ISO 22000 ข้อ 7.1 ทรัพยากร บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน: ตีความข้อกำหนด

ISO 22000 ข้อ 7.1 ทรัพยากร บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน: ตีความข้อกำหนด | EQA Thailand
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 7.1 ทรัพยากร (resources) ของ ISO 22000:2018 แยกออกเป็นหลายข้อย่อย และสามข้อแรกคือบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน เป็นข้อที่ผู้ตรวจประเมินใช้เชื่อมสิ่งที่เห็นหน้างานเข้ากับสิ่งที่เขียนไว้ในระบบ เพราะเมื่อระบบความปลอดภัยอาหารทำงานไม่ได้ตามที่ออกแบบไว้ สาเหตุรากอาจย้อนกลับมาที่ข้อนี้ ไม่ใช่ที่ขั้นตอนการทำงาน บทความนี้อธิบายว่าแต่ละข้อย่อยต้องการอะไร และตรวจได้ด้วยคำถามแบบใด

ข้อ 7.1 วางไว้ตรงไหนของระบบ

ข้อ 7.1 อยู่ในหมวด 7 การสนับสนุน ซึ่งเป็นหมวดที่ทำหน้าที่ค้ำหมวด 8 การปฏิบัติการ ความหมายเชิงโครงสร้างคือ ถ้าโปรแกรมพื้นฐาน (prerequisite programmes หรือ PRPs) ตามข้อ 8.2 หรือแผนควบคุมอันตรายตามข้อ 8.5.4 ทำงานไม่ได้จริง คำถามถัดไปที่ต้องถามคือทรัพยากรที่จำเป็นถูกจัดให้แล้วหรือยัง

ข้อ 7.1.1 เป็นข้อภาพรวมที่กำหนดให้องค์กรพิจารณาว่าทรัพยากรใดจำเป็นสำหรับการจัดตั้ง นำไปปฏิบัติ คงไว้ ปรับปรุง และทำให้ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร (food safety management system หรือ FSMS) ทันสมัยอยู่เสมอ โดยต้องพิจารณาทั้งขีดความสามารถและข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่ และสิ่งที่ต้องได้มาจากผู้ให้บริการภายนอก ประโยคหลังนี้สำคัญ เพราะมันบอกว่าการยอมรับข้อจำกัดของตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน ไม่ใช่ความผิด

ข้อ 7.1.2 บุคลากร กับคำถามเรื่องผู้เชี่ยวชาญภายนอก

ข้อ 7.1.2 ว่าด้วยการทำให้มั่นใจว่าบุคลากรที่จำเป็นต่อการดำเนินการ FSMS อย่างได้ผลมีความสามารถเพียงพอ จุดที่ทำให้ข้อนี้ต่างจากมาตรฐานระบบการจัดการทั่วไปคือมาตรฐานเปิดทางไว้ชัดเจนว่าองค์กรอาจใช้ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกในการพัฒนา นำไปปฏิบัติ ดำเนินการ หรือประเมิน FSMS ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีหลักฐานของข้อตกลงที่กำหนดความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญนั้นไว้

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

เงื่อนไขข้อนี้มีเหตุผลที่ตรงไปตรงมา คือความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยังคงอยู่ที่องค์กร ไม่ได้ย้ายไปตามคนที่เข้ามาช่วย ในทางตรวจประเมิน คำถามจึงไม่ใช่ว่าใช้คนนอกหรือไม่ แต่คือขอบเขตของสิ่งที่คนนอกทำถูกกำหนดไว้ที่ใด และองค์กรรับช่วงต่อจากจุดนั้นอย่างไรเมื่อคนนอกจากไป

อีกประเด็นหนึ่งของข้อ 7.1.2 คือทีมความปลอดภัยอาหาร ซึ่งข้อ 5.3 กำหนดให้มีการแต่งตั้ง และข้อ 7.2 กำหนดเรื่องความสามารถไว้ต่างหาก ทีมที่มีรายชื่อครบทุกฝ่ายบนกระดาษแต่มีคนเดียวที่ทำงานจริง เป็นภาพที่ตรวจพบได้จากบันทึกการประชุมทบทวนอันตราย ว่ามีใครเข้าร่วมและใครให้ข้อมูลด้านใด

กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งในสมุทรสาคร
โรงงานสมมติแห่งหนึ่งแปรรูปกุ้งและปลาหมึกส่งออก ได้รับการรับรอง ISO 22000 มาสามปี ในปีที่ผ่านมารับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจนต้องเปิดกะที่สามและเพิ่มสายการแกะเปลือกอีกหนึ่งสาย

การเพิ่มสายการผลิตทำในพื้นที่เดิม โดยย้ายชั้นวางและปรับผังเครื่องมือ ผลที่ตามมาคือเส้นทางเดินของวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านกระบวนการกับเส้นทางของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแช่เยือกแข็งแล้วมาตัดกันที่ทางเดินหน้าห้องเย็น ซึ่งเดิมเป็นทางเดินทางเดียว

ในการตรวจประเมิน ทีมงานอธิบายว่ามีการกำหนดเวลาให้ทั้งสองเส้นทางไม่ใช้ทางเดินพร้อมกัน แต่เมื่อดูบันทึกของกะดึกพบว่าช่วงเวลาเหลื่อมกันจริงในบางวัน

ประเด็นนี้เขียนได้ที่ข้อ 7.1.3 โครงสร้างพื้นฐาน เพราะผังการไหลของงานเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องรองรับ FSMS และเชื่อมต่อไปยังข้อ 8.2 เรื่อง PRPs ที่ต้องครอบคลุมการป้องกันการปนเปื้อนข้าม รวมถึงข้อ 6.3 เรื่องการวางแผนการเปลี่ยนแปลง เพราะการเพิ่มสายการผลิตเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ควรถูกวางแผนก่อน

อีกประเด็นหนึ่งอยู่ที่ข้อ 7.1.2 ทีมความปลอดภัยอาหารมีรายชื่อเจ็ดคนจากห้าฝ่าย แต่บันทึกการทบทวนอันตรายหลังเพิ่มสายการผลิตมีลายเซ็นของหัวหน้าฝ่ายประกันคุณภาพคนเดียว และไม่มีข้อมูลจากฝ่ายวิศวกรรมที่เป็นผู้ปรับผัง

ทางแก้ที่โรงงานสมมติเลือกใช้คือกำหนดให้การเปลี่ยนผังพื้นที่ผลิตต้องผ่านการทบทวนของทีมความปลอดภัยอาหารก่อนลงมือ และปรับตารางเวลาการเคลื่อนย้ายให้แยกเส้นทางได้จริงในทุกกะ พร้อมเพิ่มการเฝ้าระวังในช่วงเปลี่ยนกะ

ข้อ 7.1.3 โครงสร้างพื้นฐาน อ่านให้กว้างกว่าคำว่าอาคาร

โครงสร้างพื้นฐานในความหมายของมาตรฐานนี้ครอบคลุมมากกว่าตัวอาคาร มันรวมถึงพื้นที่และผังการทำงาน อุปกรณ์เครื่องมือทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การขนส่ง การสื่อสาร และสาธารณูปโภคที่จำเป็น เมื่ออ่านด้วยความกว้างระดับนี้ ข้อ 7.1.3 จึงกลายเป็นข้อที่เชื่อมกับ PRPs โดยตรง เพราะสิ่งที่โปรแกรมพื้นฐานควบคุมล้วนตั้งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น

สำหรับองค์กรที่ใช้ ISO/TS 22002-1 เป็นแนวทางในการจัดทำ PRPs ความเชื่อมโยงนี้จะยิ่งชัด เพราะหัวข้อในเอกสารแนวทางดังกล่าวว่าด้วยเรื่องเชิงกายภาพเป็นหลัก การตรวจประเมินที่พบปัญหาเรื่องผังการไหล การระบายน้ำ หรือการควบคุมอากาศ จึงเขียนอ้างได้ทั้งที่ข้อ 8.2 และข้อ 7.1.3 ขึ้นอยู่กับว่าต้นเหตุอยู่ที่การไม่มีสิ่งนั้น หรือมีแล้วแต่ควบคุมไม่ได้

ข้อ 7.1.4 สภาพแวดล้อมการทำงาน มีสองด้าน

สภาพแวดล้อมการทำงานตามมาตรฐานนี้มีทั้งด้านกายภาพและด้านที่เกี่ยวกับคน ด้านกายภาพคือสิ่งที่วัดได้ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง เสียง และความสะอาดของพื้นที่ ส่วนอีกด้านคือปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยาที่ส่งผลต่อการทำงาน เช่น ความกดดันด้านเวลา รูปแบบการทำงานเป็นกะ และการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับหัวหน้างาน

ด้านที่สองอ่านแล้วเหมือนนามธรรม แต่มีร่องรอยที่ตรวจได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเกณฑ์การเฝ้าระวังจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมกำหนดให้บันทึกทุกสามสิบนาที แต่ผู้ปฏิบัติงานคนเดียวต้องดูแลสองจุดที่อยู่คนละฝั่งของโรงงาน สิ่งที่ระบบออกแบบไว้กับสิ่งที่ทำได้จริงจะไม่ตรงกัน และผลจะปรากฏในบันทึกที่ลงเวลาเป็นชุดเดียวกันทุกครั้ง

ข้อย่อย คำถามที่ใช้ตรวจได้ ข้อที่เชื่อมต่อ
7.1.1 ทั่วไป องค์กรระบุข้อจำกัดของทรัพยากรตนเองไว้ที่ใด และวางแผนรับมืออย่างไร ข้อ 6.1 และข้อ 9.3
7.1.2 บุคลากร ถ้าใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก ข้อตกลงที่ระบุความรับผิดชอบอยู่ที่ใด ข้อ 5.3 และข้อ 7.2
7.1.3 โครงสร้างพื้นฐาน เมื่อผังหรืออุปกรณ์เปลี่ยน ใครเป็นผู้ทบทวนผลต่อความปลอดภัยอาหารก่อนเริ่มใช้ ข้อ 8.2 และข้อ 6.3
7.1.4 สภาพแวดล้อมการทำงาน เกณฑ์การเฝ้าระวังที่กำหนดไว้ ทำได้จริงด้วยกำลังคนและเวลาที่มีหรือไม่ ข้อ 8.5.4 และข้อ 8.7

ตารางนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียบเรียง ไม่ใช่เนื้อหาที่ปรากฏในตัวมาตรฐาน

เขียนความไม่สอดคล้องที่ข้อ 7.1 อย่างไรให้ชัด

ความยากของข้อนี้คือมันชี้ไปที่สาเหตุ ในขณะที่หลักฐานที่พบเห็นอยู่ที่ปลายทาง วิธีที่ทำให้ข้อความชัดคือเขียนสิ่งที่พบก่อน แล้วจึงระบุว่าข้อกำหนดใดไม่ถูกทำให้เป็นจริง โดยไม่กระโดดไปสรุปสาเหตุแทนองค์กร

ตัวอย่างของการเขียนที่ทำให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลังคือการระบุว่า “กำลังคนไม่พอ” ซึ่งเป็นข้อสรุปเชิงบริหาร ในขณะที่การเขียนว่าพบบันทึกการเฝ้าระวังจุดใดที่เวลาไม่สอดคล้องกับความถี่ที่กำหนดไว้ในแผน เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบซ้ำได้ และปล่อยให้องค์กรเป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุรากเอง ซึ่งตรงกับบทบาทของผู้ตรวจประเมินที่ต้องรักษาความเป็นกลาง

อ่านประกอบ: ISO 22000 ข้อ 8.2 โปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) · ISO 22000 ข้อ 5.3 บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ · ISO 22000 ข้อ 7.1.5 องค์ประกอบของ FSMS ที่พัฒนาจากภายนอก

คำถามที่ควรตอบได้

  1. ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการคงไว้และปรับปรุง FSMS ถูกพิจารณาที่ใด และการพิจารณานั้นครอบคลุมข้อจำกัดที่มีอยู่จริงหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 7.1.1)
  2. ถ้าองค์กรใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกกับส่วนใดของระบบ ข้อตกลงที่ระบุความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่อยู่ที่ใด (ที่มา: ข้อ 7.1.2)
  3. เมื่อมีการเปลี่ยนผังพื้นที่ผลิตหรือเพิ่มอุปกรณ์ กระบวนการใดทำให้เรื่องนี้ถูกทบทวนในมุมความปลอดภัยอาหารก่อนเริ่มใช้ (ที่มา: ข้อ 7.1.3 ร่วมกับข้อ 6.3)
  4. สภาพแวดล้อมการทำงานด้านใดบ้างที่องค์กรระบุว่ามีผลต่อความปลอดภัยอาหาร และควบคุมด้วยวิธีใด (ที่มา: ข้อ 7.1.4)
  5. ความถี่ของการเฝ้าระวังที่กำหนดไว้ในแผนควบคุมอันตราย สอดคล้องกับกำลังคนและระยะทางในพื้นที่ผลิตจริงหรือไม่ (ที่มา: ข้อ 7.1.4 ร่วมกับข้อ 8.5.4)

บทความชุดเดียวกันที่เผยแพร่พร้อมกัน: ISO 14001:2026 ข้อ 6.1.4 และ 6.1.5 ความเสี่ยง โอกาส และการวางแผนปฏิบัติการ · การตรวจติดตามภายในแบบบูรณาการหลายมาตรฐาน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตรอบรม ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

เกี่ยวกับผู้ตรวจทานบทความ

Sriprapai Wongsrikul

ศรีประไพ วงศ์ศรีกุล (Sriprapai Wongsrikul)

วิทยากร / ผู้ตรวจประเมิน – มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร · วิทยากรที่ได้รับอนุมัติจาก BRCGS (Food Issue 9, Packaging Issue 7, Gluten-Free Issue 4) · FSPCA Lead Instructor (PCQI)

  • ปริญญาโท การจัดการอุตสาหกรรม (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) · ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์ จุลชีววิทยา (มจธ.)
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตพริกไทยและเครื่องเทศ 7 ปี ก่อนเริ่มงานตรวจประเมินตั้งแต่ปี 2006 กับหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก UKAS, ANAB หรือ JAS-ANZ
  • ตรวจประเมิน BRCGS Food Safety, FSSC 22000, ISO 22000, GMP/GHPs และ HACCP, ISO 9001 และ ISO 14001 รวมถึงการตรวจซัพพลายเออร์ตามข้อกำหนดของผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหารระดับสากล
  • ประสบการณ์ตรวจประเมินในฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย · พัฒนาผู้ตรวจประเมินในบทบาท Operations Manager และการอนุมัติผู้ตรวจประเมินในประเทศจีน
  • เคยเป็นวิทยากรที่ได้รับอนุมัติสำหรับหลักสูตร ISO 22000 / FSSC 22000 Lead Auditor ที่ขึ้นทะเบียนกับ IRCA

ภาษาที่สอน: ไทยและอังกฤษ

ดูประวัติและบทความทั้งหมดที่ตรวจทาน →

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ISO 22000 ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

EQA Thailand เปิดอบรมหลักสูตรนี้ และเป็นหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่สามารถตรวจรับรองระบบตามมาตรฐานนี้ได้ด้วย

ดูรายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาเฉพาะราย และการเข้าอบรมไม่มีผลต่อผลการตรวจประเมิน

ขอการรับรอง ISO 22000 กับ EQA

กรอกใบสมัครขอรับรอง ISO 22000

EQA เป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) จึงไม่ให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand
แชตทาง LINE