ISO 22000:2018 ข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด

ISO 22000:2018 ข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด | EQA Thailand
สรุปสั้นก่อน
ข้อ 8.7 การควบคุมการเฝ้าระวังและการวัด ของ ISO 22000:2018 ทำหน้าที่ค้ำยันข้ออื่นทั้งหมดในหมวด 8 เพราะถ้าตัวเลขที่อ่านได้จากหน้างานเชื่อถือไม่ได้ การตัดสินว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (critical control point หรือ CCP) อยู่ในเกณฑ์หรือไม่ก็เชื่อถือไม่ได้ตามไปด้วย ข้อนี้ครอบคลุมทั้งตัวอุปกรณ์และวิธีการที่ใช้ และมีท่อนที่องค์กรเตรียมไว้ไม่ค่อยครบ คือท่อนที่ว่าเมื่อพบว่าเครื่องมือให้ค่าไม่ถูกต้อง ต้องย้อนกลับไปประเมินผลการวัดที่ผ่านมาด้วย ไม่ใช่แค่ส่งเครื่องไปสอบเทียบใหม่

ทำไมข้อนี้อยู่ในหมวด 8 ไม่ใช่หมวด 7

ในระบบบริหารฉบับอื่น เรื่องทรัพยากรสำหรับการติดตามและวัดถูกวางไว้ในหมวดการสนับสนุน แต่ ISO 22000:2018 ย้ายมาไว้ในหมวด 8 การปฏิบัติการ ตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ มาตรฐานมองว่าการเฝ้าระวังและการวัดเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมอันตราย ไม่ใช่เรื่องสนับสนุนที่แยกไปให้ฝ่ายซ่อมบำรุงดูแลตามลำพัง

ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ตรวจประเมินจะไม่ถามเรื่องนี้แยกจากแผนควบคุมอันตราย (hazard control plan) แต่จะเดินจากค่าวิกฤต (critical limit) ที่ระบุไว้ในแผน ย้อนไปหาเครื่องมือที่ใช้อ่านค่านั้น แล้วถามต่อว่าองค์กรรู้ได้อย่างไรว่าค่าที่อ่านได้ตรงกับความจริง

“การเฝ้าระวัง” กับ “การวัด” ไม่ใช่คำเดียวกัน

การวัดคือการหาค่าเป็นตัวเลขด้วยเครื่องมือ เช่น อุณหภูมิใจกลางผลิตภัณฑ์ ค่าความเป็นกรดด่าง หรือน้ำหนัก ส่วนการเฝ้าระวังกว้างกว่านั้น อาจเป็นการสังเกตด้วยสายตา การตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอนหรือไม่ หรือการอ่านค่าจากมาตรวัดที่ติดอยู่กับเครื่องจักร

สนใจอบรม GHPs & HACCP / มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร?
เรียนออนไลน์ผ่าน ZOOM · รับใบประกาศนียบัตร
ดูรอบ & ราคา →

ความต่างนี้สำคัญเพราะการควบคุมของสองอย่างไม่เหมือนกัน สิ่งที่วัดเป็นตัวเลขต้องพิสูจน์ความถูกต้องของเครื่องมือได้ ส่วนสิ่งที่เฝ้าระวังด้วยการสังเกตต้องพิสูจน์ว่าวิธีการนั้นให้ผลสม่ำเสมอไม่ว่าใครเป็นผู้ทำ ซึ่งพิสูจน์ด้วยเกณฑ์ที่เขียนไว้ชัด ตัวอย่างอ้างอิงที่จับต้องได้ และความสามารถของผู้ปฏิบัติงานตามข้อ 7.2

องค์กรที่เตรียมเฉพาะใบรับรองการสอบเทียบของเครื่องมือ แต่ไม่มีอะไรมารองรับการเฝ้าระวังด้วยการสังเกต จึงยังตอบข้อ 8.7 ได้ไม่ครบ

กรณีสมมติ — โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็งแห่งหนึ่งในสมุทรสาคร (กรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย) กำหนด CCP ไว้ที่ขั้นตอนการแช่เยือกแข็ง โดยใช้เครื่องบันทึกอุณหภูมิของอุโมงค์แช่เยือกแข็งเป็นเครื่องมือเฝ้าระวัง และมีเทอร์โมมิเตอร์แบบเสียบวัดใจกลางผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือทวนสอบ

ใบรับรองการสอบเทียบของเครื่องบันทึกอุณหภูมิมีครบ แต่เทอร์โมมิเตอร์แบบเสียบถูกจัดเป็น “อุปกรณ์ทั่วไป” จึงไม่อยู่ในแผนสอบเทียบ ทั้งที่ค่าที่อ่านได้จากอุปกรณ์นี้คือสิ่งที่ใช้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัย

ช่องว่างนี้อยู่ที่การกำหนดขอบเขตของข้อ 8.7 ไม่ใช่ที่คุณภาพของการสอบเทียบ วิธีปิดคือไล่จากแผนควบคุมอันตรายและกิจกรรมทวนสอบก่อน แล้วจึงสร้างรายการเครื่องมือ ไม่ใช่เริ่มจากรายการทรัพย์สินของฝ่ายซ่อมบำรุง

สอบเทียบ ทวนสอบเครื่องมือ และตรวจสอบก่อนใช้งาน เป็นคนละชั้น

สามคำนี้ถูกใช้แทนกันในเอกสารหน้างานอยู่เสมอ ทั้งที่ทำหน้าที่ต่างกัน และผู้ตรวจประเมินจะแยกออกทันทีเมื่อขอดูหลักฐาน

กิจกรรม ตอบคำถามอะไร หลักฐานที่ควรมี
การสอบเทียบ ค่าที่เครื่องอ่านได้เทียบกับค่าอ้างอิงที่สอบกลับได้ต่างกันเท่าใด รายงานผลที่ระบุค่าอ้างอิง ค่าที่อ่านได้ และความไม่แน่นอนของการวัด
การทวนสอบเครื่องมือระหว่างรอบ ระหว่างสองรอบสอบเทียบ เครื่องยังให้ค่าที่ยอมรับได้หรือไม่ บันทึกการเทียบกับอุปกรณ์อ้างอิงภายใน พร้อมเกณฑ์ยอมรับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
การตรวจสอบก่อนใช้งาน วันนี้เครื่องอยู่ในสภาพใช้งานได้หรือไม่ บันทึกประจำวันหรือประจำกะ พร้อมการระบุตัวผู้ตรวจสอบ

เมื่อองค์กรมีครบสามชั้น คำถามที่ยากที่สุดจะตอบได้เอง นั่นคือคำถามว่า ถ้าเครื่องเพี้ยนขึ้นมา จะรู้เร็วแค่ไหน ระยะเวลาจากจุดที่เครื่องเริ่มเพี้ยนถึงจุดที่องค์กรรู้ตัว คือปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ต้องเอามาทบทวน

ท่อนที่องค์กรเตรียมไม่ครบ คือการย้อนกลับไปดูผลที่ผ่านมา

ข้อ 8.7 ไม่ได้จบที่การพบว่าเครื่องมือไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ต่อไปถึงการประเมินว่าผลการวัดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นยังใช้ได้หรือไม่ และให้ดำเนินการที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่ได้รับผลกระทบ

นี่คือจุดที่ข้อ 8.7 เชื่อมเข้ากับข้อ 8.9 ทันที เพราะถ้าค่าที่ใช้ตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ผ่าน CCP นั้นมาจากเครื่องมือที่พิสูจน์แล้วว่าเพี้ยน ผลิตภัณฑ์ชุดนั้นเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัยจนกว่าจะประเมินได้เป็นอย่างอื่น องค์กรจึงควรเตรียมสามอย่างไว้ล่วงหน้า หนึ่ง วิธีระบุขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งพึ่งพาระบบสืบย้อนกลับตามข้อ 8.3 สอง เกณฑ์ตัดสินว่าค่าที่เพี้ยนไปเท่าใดจึงถือว่ามีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยอาหาร สาม ผู้มีอำนาจตัดสินใจปล่อยหรือกักผลิตภัณฑ์

กรณีสมมติ — ผู้ผลิตเครื่องดื่มแห่งหนึ่งในนครปฐม (กรณีสมมติ) พบตอนสอบเทียบประจำปีว่าหัววัดอุณหภูมิที่ใช้เฝ้าระวังการฆ่าเชื้ออ่านค่าสูงกว่าความจริง ทำให้ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์อาจได้รับความร้อนน้อยกว่าที่บันทึกไว้

คำถามแรกที่ตามมาไม่ใช่ “จะสอบเทียบใหม่เมื่อไร” แต่คือ “ค่าที่เพี้ยนนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อใด” ถ้าไม่มีการทวนสอบเครื่องมือระหว่างรอบเลย ช่วงเวลาที่ต้องทบทวนคือตั้งแต่การสอบเทียบครั้งก่อนจนถึงวันที่พบ ซึ่งอาจกินเวลาเป็นปี

บทเรียนของกรณีนี้คือ การทวนสอบเครื่องมือระหว่างรอบไม่ใช่งานเพิ่ม แต่เป็นสิ่งที่จำกัดขนาดของความเสียหายเมื่อเกิดเรื่องขึ้นจริง

เครื่องมือที่ไม่ใช่ของตัวเองและซอฟต์แวร์ที่ใช้ประมวลผล

ข้อ 8.7 ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เครื่องมือที่องค์กรเป็นเจ้าของ ถ้าผลการวัดที่ใช้ตัดสินความปลอดภัยอาหารมาจากห้องปฏิบัติการภายนอกหรือจากอุปกรณ์ของผู้ให้บริการภายนอก องค์กรยังต้องแสดงให้เห็นว่าผลนั้นเชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อมกับข้อ 7.1.6 การควบคุมกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และบริการจากภายนอก

ในทำนองเดียวกัน ระบบที่บันทึกและประมวลผลค่าจากสายการผลิตโดยอัตโนมัติก็อยู่ในขอบเขตของข้อนี้ สิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้คือค่าที่แสดงบนรายงานตรงกับค่าที่เซนเซอร์อ่านจริง การตั้งค่าเกณฑ์และการแจ้งเตือนถูกต้อง และไม่มีใครแก้ค่าย้อนหลังได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย

อ่านต่อเรื่องการแยกจุดควบคุมสองแบบได้ที่ ISO 22000 ความต่างระหว่าง CCP กับ OPRP และอ่านเรื่องการจัดการเมื่อผลิตภัณฑ์อาจไม่ปลอดภัยได้ที่ ISO 22000 ข้อ 8.9 การควบคุมความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ

คำถามที่ควรตอบได้

หนึ่ง รายการเครื่องมือที่อยู่ในระบบสอบเทียบถูกสร้างขึ้นจากอะไร จากแผนควบคุมอันตรายหรือจากทะเบียนทรัพย์สิน (ที่มาคือข้อ 8.7 อ่านคู่กับข้อ 8.5.4)

สอง สิ่งที่เฝ้าระวังด้วยการสังเกตแทนการวัด มีอะไรรองรับว่าให้ผลสม่ำเสมอไม่ว่าใครเป็นผู้ทำ (ที่มาคือข้อ 8.7 อ่านคู่กับข้อ 7.2)

สาม ถ้าพบวันนี้ว่าเครื่องมือหนึ่งตัวให้ค่าเกินเกณฑ์ยอมรับ องค์กรจะระบุขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบได้ภายในเวลาเท่าใด (ที่มาคือข้อ 8.7 อ่านคู่กับข้อ 8.3 และ 8.9)

สี่ ระหว่างสองรอบสอบเทียบ มีอะไรบอกว่าเครื่องยังให้ค่าที่ยอมรับได้ และเกณฑ์ยอมรับนั้นกำหนดจากอะไร (ที่มาคือข้อ 8.7)

ห้า ผลการวัดที่มาจากภายนอกองค์กรถูกยืนยันความน่าเชื่อถืออย่างไร (ที่มาคือข้อ 8.7 อ่านคู่กับข้อ 7.1.6)

อ่านบทความในชุดเดียวกันที่เผยแพร่พร้อมกันในรอบนี้ได้ที่ ISO/IEC 27001 ข้อ 6.2 วัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ ISO 14001:2026 ข้อ 10.2 ความไม่สอดคล้องและการปฏิบัติการแก้ไข

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เรียบเรียงเพื่ออธิบายและตีความข้อกำหนด ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำเนื้อหาของมาตรฐาน ตัวอย่างทั้งหมดเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย การนำไปใช้จริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงเป็นหลัก

หลักสูตร ISO 22000:2018 ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร

Equal Assurance (Thailand) Ltd. เป็นหน่วยรับรองระบบและผู้ให้บริการฝึกอบรม เปิดหลักสูตรทั้งแบบ Public และ In-house สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษ

ดูตารางอบรม   สอบถามรายละเอียด

ติดตามบทความและตารางอบรมใหม่ ๆ ได้ที่เพจ Facebook ของ EQA Thailand

ติดตามเพจ EQA Thailand