต่อไป: การทดสอบและควบคุมคุณภาพกล่องกระดาษลูกฟูก
อยากให้ทีมออกแบบและ QC เลือกรูปแบบกล่องและกำหนดสเปกได้ถูกต้อง?
Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็น BRCGS Approved Training Partner ให้บริการฝึกอบรมมาตรฐาน BRCGS Packaging Materials และหลักสูตรระบบคุณภาพสำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์
บทความที่เกี่ยวข้อง: ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 5: Fitments ค่าเผื่อรอยพับ และงานพิมพ์กล่อง · ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 3: กระบวนการผลิตด้วยเครื่อง Corrugator · ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 2: กระดาษผิว กระดาษทำลอน และคุณสมบัติของลอนแต่ละชนิด · ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 1: โครงสร้าง Single-wall และ Double-wall · คลังบทความทั้งหมด
ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 6: การทดสอบแผ่นและกล่องด้วย ECT, BCT, Burst และ Cobb
ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 5: Fitments ชิ้นส่วนเสริมในกล่อง ค่าเผื่อรอยพับ และงานพิมพ์
ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 3: กระบวนการผลิตแผ่นลูกฟูก การทำรอยพับ และการควบคุมรอยต่อกล่อง
ความรู้เรื่องกระดาษลูกฟูก ตอนที่ 2: กระดาษผิว กระดาษทำลอน และคุณสมบัติของลอนแต่ละชนิด
กระดาษลูกฟูกคืออะไร? ตอนที่ 1: รู้จักโครงสร้าง Single-wall และ Double-wall
คู่มือจัดทำ BOM และ Specification ตาม BRCGS Packaging Issue 7 ข้อ 5.4.4 | ตัวอย่างโรงงาน Carton