หลักการที่ 5 ของ HACCP การดำเนินการแก้ไขเมื่อหลุดค่าวิกฤติ ณ CCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022

ภาพปกบทความ หลักการที่ 5 ของ HACCP การดำเนินการแก้ไขเมื่อหลุดค่าวิกฤติ
สรุปสั้นก่อน
หลักการที่ 5 ของ HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022 ว่าด้วยสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเมื่อการเฝ้าระวัง ณ จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (CCP) บอกว่าค่าหลุดออกจากค่าวิกฤติ ข้อกำหนดนี้ต้องการสองอย่างที่แยกกัน คือ จัดการกับผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตในช่วงที่หลุด และ จัดการกับสาเหตุ เพื่อให้กระบวนการกลับมาอยู่ในการควบคุม สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าคือการดำเนินการที่กำหนดไว้ก่อน ไม่ใช่การตัดสินใจสด ๆ หน้าไลน์

ทำไมข้อกำหนดถึงบังคับให้กำหนดไว้ล่วงหน้า

เหตุผลอยู่ที่จังหวะเวลา เมื่อค่าหลุดที่ CCP ผลิตภัณฑ์ที่ไหลผ่านจุดนั้นอยู่ในสถานะที่ยังไม่รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ และสายการผลิตยังเดินอยู่ ถ้ารอให้มีการประชุมตัดสินใจก่อน ผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสัยจะเพิ่มขึ้นทุกนาที และคนหน้างานจะเผชิญแรงกดดันให้ “ปล่อยไปก่อน แล้วค่อยดู”

การกำหนดการดำเนินการไว้ล่วงหน้าจึงทำหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือย้ายการตัดสินใจไปอยู่ในเวลาที่คนตัดสินใจมีสติและมีข้อมูลครบ อย่างที่สองคือทำให้คนที่อยู่หน้าไลน์ตอนตีสองมีอำนาจลงมือได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุมัติ ข้อกำหนดจึงโยงกับเรื่องการมอบหมายอำนาจหน้าที่ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร

สองเส้นทางที่ต้องเดินพร้อมกัน

ความสับสนที่เกิดขึ้นได้ง่ายคือการรวมสองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียว ทั้งที่ข้อกำหนดแยกไว้ชัด

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

เส้นทางที่หนึ่ง — ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ ต้องตอบให้ได้ว่าล็อตไหนบ้างอยู่ในช่วงที่หลุด ใครกักไว้ ประเมินด้วยเกณฑ์อะไร และผลการประเมินนำไปสู่ทางเลือกใด เช่น ปล่อยได้ตามปกติ นำกลับไปผ่านกระบวนการใหม่ เปลี่ยนไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นที่ปลอดภัย หรือทิ้ง สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินมองหาคือความเชื่อมโยงกับความสามารถในการสอบกลับ เพราะถ้าชี้ขอบเขตล็อตไม่ได้ การจัดการผลิตภัณฑ์ก็ทำไม่ได้จริง

เส้นทางที่สอง — สาเหตุของการหลุด ต้องตอบว่าทำไมค่าถึงหลุด และทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ เส้นทางนี้เดินช้ากว่าเส้นทางแรกได้ แต่จะข้ามไม่ได้ ถ้าบันทึกระบุเพียงว่า “ปรับอุณหภูมิกลับ” โดยไม่ได้ถามว่าทำไมอุณหภูมิถึงตก การหลุดครั้งหน้าจะมาจากเหตุเดิม

Case ตัวอย่าง — ผู้ผลิตเครื่องดื่มพาสเจอร์ไรซ์ จังหวัดนครปฐม

CCP คือขั้นพาสเจอร์ไรซ์ ค่าวิกฤติกำหนดเป็นอุณหภูมิขั้นต่ำร่วมกับเวลาคงค้างขั้นต่ำ การเฝ้าระวังใช้เครื่องบันทึกอุณหภูมิต่อเนื่องร่วมกับการอ่านค่าโดยพนักงานทุกช่วงเวลาที่กำหนด

เวลา 02:40 พนักงานอ่านค่าแล้วพบว่าอุณหภูมิต่ำกว่าค่าวิกฤติ การดำเนินการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าระบุให้พนักงานผู้อ่านค่า มีอำนาจหยุดสายและกักผลิตภัณฑ์เองทันที โดยไม่ต้องรอหัวหน้ากะ

เส้นทางผลิตภัณฑ์: กักตั้งแต่ล็อตที่อ่านค่าได้ปกติครั้งสุดท้ายจนถึงจุดที่แก้ไขเสร็จ ติดป้ายกัก บันทึกหมายเลขล็อตและปริมาณ ส่งให้หัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหารประเมินตามเกณฑ์ที่เขียนไว้ก่อนแล้ว ผลคือสั่งให้นำกลับไปพาสเจอร์ไรซ์ซ้ำ

เส้นทางสาเหตุ: ตรวจพบว่าวาล์วไอน้ำตอบสนองช้าเพราะตัวกรองตัน จึงเปลี่ยนตัวกรอง แล้วปรับรอบการบำรุงรักษาเชิงป้องกันให้ถี่ขึ้น พร้อมทบทวนว่าการหลุดครั้งนี้กระทบการยืนยันความถูกต้องของ CCP นี้หรือไม่

(กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบายเท่านั้น)

คำถามที่การดำเนินการแก้ไขที่เขียนดีต้องตอบได้

เมื่ออ่านเอกสารที่องค์กรเขียนไว้ สิ่งที่บอกได้ว่าเอกสารนั้นใช้งานได้จริงหรือไม่คือมันตอบคำถามพื้นฐานได้ครบหรือเปล่า — ใครเป็นผู้ลงมือ ใครมีอำนาจตัดสินชะตาของผลิตภัณฑ์ที่ถูกกัก ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ต้องกักนับจากจุดใดถึงจุดใด ต้องบันทึกอะไรไว้ และใครต้องรับรู้

คำถามเรื่องขอบเขตเป็นจุดที่ตีความคลาดได้ง่าย เพราะการเฝ้าระวังแบบเป็นรอบ เช่น อ่านค่าทุกสามสิบนาที ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าค่าหลุดตั้งแต่นาทีใด หลักที่ปลอดภัยคือนับย้อนไปถึงจุดที่มีหลักฐานว่ายังอยู่ในการควบคุม ไม่ใช่นับจากเวลาที่พนักงานอ่านเจอ ถ้าองค์กรต้องการนับแคบกว่านั้น ต้องมีหลักฐานรองรับ เช่น กราฟบันทึกต่อเนื่องที่ชี้จุดเริ่มหลุดได้

ความเชื่อมโยงกับหลักการข้ออื่น

หลักการที่ 5 ไม่ได้อยู่ลำพัง มันรับต่อจากหลักการที่ 3 และ 4 คือค่าวิกฤติและการเฝ้าระวัง เพราะถ้าค่าวิกฤติเขียนไม่ชัด จะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรเรียกว่า “หลุด” และถ้าความถี่ของการเฝ้าระวังห่างเกินไป ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ต้องกักจะใหญ่จนจัดการไม่ไหว

ในทางกลับกัน หลักการที่ 5 ส่งต่อไปยังหลักการที่ 6 คือการทวนสอบ ผ่านการทบทวนบันทึกการดำเนินการแก้ไข ถ้าบันทึกชี้ว่า CCP เดิมหลุดซ้ำด้วยสาเหตุเดียวกัน นั่นคือข้อมูลนำเข้าสำหรับการทบทวนแผน HACCP ว่ามาตรการควบคุมที่เลือกไว้เหมาะสมหรือไม่ และหลักการที่ 7 คือการเก็บบันทึกก็รองรับทั้งหมดนี้อยู่

คำถามที่ควรตอบได้

  1. CCP ทุกจุดของเรา มีการดำเนินการแก้ไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้าครบหรือไม่ หรือมีบางจุดที่เขียนเพียงว่า “แจ้งหัวหน้า” (ที่มา: หลักการที่ 5)
  2. พนักงานที่เฝ้าระวังในกะดึก มีอำนาจกักผลิตภัณฑ์ได้เองหรือไม่ และอำนาจนั้นเขียนไว้ที่ใด (ที่มา: หลักการที่ 5 เชื่อมกับการมอบหมายอำนาจหน้าที่)
  3. เมื่อค่าหลุด เรานับขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ต้องกักจากจุดใดถึงจุดใด และมีหลักฐานอะไรรองรับวิธีนับนั้น (ที่มา: หลักการที่ 5 เชื่อมกับความสามารถในการสอบกลับ)
  4. บันทึกการดำเนินการแก้ไขของเรา แยกให้เห็นทั้งการจัดการผลิตภัณฑ์และการจัดการสาเหตุหรือไม่ (ที่มา: หลักการที่ 5)
  5. เรานำบันทึกการดำเนินการแก้ไขเข้าสู่การทวนสอบและการทบทวนแผน HACCP อย่างไร (ที่มา: หลักการที่ 5 เชื่อมกับหลักการที่ 6)

อ่านต่อในบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตร GHPs & HACCP ตาม Codex CXC 1-1969, Revised 2022

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

GHPs / HACCP ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง GHPs/HACCP กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง GHPs/HACCP

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE